ผู้ชายสังเกตเห็นคราบสกปรกได้ดีเท่าผู้หญิง แต่ไม่ค่อยรักษาความสะอาดเพราะอะไร ?

Published

คนจำนวนไม่น้อยเชื่อกันมานานว่า ชายชาตรีทั้งหลายนั้นไม่สู้จะใส่ใจรักษาความสะอาดเรียบร้อยเท่าใดนัก เพราะขาดความละเอียดในการจับสังเกตร่องรอยความสกปรกต่าง ๆ ซึ่งผู้หญิงจะมีความสามารถในทางนี้มากกว่า

ความเชื่อที่ว่านี้อาจไม่เป็นจริงเสมอไป เพราะล่าสุดทีมนักวิจัยนานาชาติได้เผยผลการทดสอบที่ชี้ว่า ผู้ชายมีสายตาที่แหลมคมสามารถมองเห็นความสกปรกรอบตัวแม้ในจุดเล็ก ๆ ได้ดีไม่แพ้ผู้หญิง แต่การที่ไม่สนใจจะเช็ดถูหรือซักล้างทำความสะอาดนั้นเป็นเพราะ "ถูกสังคมลงโทษ" จากการเป็นคนสกปรกน้อยกว่าผู้หญิงมาก

ผลการศึกษาซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Sociological Methods & Research ระบุว่าทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตซานตาบาร์บารา และมหาวิทยาลัยเอมอรีของสหรัฐฯ ร่วมกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นของออสเตรเลีย ทำการทดสอบกลุ่มตัวอย่างชาย 327 คน และหญิงอีก 295 คน โดยให้ดูและประเมินภาพห้องนั่งเล่นกับห้องครัวจำนวนหนึ่งที่นักวิจัยเตรียมไว้ว่า สะอาดหรือสกปรกในระดับใด

ผลการประเมินที่ออกมาขัดกับความเชื่อของคนส่วนใหญ่อย่างชัดเจน เพราะกลุ่มตัวอย่างชาย-หญิงที่มีภูมิหลังแตกต่างหลากหลายกันออกไปอย่างมาก กลับประเมินระดับความสะอาดหรือความสกปรกของห้องที่ได้เห็นในภาพอยู่ในระดับเดียวกันทั้งสองเพศ ซึ่งตอกย้ำว่าความเชื่อเรื่องที่ผู้ชาย "ตาบอดต่อสิ่งสกปรก" นั้นไม่เป็นความจริง

ทีมผู้วิจัยยังทดลองให้กลุ่มตัวอย่างประเมินระดับความสะอาดของห้องในภาพอีกครั้งหนึ่ง โดยบอกให้ทราบด้วยว่าห้องนั้นเป็นของผู้หญิงหรือผู้ชาย ผลปรากฏว่าผู้เข้าร่วมการทดลองส่วนใหญ่ประเมินตัดสินลักษณะนิสัยเจ้าของห้องสกปรกที่เป็นหญิงว่าย่ำแย่ไร้ความรับผิดชอบ ในระดับที่หนักกว่าเจ้าของห้องสกปรกที่เป็นชาย

กลุ่มผู้ประเมินทั้งสองเพศยังแสดงออกถึงความคาดหวังที่สูงกว่าต่อผู้หญิงในเรื่องมาตรฐานการรักษาความสะอาด โดยพวกเขาให้คะแนนห้องที่หมดจดเรียบร้อยของผู้หญิงน้อยกว่าห้องที่สะอาดตาของผู้ชาย

นอกจากนี้ แม้เจ้าของห้องสกปรกที่เป็นชายจะถูกประเมินลักษณะนิสัยในทางลบว่า "ขี้เกียจ" มากกว่า แต่ผู้ประเมินเห็นว่าแขกที่มาเยือนเจ้าของห้องชายจะนึกตำหนิความสกปรกของเขาน้อยกว่าเมื่อเทียบกับกรณีของผู้หญิง

ทีมผู้วิจัยสรุปว่า ความเชื่อเรื่องผู้ชายขี้เกียจทำความสะอาดมากกว่าผู้หญิง ไม่ได้ส่งผลลบทางสังคมต่อผู้ชายแต่อย่างใด ในขณะที่ผู้หญิงต้องแบกรับความคาดหวังเรื่องหน้าที่การรักษาความสะอาดเอาไว้มากกว่า และต้องเผชิญกับการตำหนิติเตียนจากสังคมหนักกว่าหากไม่สามารถรักษาบรรทัดฐานนี้เอาไว้ได้

โดยเฉลี่ยแล้วผู้หญิงยุคใหม่ทั่วโลกใช้เวลาทำงานบ้านตกวันละ 1 ชั่วโมง 20 นาที ซึ่ง 1 ใน 3 ของเวลาทำงานบ้านนี้ (27 นาที) หมดไปกับการทำความสะอาดล้วน ๆ ในขณะที่ผู้ชายใช้เวลาทำงานบ้านโดยเฉลี่ยตกวันละครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ทั้งยังใช้เวลาทำความสะอาดหรือจัดระเบียบบ้านช่องน้อยนิดเพียง 10 นาที

ความแตกต่างดังกล่าวทำให้ผู้หญิงต้องรับผิดชอบงานบ้านหนักกว่าผู้ชายและมีเวลาพักผ่อนน้อยลง ชี้ถึงความไม่เท่าเทียมทางเพศในการรับผิดชอบภาระในครัวเรือน ซึ่งแนวโน้มนี้ยังคงเกิดขึ้นแม้ในประเทศพัฒนาแล้ว และในครอบครัวที่ผู้หญิงทำงานนอกบ้านคิดเป็นชั่วโมงยาวนานกว่าผู้ชาย รวมทั้งในกรณีที่ผู้หญิงมีรายได้มากกว่าคู่ครองด้วย