เปิดโปงเอเจนต์เรียนต่อหลอกเอาเงินหนุ่มสาวเมียนมาในไทยที่อยากมีชีวิตใหม่ในฟินแลนด์

    • Author, บีบีซีแผนกภาษาเมียนมา
    • Author, เคลลี อึง
  • Published
  • เวลาอ่าน: 8 นาที

เมื่อ *มา นอว์ เผาะ ได้รับโอกาสไปเรียนที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาในฟินแลนด์ เธอก็ตัดสินใจรับข้อเสนอนั้นทันที

"ไม่สำคัญเลยว่าฉันจะเรียนอะไร" หญิงวัย 19 ปีรายนี้กล่าว "ฉันแค่รู้ว่าฉันต้องมีปริญญาเพื่อหางานดี ๆ และมีรายได้ที่เพียงพอเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว"

เธออาศัยอยู่ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เมืองชายแดนของไทยในฐานะผู้ลี้ภัย หลังหลบหนีจากสงครามที่ทำลายล้างชีวิตผู้คนในเมียนมา

มา นอว์ เผาะ เพิ่งเริ่มเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนที่กองทัพเมียนมายึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยในเดือน ก.พ. 2021

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ระบบการศึกษาในเมียนมาหยุดชะงักเนื่องจากครูหลายพันคนพากันลาออก และนักเรียนอย่างมา นอว์ เผาะ ปฏิเสธที่จะสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของคณะรัฐประหาร

ที่แม่สอด เธอเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมที่จัดตั้งขึ้นสำหรับผู้ลี้ภัย และที่นั่นเองที่เธอได้ยินเกี่ยวกับหน่วยงานที่เสนอโอกาสให้นักเรียนไปศึกษาต่อในฟินแลนด์

เธอตัดสินใจลงเรียนภาษาฟินแลนด์ เพื่อเตรียมตัวสำหรับชีวิตใหม่อีกฟากหนึ่งของโลก แต่ความฝันนั้นก็พังทลายลงในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา พร้อมกับอนาคตที่เธอเคยคิดว่าอยู่แค่เอื้อม

เธอจ่ายเงินไปประมาณ 10,000 ยูโร (ราว 380,000 บาท) ให้กับหน่วยงานที่ชื่อว่า ไบรเทอร์ ฟิวเจอร์ เวย์ หรือบีเอฟดับเบิลยู (Brighter Future Way - BFW) ซึ่งดำเนินงานอยู่ใน อ.แม่สอด

เงินจำนวนนี้มีไว้สำหรับค่าเรียนภาษาฟินแลนด์ในแม่สอด ค่าสมัครเข้าเรียนวิทยาลัยอาชีวศึกษา ซึ่งเธอตั้งใจจะเรียนพยาบาล และค่าใบอนุญาตพำนักเพื่ออยู่อาศัยในฟินแลนด์

เธอกล่าวว่านี่เป็นเงินจำนวนมหาศาลสำหรับครอบครัว และใช้เวลาเกือบหนึ่งปีถึงจะเก็บรวบรวมมาได้ แต่พวกเขาก็เต็มใจจ่ายเพื่อโอกาสที่ให้ความหวังว่าจะช่วยเปลี่ยนชีวิต

ทว่าทางฟินแลนด์ปฏิเสธคำขอใบอนุญาตพำนักของมา นอว์ เผาะ ทั้งที่บีเอฟดับเบิลยูบอกเธอว่าสามารถขอได้อย่างง่ายดาย

เธอต้องการเงินคืน แต่ไม่สามารถติดต่อหน่วยงานได้ หลายสัปดาห์ต่อมาเธอก็ได้ทราบว่าผู้ก่อตั้ง มิน มิน โซ ชเว ถูกจับกุมในฟินแลนด์

พิทักษ์ ปะกาย ผู้ร่วมก่อตั้งบีเอฟดับเบิลยู ซึ่งอยู่ในประเทศไทย บอกกับบีบีซีว่า บริษัท "ขาดการติดต่อ" กับมิน มิน โซ ชเว และจะยุติการดำเนินงานในไม่ช้า เนื่องจาก "ไม่มีนักเรียนเหลืออยู่ในหอพักแล้ว"

หน่วยพิทักษ์ชายแดนของฟินแลนด์ยังประกาศเปิด "การสอบสวนขนาดใหญ่" ต่อหน่วยงานด้านการศึกษาที่เคยเสนอช่วยนักเรียนชาวเมียนมาประมาณ 350 ราย ให้เข้าเรียนในวิทยาลัยอาชีวศึกษาทั่วฟินแลนด์ ระหว่างปี 2022-2025

ในแถลงการณ์ระบุว่า "มีข้อสงสัยว่ามีนักเรียนอย่างน้อยบางรายถูกเรียกเก็บเงินจำนวนสูงเกินจริง ภายใต้ข้ออ้างในการจัดหาที่เรียน ใบอนุญาตพำนัก และการสอบภาษา" พร้อมระบุว่าผู้เสียหายบางรายต้องกลายเป็นหนี้

"สถานการณ์นี้อาจทำให้นักเรียนจำนวนมากตกอยู่ในภาวะเปราะบาง และเสี่ยงต่อการถูกเอาเปรียบเพิ่มเติม ทั้งด้านการเงินหรือในรูปแบบอื่น" ยูโฮ ซิลลันแป ผู้รับผิดชอบการสอบสวน กล่าวกับบีบีซี

ยูโฮกล่าวว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาเคยมีส่วนร่วมในการสอบสวนหลายคดีที่นายหน้าด้านการศึกษาหลอกลวงลูกค้าหรือทางการฟินแลนด์ แต่คดีที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น "ส่วนใหญ่มีขนาดเล็กกว่านี้" และเขาเสริมว่าคดีนี้อาจเข้าข่าย "กรรโชกทรัพย์ในระดับร้ายแรง" แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อองค์กรหรือบุคคลที่อยู่ระหว่างการสอบสวน

จากการประมวลข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์นักเรียนที่ได้รับผลกระทบ 6 ราย รวมถึงวิทยาลัยอาชีวศึกษาในฟินแลนด์ และผู้ร่วมก่อตั้งบีเอฟดับเบิลยูรายหนึ่ง บีบีซีเข้าใจว่า บีเอฟดับเบิลยูคือหน่วยงานที่กำลังถูกสอบสวน

บีบีซีได้ติดต่อทนายความและครอบครัวของ มิน มิน โซ ชเว แล้ว แต่พวกเขาปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์

จากข้อมูลบนเว็บไซต์ของบีเอฟดับเบิลยู ระบุว่า องค์กร "เชี่ยวชาญด้านการฝึกอบรมภาษาและบริการจัดหานักเรียน สำหรับบุคคลจากเมียนมาที่กำลังเตรียมตัวไปใช้ชีวิต ศึกษา หรือทำงานในต่างประเทศ"

หลักสูตรอาชีวศึกษาที่ระบุไว้บนเว็บไซต์ ได้แก่ หลักสูตรการพยาบาล การบำรุงรักษาอาคาร และงานจัดเลี้ยง

องค์กรดังกล่าวจดทะเบียนบริษัทและมีสำนักงานในเมียนมา ในประเทศไทย รวมถึงฟินแลนด์ และระบุว่าภารกิจขององค์กรคือ "สนับสนุนนักเรียนของเราในทุกขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาพร้อมและได้รับการดูแลอย่างดีในช่วงเปลี่ยนผ่าน"

องค์กรที่ดำเนินการแบบเดียวกับบีเอฟดับเบิลยูเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากนักเรียนนอกสหภาพยุโรปสามารถสมัครเข้าเรียนในสถาบันอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาในฟินแลนด์ผ่าน "ตัวกลาง" เหล่านี้ ซึ่งรวมถึงหน่วยงานปกครองท้องถิ่นด้วย

หน่วยงานเหล่านี้สามารถ "สั่งให้จัดทำ" หลักสูตรเฉพาะ โดยปรับให้เหมาะกับความต้องการของนักเรียนที่พวกเขารับสมัคร แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่ามีนักเรียนจำนวนเท่าใดที่ลงทะเบียนในโครงการของบีเอฟดับเบิลยู และมีนักเรียนกี่คนที่ได้เดินทางไปถึงฟินแลนด์จริง

*โก เมียว คือหนึ่งในผู้ที่เดินทางไปถึงฟินแลนด์ ชายวัย 26 ปีรายนี้บอกว่าครอบครัวของเขารู้จักมิน มิน โซ ชเว โดยเขาบอกกับบีบีซีว่า ปัจจุบันเขากำลังทำงานในสถานดูแลผู้สูงอายุ หลังจากจบหลักสูตรอาชีวศึกษา

เขากล่าวว่า หน่วยงานอนุญาตให้เขาเลื่อนการชำระเงินบางส่วนไปจนถึงหลังจากเริ่มทำงานแล้ว แต่ตัวเลือกดังกล่าวไม่ได้ถูกเสนอให้กับนักเรียนคนอื่นที่ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีแต่อย่างใด

เอดูซาโว โอวาย (EduSavo Oy) วิทยาลัยอาชีวศึกษาในเมืองอีซัลมีของฟินแลนด์ มีกำหนดจะรับนักศึกษากลุ่มแรกผ่านโครงการที่บีเอฟดับเบิลยูจัดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ อย่างไรก็ตาม มิรา เรโป ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของวิทยาลัยเอดูซาโว โอวาย กล่าวกับบีบีซีว่าภายในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ทางวิทยาลัยยังไม่ได้รับค่าเล่าเรียนใด ๆ จากบีเอฟดับเบิลยู พวกเขาจึงตัดสินใจยุติความร่วมมือ

"เราได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการสอบสวนของตำรวจที่กำลังดำเนินอยู่ และข้อมูลที่บ่งชี้ว่าบีเอฟดับเบิลยูไม่สามารถชำระเงินได้ในขณะนี้ เท่าที่ฉันเข้าใจ มิน มิน โซ ชเว ถูกควบคุมตัวโดยทางการฟินแลนด์"

กระทรวงศึกษาธิการของฟินแลนด์ระบุว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสอบสวน แต่ก็ "กังวลต่อการละเมิดที่ต้องสงสัย"

"ตัวกลางที่เรียกว่าเอเยนต์ (นายหน้า) ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในการรับสมัครนักศึกษาต่างชาติทั่วโลก รวมถึงในฟินแลนด์" โทมัส ซุนด์ ผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสารของกระทรวงศึกษาธิการฟินแลนด์ กล่าวกับบีบีซี

อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่ากฎหมายใหม่จะมีผลบังคับใช้ในเดือน ส.ค. ซึ่งจะอนุญาตให้นักเรียนต่างชาติทุกคนสามารถสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนอาชีวศึกษาในฟินแลนด์ได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางต่าง ๆ

"ฉันรู้สึกมีแรงบันดาลใจเมื่อเห็นรุ่นพี่บางคนย้ายไปฟินแลนด์เพื่อเรียนมหาวิทยาลัยหลังจบการศึกษา" มา นอว์ เผาะ กล่าว

หลังเกิดการรัฐประหาร ประเทศต่าง ๆ อย่างสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรเพิ่มความเข้มงวดด้านวีซ่าสำหรับชาวเมียนมามากขึ้น โดยมีแรงขับดันจากความกังวลว่าวีซ่านักเรียนอาจถูกใช้เพื่อขอสถานะผู้ลี้ภัย

ดังนั้น หน่วยงานอย่างบีเอฟดับเบิลยูจึงเริ่มสนับสนุนชื่อของประเทศฟินแลนด์ในฐานะทางเลือก เมื่อประเทศนี้ออกใบอนุญาตพำนักให้แก่ผู้ที่ศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา ครอบครัวของพวกเขาก็มีสิทธิยื่นขอได้เช่นกัน

ทั้งหมดนี้ทำให้ฟินแลนด์กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนหนุ่มสาวชาวเมียนมาที่ต้องการหนีสงครามและความยากจนในประเทศ ไปใช้ชีวิตและเรียนใน "ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก" พร้อมความเป็นไปได้ที่จะพาครอบครัวย้ายไปอยู่ด้วยในอนาคต

ในโฆษณาทางออนไลน์ เอเจนต์หลายรายยังโฆษณาว่า "อนุมัติวีซ่าง่ายและเรียนฟรี" ไปจนถึง "การศึกษาระดับมัธยมชั้นนำของโลก" และสามารถ "ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยเพื่อช่วยค่าใช้จ่ายของคุณ"

มา นอว์ เผาะ ยังได้พบกับมิน มิน โซ ชเว ผู้ก่อตั้งบีเอฟดับเบิลยู ซึ่งยืนยันกับเธอว่าสิ่งที่ดูเหมือนความฝันลม ๆ แล้ง ๆ นั้น แท้จริงแล้วอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม แม่ของเธอถึงกับขายที่ดินทำเกษตรจำนวน 2 แปลงเพื่อนำเงินมาจ่ายค่าใช้จ่าย

"ฉันตื่นเต้นเพราะฉันจะได้ไปที่นั่นกับเพื่อน ๆ" เธอกล่าว

ทว่าเมื่อเธอไปเรียนภาษาที่ "โรงเรียน" ของบีเอฟดับเบิลยูในแม่สอด มา นอว์ เผาะ ต้องตกใจเมื่อพบว่าไม่มีครูสอนอยู่เลย "ฉันเอาแต่สงสัยว่าทำไมเราต้องจ่ายเงินมากขนาดนั้น เพื่อมาสอนกันเอง"

เธอต้องการถอนตัวจากโครงการหลังผ่านไปไม่กี่เดือน แต่เธอถูกบอกให้อยู่ต่อ เพราะว่าจะไม่ได้รับเงินคืน

นักเรียนทั้ง 6 รายที่ให้สัมภาษณ์กับบีบีซี รวมถึงมา นอว์ เผาะ ต่างเสียเงินไปประมาณ 10,000 ยูโร (ราว 380,000 บาท) ให้กับบีเอฟดับเบิลยู โดยแบ่งเป็น 8,000 ยูโร (ประมาณ 300,0000) สำหรับเรียนภาษาฟินแลนด์ และ 2,000 ยูโร (ประมาณ 80,000) สำหรับค่าดำเนินการขอวีซ่า แม้ว่าพวกเขาจะได้รับข้อเสนอให้เข้าเรียนจากสถาบันในฟินแลนด์ แต่ 5 รายถูกปฏิเสธใบอนุญาตพำนัก เนื่องจาก "หลักฐานทางการเงินไม่เพียงพอ" และ "เอกสารล่าช้า" ตามคำบอกเล่าของนักเรียน

"การขอวีซ่าทั้งหมด การเตรียมเอกสารต่าง ๆ ... พวกเราต้องทำเองทุกอย่าง แล้วพวกเขาเอาเงินเราไปทำอะไร" มา นอว์ เผาะ ตั้งคำถาม

*โก มยินต์ วัย 21 ปี เล่าว่าในปี 2024 พ่อแม่ของเขานำเงินเก็บทั้งชีวิตมาใช้จ่ายในโครงการของบีเอฟดับเบิลยู และยังต้องยืมเงินจากญาติมาด้วย พวกเขาหวังว่าเขาจะสามารถหารายได้มาคืนได้ เมื่อได้งานดี ๆ ในฟินแลนด์

โก มยินต์ ทำงานกับพ่อแม่ในโรงงานอาหารในประเทศไทย ซึ่งพวกเขาได้รับค่าแรงประมาณเดือนละ 10,000 บาท ในฐานะแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมา พวกเขาประสบความยากลำบากในการหางานที่ให้ค่าจ้างดีกว่านี้

"ผมอยากก้าวหน้าในชีวิตด้วยการได้งานที่ดีกว่า... [มิน มิน โซ ชเว] บอกผมว่าถ้าผมขยันเรียน เขาสามารถช่วยผมได้ นั่นคือจุดเริ่มต้นของความฝันฟินแลนด์ของผม" เขากล่าว

โก มยินต์ กล่าวว่าช่วงแรก มิน มิน โซ ชเว ตกลงรับเงินก้อนประมาณ 8,000 ยูโร (ประมาณ 300,000 บาท) แต่ต่อมาภายหลังเรียกเก็บเงินเพิ่มอีกเดือนละ 3,500 บาท สำหรับค่าที่พัก

เมื่อไม่สามารถจ่ายค่าใช้จ่ายที่ถูกเรียกเก็บเพิ่มได้ โก มยินต์จึงถอนตัวจากโครงการ แม้ว่าเขาจะได้รับข้อเสนอให้เข้าเรียนพยาบาลในกรุงเฮลซิงกิแล้วก็ตาม

"พวกเขาบอกว่าเงินของผมไม่เหลือแม้แต่บาทเดียว แต่ผมยังไม่ได้วีซ่าด้วยซ้ำ ผมไม่เข้าใจว่าเงินทั้งหมดหายไปได้อย่างไร" เขาเล่าให้บีบีซีฟัง

โก มยินต์ บอกว่าเมื่อปีที่แล้วเขาออกมาเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับบีเอฟดับเบิลยูบนเฟซบุ๊ก ทำให้เขาถูกผู้สนับสนุนมิน มิน โซ ชเว คุกคามทางออนไลน์

"แม้แต่สมาชิกในครอบครัวของเขายังมาต่อว่าผม การต้องปะทะกับใครหลาย ๆ คนทำให้ผมเหนื่อยล้าทางจิตใจ" เขากล่าว "ตอนนี้ผมทำงานกะกลางวันและกะกลางคืนที่โรงงานเพื่อใช้หนี้"

ด้านมา นอว์ เผาะ ได้ย้ายไปอีกเมืองหนึ่งในประเทศไทย เพราะรู้สึก "อับอายเกินกว่าจะกลับบ้านเกิดในเมียนมา" เธอกล่าวว่าแม่ของเธอรับมือกับการสูญเสียเงินจำนวนมากได้ยาก และมัน "ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับแม่ตึงเครียด"

"เพิ่งจะเข้าใจว่าเราถูกหลอกก็ตอนที่มีข่าวว่ามิน มิน โซ ชเว ถูกจับกุม" เธอกล่าว

*มีการเปลี่ยนชื่อของนักเรียนตามคำร้องขอของผู้ให้สัมภาษณ์