You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เปิดเอกสารงบ 69 ก่อนสภาถกวาระ 2-3 สัปดาห์นี้ หน่วยไหนถูกตัด-ได้เพิ่ม
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเตรียมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วาระที่ 2-3 วงเงิน 3,780,600 ล้านบาท ในระหว่างวันที่ 13-15 ส.ค. ซึ่งเป็นการพิจารณาเป็นรายมาตรา (วาระ 2) ก่อนขอความเห็นชอบทั้งฉบับ (วาระ 3)
คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธาน ได้ปรับลดงบประมาณลงจากวาระแรก 8,920.7 ล้านบาท ก่อนนำไปจัดสรรให้ส่วนราชการตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ 8,690.5 ล้านบาท และให้หน่วยงานของรัฐสภา ศาล องค์กรอิสระ และอัยการ รวม 230.2 ล้านบาท
การจัดทำงบประมาณปี 2569 ของรัฐบาล "แพทองธาร" เกิดขึ้นก่อนเกิดกรณีตอบโต้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งไทยถูกเรียกเก็บภาษีขาเข้าสหรัฐฯ ในอัตรา 19% เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อ 7 ส.ค.
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) แสดงความเห็นในเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขาว่า งบประมาณ 2569 จะเป็นเครื่องมือทางการคลังที่สำคัญของรัฐบาลเพื่อรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจ ในฐานะ กมธ. เสียงข้างน้อย เห็นว่า กมธ.งบประมาณปี 2569 "ได้ทำน้อยไปในการจัดลำดับความสำคัญงบประมาณใหม่ เพื่อรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจที่จะเกิดจากข้อตกลงกับสหรัฐฯ เรื่องภาษีตอบโต้" และตั้งข้อสังเกตกรณีที่รัฐบาลไม่ทำคำขอสำหรับรายการใหม่ ๆ ที่จะสามารถช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากข้อตกลงภาษีตอบโต้จริง
หน่วยไหนบ้างถูกหั่นงบ
บีบีซีไทยตรวจสอบเอกสารรายงานของ กมธ. พบว่า ส่วนราชการที่ถูกปรับลดงบสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
อันดับแรกคือ กระทรวงมหาดไทย (มท.) ปรับลดงบลง 2,148.2 ล้านบาท
- กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ปรับลดงบ 1,533 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการปรับลดงบโครงการส่งเสริมสนับสนุนการจัดบริการสาธารณะด้านสาธารณสุขท้องถิ่น 100.8 ล้านบาท (จากเดิมตั้งไว้ 131.4 ล้านบาท)
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ปรับลดงบ 260.6 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการปรับลดงบโครงการความร่วมมือระหว่าง มท. กับกองทัพบกในการจัดหาอากาศยานปีกหมุน หรือเฮลิคอปเตอร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาสาธารณภัย 150 ล้านบาท (จากเดิมตั้งไว้ 508.7 ล้านบาท)
- สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.) ปรับลดงบ 195.1 ล้านบาท โดยปรับลดงบโครงการสนับสนุนการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารราชการ 112.6 ล้านบาท (จากเดิมตั้งไว้ 2,638.3 ล้านบาท), โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย 80 ล้านบาท (จากเดิมตั้งไว้ 463.4 ล้านบาท), โครงการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 2.2 ล้านบาท (จากเดิมตั้งไว้ 20.9 ล้านบาท)
- กรมโยธาธิการและผังเมือง ปรับลดงบ 153.3 ล้านบาท อาทิ โครงการพัฒนาพื้นที่ตามผังเมือง 93.4 ล้านบาท (จากเดิมตั้งไว้ 11 ล้านบาท), โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำภายในประเทศ 59.8 ล้านบาท (จากเดิมตั้งไว้ 8,616.2 ล้านบาท)
- กรมที่ดิน ปรับลดงบ 6 ล้านบาท (จากเดิมตั้งไว้ 310.2 ล้านบาท) เพื่อใช้ทำโครงการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกในการให้บริการของสำนักงานที่ดิน
อันดับสอง หน่วยงานรัฐสภา ปรับลดงบ 880.2 ล้านบาท แบ่งเป็น สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถูกตัดงบ 852.6 ล้านบาท, สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ถูกตัดงบ 27.6 ล้านบาท
อันดับสาม กระทรวงคมนาคม ปรับลดงบ 795.2 ล้านบาท แบ่งเป็น กรมทางหลวง ถูกตัดงบ 552 ล้านบาท, กรมท่าอากาศบยาน 78.3 ล้านบาท, สำนักงานปลัดกระทรวง 58.9 ล้านบาท, กรมทางหลวงชนบท 51.5 ล้านบาท, กรมเจ้าท่า 26.5 ล้านบาท, กรมการขนส่งทางบก 20.5 ล้านบาท, กรมการขนส่งทางราง 4.4 ล้านบาท, สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) 3 ล้านบาท
อันดับสี่ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ปรับลดงบ 693.5 ล้านบาท แบ่งเป็น สำนักงานปลัดกระทรวง ถูกตัดงบ 545.2 ล้านบาท, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 82.2 ล้านบาท, กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 27 ล้านบาท, กรมควบคุมโรค 13.5 ล้านบาท, สถาบันวัคซีนแห่งชาติ 11.3 ล้านบาท, กรมการแพทย์ 8.4 ล้านบาท, กรมสุขภาพจิต 3.3 ล้านบาท, กรมอนามัย 2.3 ล้านบาท
อันดับห้า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ปรับลดงบ 459.2 ล้านบาท แบ่งเป็น กรมทรัพยากรน้ำ ถูกตัดงบ 275 ล้านบาท, สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ 59.3 ล้านบาท, สำนักงานปลัดกระทรวง 46.7 ล้านบาท, กรมป่าไม้ 37.8 ล้านบาท, กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 22.4 ล้านบาท, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 14.8 ล้านบาท, กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) 2 ล้านบาท, กรมทรัพยากรธรณี 1 ล้านบาท, กรมทรัพยากรน้ำบาดาล 1 ล้านบาท
หน่วยไหนบ้างได้งบเพิ่ม
ขณะที่หน่วยขอรับงบที่ได้รับการจัดสรรงบเพิ่มเติมมี 6 หน่วย ดังนี้
1. รัฐวิสาหกิจ ตั้งเพิ่มจำนวน 4,914.4 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างงานโยธาตามสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม กทม. ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟท.)
2. กระทรวงการคลัง ตั้งเพิ่มจำนวน 1,568.2 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศปี 2569 ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)
3. กระทรวงแรงงาน ตั้งเพิ่มจำนวน 1,000 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินสมทบกองทุนประกันสังคมสำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ของสำนักงานประกันสังคม (สปส.)
4. กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตั้งเพิ่มจำนวน 153.1 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินอุดหนุนสนับสนุนการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ ของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
5. หน่วยงานของศาล ตั้งเพิ่มจำนวน 83.2 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินอุดหนุนทั่วไป ให้ผู้รับบริการได้รับการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดคดีที่รวดเร็ว มีคุณภาพ และธำรงไว้ซึ่งความเชื่อมั่นต่อการอำนวยความยุติธรรมของศาลปกครอง
6. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งเพิ่มจำนวน 20.8 ล้านบาท เพื่อใช้ในปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่ภาคเหนือ กทม. และปริมณฑล ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร
กมธ. ยังให้ตั้งงบกลางเพิ่มจำนวน 1,000 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ในการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของรัฐ การเยียวยาหรือบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติสาธารณะร้ายแรง และภารกิจจำเป็นเร่งด่วนของรัฐ
นอกจากนี้ กมธ. ยังให้ตั้งงบเพิ่มใน 2 แผนงาน ได้แก่
1. แผนงานบูรณาการ ตั้งเพิ่มจำนวน 20.7 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ติดยาเสพติดที่เข้าสู่กระบวนการบำบัดและพัฒนาพฤตินิสัย ตามแผนบูรณาการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม เป็นเจ้าของเรื่อง
2. แผนงานบุคลากรภาครัฐ ตั้งเพิ่มจำนวน 160 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายบุคลากรของ 6 หน่วยงาน แบ่งเป็น สำนักงานอัยการสุงสุด (อสส.) 78.3 ล้านบาท, สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 32.9 ล้านบาท, สำนักงานศาลปกครอง 27 ล้านบาท, สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) 13.1 ล้านบาท, สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) 6.9 ล้านบาท และสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน 1.6 ล้านบาท
เปิดชื่อ 17 อปท. ได้เติมเงิน
กมธ.งบประมาณปี 2569 ยังระบุรายละเอียดงบประมาณของ 2 กระทรวงที่มีรายการเปลี่ยนแปลง โดยถูกหั่นลดงบรวมกัน 185.2 ล้านบาท ก่อนนำไปจัดสรรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวม 17 แห่ง
หน่วยงานแรกคือ กระทรวงมหาดไทย ถูกปรับลดงบประมาณของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ลง 114.5 ล้านบาท แล้วนำไปจัดสรรเพิ่มเทศบาล 4 แห่ง ได้แก่ เทศบาลเมืองโคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา 35.4 ล้านบาท, เทศบาลตำบลเขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา 33.3 ล้านบาท, เทศบาลเมืองลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ 23.9 ล้านบาท และเทศบาลเมืองประโคนชัย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ 21.8 ล้านบาท
อีกหน่วยงานคือ กระทรวงสาธารณสุข ถูกปรับลดงบส่วนของสำนักปลัดกระทรวง สธ. ลง 70.7 ล้านบาท ก่อนนำไปจัดสรรให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบต.) 13 แห่ง โดยมี อบจ.พะเยา ได้งบเพิ่มสูงสุด 9.7 ล้านบาท รองลงมาคือ อบจ.ปทุมธานี 9.2 ล้านบาท และ อบจ.กาฬสินธุ์ 9 ล้านบาท ส่วนอีก 10 อบจ. ที่เหลือ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ 8.6 ล้านบาท, ตาก 7.8 ล้านบาท, ร้อยเอ็ด 6.2 ล้านบาท ยะลา 5.1 ล้านบาท, พัทลุง 3.8 ล้านบาท, นครสวรรค์ 3.5 ล้านบาท, เชียงราย 2.4 ล้านบาท, ขอนแก่น 2 ล้านบาท, อุทัยธานี 1.3 ล้านบาท และนราธิวาส 1.3 ล้านบาท