You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
"ฉันเคยถูกสะกดรอยตามเหมือนในซีรีส์ 'เบบี้ เรนเดียร์'
- Author, คลารา บุลล็อค และ แมทท์ ฟอล์คเนอร์
- Role, บีบีซีนิวส์ จากมณฑลซัมเมอร์เซ็ต
- Published
จากกระแสความนิยมของซีรีส์ของเน็ตฟลิกซ์เรื่อง "เบบี้ เรนเดียร์" (Baby Reindeer) ที่ดังเป็นพลุแตก เป็นเรื่องราวเค้าโครงจากเรื่องจริงของ ริชาร์ด กาดด์ นักแสดงตลกชาวสก็อตที่ถูกสะกดรอยโดยผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่นานมานี้ มีหญิงชาวอังกฤษรายหนึ่งออกมาเปิดเผยว่า เธอเคยตกอยู่ในสภาพคล้าย ๆ กัน
ลินด์เซย์ โกลดริก ดีน หญิงจากมณฑลซัมเมอร์เซ็ต ในอังกฤษ บอกว่า เธอเคยเผชิญ "สถานะการแจ้งเตือน(ภัย)อย่างต่อเนื่อง" เมื่อเธอถูกคุกคามโดยผู้ชายคนหนึ่งที่สะกดรอยตามเธอ หลังจากเคยพบเขาผ่านสื่อออนไลน์ในปี 2004 และเขายังคงสะกดรอยตามตัวเธอเป็นเวลามากกว่า 12 ปี
เธอเคยได้รับกล่องพัสดุที่ข้างในมีขี้เถ้าบรรจุอยู่ นอกจากนี้ยังได้รับอีเมลอีกจำนวนมาก และแม้กระทั่งเคยเห็นมือของผู้ชายคนนั้นที่สอดเข้ามาในตู้รับจดหมาย รวมไปถึงการที่หน้าต่างของบ้านเธอถูกทุบด้วย
"ฉันคิดว่า ซีรีส์เรื่อง เบบี้ เรนเดียร์ เขาทำได้ดีจริง ๆ" โกลดริค ดีน บอกและว่า "มีบางส่วนที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวฉัน แต่ทั้งหมดทั้งมวลฉันก็รู้สึกเชื่อมโยงกันได้"
หลังจากการออกเดทไม่กี่วัน เธอเคยบอกผู้ชายคนนั้นไปแล้วว่า ความสัมพันธ์ต่าง ๆ "ไปต่อไม่ได้" แต่หลังจากนั้น เขาก็เริ่มการดูถูก เหยียดหยามเธอบนโลกออนไลน์ สร้างเว็บไซต์เพื่อประสงค์ร้ายต่อเธอ รวมทั้งมาหาเธอที่บ้าน
"เมื่อฉันไปหาตำรวจ เจ้าหน้าที่ก็เลยถามว่า อะไรที่ฉันต้องการให้ช่วย ฉันจึงบอกว่า สิ่งนี้คือการคุกคามอย่างชัดเจน"
เธอเล่าต่อว่า "ฉันได้รับกล่องพัสดุที่มีขี้เถ้าอยู่ข้างในจากเขา มีโทรศัพท์มาหาอย่างไม่หยุดหย่อน มีอีเมลส่งเข้ามาหาเป็นจำนวนมากมายที่บอกชัดเจนว่า เขายังไม่เข้าใจว่า ฉันบอกว่า เรื่องมันจบแล้ว"
"เขายังคงทำให้ฉันรู้ว่า เขาจับตามองฉันอยู่ เขามาที่บ้านของฉัน ฉันเห็นมือของเขาที่สอดเข้ามาในตู้จดหมาย และมีการทุบที่หน้าต่างบานหนึ่งด้วย"
"ฉันรู้สึกหวาดกลัว และไม่รู้ว่า เขาจะทำอะไรอีก สิ่งนี้ตามหลอกหลอนในชีวิต ความมั่นคงปลอดภัย และเข้ามายึดกุมชีวิตของฉันไว้โดยสิ้นเชิง หากมองย้อนกลับไป ฉันอยู่ใน "สถานะการแจ้งเตือน(ภัย)อย่างต่อเนื่อง"
อย่างไรก็ตาม ในที่สุด เธอก็สามารถฟ้องร้องเป็นคดีการคุกคามจากผู้สะกดรอยตามเธอในศาลสูงในอังกฤษได้สำเร็จในปี 2018 ซึ่งผู้ก่อเหตุยอมจ่ายค่าเสียหาย โดยเปิดเผยจำนวน
โกลดริค ดี บอกว่า เธอรู้สึกเชื่อมโยงกับซีรีส์เรื่องนี้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอ
"คุณเห็นผลกระทบจากการสะกดรอยตามที่เกิดขึ้นกับเขา(ริชาร์ด กาดด์) ไม่ว่าจะชีวิตประจำวันที่ถูกรบกวน ความกลัวและความกังวล ซึ่งก็เคยเกิดขึ้นกับตัวฉันเช่นกัน" เธอเล่า
โรเจอร์ ดอกซ์ซีย์ หัวหน้าสารวัตรสอบสวนรับผิดชอบในการสืบสวนคดีการสะกดรอยหลายคดีในพื้นที่รับผิดชอบในย่านเอวอนและซัมเมอร์เซ็ต บอกว่า สารคดีและซีรีส์อย่าง เบบี้ เรนเดียร์ เป็นประโยชน์อย่างมากในแก่การปฏิบัติงานของตำรวจ หนึ่งในประเด็นที่เราขับเคลื่อนคือ การทำให้ประชาชนเข้าใจว่าอะไรคือ การสะกดรอยตาม หรือสตอล์กเกอร์ (stalker) ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้ช่วยทำให้คนพูดถึงและทำความเข้าใจ
"ซีรีส์เรื่องนี้ยังช่วยกระตุ้นให้คนกล้าที่จะรายงานการพบเห็นการสะกดรอยตาม และเราเองก็ได้เห็นว่า มีจำนวนการรายงานกรณีดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นด้วย"
ดอกซ์ซีย์บอกว่า "ในพื้นที่ดูแลอย่างย่านเอวอนและซัมเมอร์เซ็ตในปี 2003 มีการรายงานกรณีการสะกดรอยตามราว 3,000 กรณี"
"หากว่าคุณรู้สึกกังวลใจ ๆ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรบอกเรา แล้วเราจะหาวิธีช่วยคุณ" เขากล่าวทิ้งท้าย