เชื้อพระวงศ์ "คองบอง" ทายาทกษัตริย์องค์สุดท้ายของพม่า

พระเจ้าธีบอ, เมียนมา, กษัตรย์องค์สุดท้าย, พม่า, อเล็กซ์ เบสโคบี, เชื้อพระวงศ์พม่าที่ถูกลืม, มิน อ่อง หล่าย
คำบรรยายภาพ, เด็กชายคนนี้คือหนึ่งในบรรดาทายาทรุ่นที่ 6 ผู้สืบเชื้อสายกษัตริย์องค์สุดท้ายของพม่า
Published

เป็นเวลานานกว่าหนึ่งศตวรรษแล้วที่พระเจ้าธีบอ กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์คองบองและของพม่า ถูกเจ้าอาณานิคมชาวอังกฤษเนรเทศให้ไปประทับยังเมืองรัตนคีรีในอินเดียเป็นเวลานานถึง 31 ปี จนเสด็จสวรรคตลงในต่างแดน

นับแต่นั้นมา เรื่องราวของกษัตริย์ผู้อาภัพและเชื้อพระวงศ์ผู้เป็นทายาท ก็ถูกลบเลือนไปจากตำราประวัติศาสตร์และจากความทรงจำของชาวเมียนมายุคปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ในโอกาสที่ครบรอบ 100 ปี การสวรรคตของพระเจ้าธีบอในปีนี้ สถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนไปในเมียนมาหลังรัฐบาลพลเรือนซึ่งนำโดยนางออง ซาน ซูจี เข้ารับตำแหน่ง ทำให้ประวัติศาสตร์ที่เคยถูกลืมเลือนกลับมาสู่ความสนใจของผู้คนอีกครั้ง

พระเจ้าธีบอ, เมียนมา, กษัตรย์องค์สุดท้าย, พม่า, อเล็กซ์ เบสโคบี, เชื้อพระวงศ์พม่าที่ถูกลืม, มิน อ่อง หล่าย
คำบรรยายภาพ, อเล็กซ์ เบสโคบี (ซ้าย) กับบรรดาเชื้อพระวงศ์ผู้สืบเชื้อสายจากพระเจ้าธีบอที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน

โดยรัฐบาลได้สนับสนุนการจัดพิธีรำลึกถึงกษัตริย์องค์สุดท้ายที่สุสานของพระองค์ในอินเดีย และได้อนุญาตให้บรรดาเชื้อพระวงศ์ผู้เป็นทายาทที่อาศัยอยู่ในเมียนมา สามารถเดินทางไปร่วมงานรำลึกได้เป็นปีแรกอีกด้วย โดยมีผู้บัญชาการทหารระดับสูงและพระสงฆ์ที่ทรงสมณศักดิ์สำคัญของประเทศเข้าร่วมงานเช่นกัน

อเล็กซ์ เบสโคบี ผู้ถ่ายทำภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Burma's Lost Royals (เชื้อพระวงศ์พม่าที่ถูกลืม) ซึ่งจะออกฉายในกลางปีหน้า รายงานถึงบรรยากาศของพิธีรำลึกครบรอบ 100 ปีการสวรรคตของพระเจ้าธีบอว่า เต็มไปด้วยตำรวจนอกเครื่องแบบและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการลับที่เฝ้ารักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา

เนื่องจากมีบุคคลสำคัญของเมียนมาเดินทางมาร่วมงานหลายคน เช่นนายมินต์ ส่วย รองประธานาธิบดีเมียนมา และพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพ

หลุมพระศพของกษัตริย์

เชื้อพระวงศ์ผู้เป็นทายาทของพระเจ้าธีบอต่างมาร่วมงานในชุดประจำชาติสีขาว ซึ่งเป็นสีไว้ทุกข์ตามธรรมเนียมดั้งเดิม นำโดยนายอู ซอ วิน พระปนัดดา (เหลน) ของกษัตริย์พม่าองค์สุดท้าย ซึ่งทุกวันนี้เขาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา และมีฐานะเป็นหัวหน้าของบรรดาเชื้อพระวงศ์ที่ยังหลงเหลืออยู่ ซึ่งส่วนใหญ่ได้กลับไปยังเมียนมาหลังพระเจ้าธีบอสวรรคต และต่างใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชนอยู่อย่างเงียบ ๆ มาโดยตลอด บ้างก็มีอาชีพเป็นเจ้าของโรงพิมพ์ ทำไร่ชา หรือขายไอศครีม

มีชาวเมียนมาน้อยคนในปัจจุบันที่จะรู้ถึงเรื่องราวของเชื้อพระวงศ์ที่ถูกลืมเหล่านี้ โดยนับแต่พระเจ้าธีบอถูกเนรเทศไปยังดินแดนที่ห่างไกล สถาบันกษัตริย์เริ่มถูกลืมเลือน จนในปัจจุบันตำราเรียนประวัติศาสตร์ของรัฐบาลได้กล่าวถึงเรื่องราวของพระเจ้าธีบอไว้เพียงหนึ่งบรรทัดเท่านั้น บรรดาเชื้อพระวงศ์เองแม้จะใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายดูกลมกลืนไปกับหมู่คนทั่วไป แต่ก็ถูกจับตาดูอย่างใกล้ชิดจากรัฐบาลทุกยุคสมัย เนื่องจากความหวาดระแวงว่าสถาบันกษัตริย์อาจกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เชื้อพระวงศ์บางรายถูกจับกุมคุมขังในยุคหลังได้รับเอกราชและยุคเผด็จการทหาร บ้างก็ถูกลอบสังหารเช่นบิดาของอู ซอ วิน ซึ่งเสียชีวิตเมื่อปี 1948 หลังพยายามฟื้นฟูสถาบันกษัตริย์ให้กลับมาอีกครั้ง

พระเจ้าธีบอ, เมียนมา, กษัตรย์องค์สุดท้าย, พม่า, อเล็กซ์ เบสโคบี, เชื้อพระวงศ์พม่าที่ถูกลืม, มิน อ่อง หล่าย
คำบรรยายภาพ, พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย พร้อมด้วยสิตะกู สยาดอ พระสงฆ์ผู้มีสมณศักดิ์สูงสุดเป็นอันดับสองของเมียนมา เข้าร่วมพิธีรำลึกด้วย

ในปีนี้ เชื้อพระวงศ์ที่กลับไปอยู่อาศัยในเมียนมา ได้มีโอกาสพบกับญาติฝ่ายทางอินเดียเป็นครั้งแรก ซึ่งฝ่ายตระกูลนี้สืบเชื้อสายจาก "ตูตู" บุตรสาวของพระธิดาพระองค์ใหญ่ในพระเจ้าธีบอซึ่งเกิดกับยามเฝ้าประตูวังและคนขับรถชาวอินเดีย ทำให้ไม่ได้รับการยอมรับจากเชื้อพระวงศ์คนอื่น ๆ มานาน แต่ในครั้งนี้ต่างเข้าทักทายกันด้วยความยินดี และเชื้อพระวงศ์ฝ่ายเมียนมาบางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เมื่อได้ทราบว่าอีกฝ่ายมีความเป็นอยู่ที่ลำบากยากจนมานาน

พิธีรำลึก 100 ปีการสวรรคตของพระเจ้าธีบอในครั้งนี้ ยังทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า ถึงเวลาอัญเชิญพระบรมศพกลับสู่แผ่นดินเกิดได้แล้วหรือยัง เนื่องจากที่ผ่านมามีข้อขัดข้องทางการเมืองที่ห้ามไม่ให้นำพระบรมศพกลับสู่เมียนมาหลายครั้ง เนื่องจากรัฐบาลเกรงว่าจะมีผู้ฉวยโอกาสปลุกปั่นสร้างความไม่สงบขึ้นได้

ทายาทกษัตริย์องค์สุดท้ายของพม่า
คำบรรยายภาพ, อู ซอ วิน กับหลานชายของเขา

อย่างไรก็ตาม อู ซอ วิน บอกว่า การนำพระบรมศพกลับสู่เมียนมานั้นเป็นสิ่งที่เขาต้องพยายามทำให้เกิดขึ้นให้จงได้ ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใด เพราะการคืนสู่บ้านเกิดเป็นพระราชประสงค์ที่แรงกล้าของพระเจ้าธีบอเมื่อยังทรงพระชนมชีพอยู่ ส่วนเชื้อพระวงศ์สายทางอินเดียนั้นคัดค้านการนำพระบรมศพกลับเพราะจะไม่เหลือสิ่งใดเป็นอนุสรณ์ไว้ที่รัตนคีรีเลย

ด้านเชื้อพระวงศ์ทางเมียนมาบางรายเห็นว่า ขณะนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะนำพระบรมศพกลับ เนื่องจากเมียนมายังมีปัญหาต่าง ๆ ที่ต้องแก้ไขอีกมากมาย รวมทั้งปัญหาความขัดแย้งทางเชื้อชาติศาสนา ซึ่งการเชิญพระบรมศพกลับอาจยิ่งเพิ่มความยุ่งยากซับซ้อนให้กับปัญหาเหล่านี้ได้