เรารู้อะไรบ้างจากเหตุไฟไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ใกล้ยูเนี่ยนมอลล์

เจ้าหน้าที่ใช้เวลาราว 35 นาทีในการควบคุมเพลิงที่ร้านอาหารแห่งนี้

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่ใช้เวลาราว 35 นาทีในการควบคุมเพลิงที่ร้านอาหารแห่งนี้
Published
เวลาอ่าน: 10 นาที

เกิดโศกนาฏกรรมใหญ่ภายในร้านอาหารกึ่งผับย่าน ถ.ลาดพร้าว ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 27 ราย และบาดเจ็บ 73 ราย

เวลา 09.00 น. ของวันนี้ (13 ก.ค.) เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้ รวมถึงตรวจสอบระบบความปลอดภัยภายในอาคาร ก่อนสรุปผลอย่างเป็นทางการต่อไป

ด้านกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อช่วยเหลือญาติผู้ประสบเหตุ และเร่งตรวจสอบการอนุญาตประกอบกิจการของสถานประกอบการ และการตรวจสอบระบบทางหนีไฟว่าเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยหรือไม่

เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นใจกลางกรุงเทพฯ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเวลาก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อยที่ร้านอาหาร "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" ตั้งอยู่ใกล้ ถ.ลาดพร้าวซอย 1 เขตจตุจักร โดยชนวนที่ทำให้เกิดไฟไหม้ยังไม่แน่ชัด อยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุจากเจ้าหน้าที่

พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ กล่าวภายหลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นรู้จุดต้นเพลิงแล้วอยู่บริเวณเวที แต่จะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งในเวลา 09.00 น. ของวันนี้

ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. สันนิษฐานเบื้องต้นว่าสาเหตุเพลิงไหม้ "เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องปรับอากาศบนฝ้าเพดาน"

เครื่องดนตรีได้รับความเสียหายในเหตุการณ์เพลิงไหม้

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PUX

คำบรรยายภาพ, เครื่องดนตรีได้รับความเสียหายในเหตุการณ์เพลิงไหม้

อย่างไรก็ตาม นักร้องชายวงดนตรีที่มาร่วมแสดงในร้านขณะเกิดเหตุ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุไฟไหม้ เห็นควันขึ้นมาบริเวณคัตเอาต์บนเวทีซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณเหนือศีรษะของมือคีย์บอร์ดของวง แล้วก็มีกลิ่นเหม็นเหมือนเริ่มไหม้ มือคีย์บอร์ดจึงตะโกนบอกให้รีบหนี จากนั้นไฟได้ดับทั้งร้าน แล้วมีควันท่วม

ผู้เห็นเหตุการณ์รายนี้เล่าต่อไปว่า ตอนเกิดเหตุแฟนสาวนั่งอยู่ตรงกลางร้าน ตนอยู่ข้างเวที วิ่งจากเวทีไปประตูประมาณ 5 เมตร ตอนนั้นมันมืด ก็คลำ ๆ หาประตู แล้วก็เกิดระเบิดขึ้นตอนนั้นพอดี แรงระเบิดทำให้ตนกระเด็นออกมา และโดนไฟไหม้ช่วงท้ายทอยและแขน ส่วนเพื่อนที่เป็นมือกลองโดนไฟคลอกนอนร้องอยู่ตรงประตู ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก

นักร้องชายยังบอกด้วยว่า ร้านมีปัญหาไฟตก ซึ่งทางร้านจะไม่ได้ให้จุดไฟเลย อย่างวันเกิดก็ไม่ให้จุดเทียน ห้ามพกไฟแช็ก ตอนแรกจึงคิดว่าไฟตกปกติ แต่พอมีกลิ่นไหม้ก็เริ่มหนีกัน

ทราบในภายหลังว่าเขาเป็นสมาชิกวง "ทศกัณฐ์" โดยหัวหน้าวงแจ้งผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กว่า "บรีส" แฟนสาวของเขาเสียชีวิตแล้ว และ "ดิน" นักร้องชายอีกคนยังไม่แน่ชัดว่าอยู่ที่ไหน ส่วน "กวาง" มือคีย์บอร์ดยังไม่มีการติดต่อมา "บิว" มือกลองตอนนี้อาการสาหัส รอดูอาการ

คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นภาพผู้คนต่างวิ่งหนีออกมาจากตัวร้านท่ามกลางเปลวเพลิงและควันไฟ อีกทั้งยังมีเสียงกรีดร้องอยู่ตลอดเวลา โดยมีอยู่คลิปหนึ่งที่เห็นนักท่องเที่ยวหญิงกำลังวิ่งหนีตาย ก่อนที่ในไม่กี่วินาทีต่อมา เปลวเพลิงจะพวยพุ่งตามมาอย่างรวดเร็ว จนไฟไปติดที่เสื้อผ้าและลามไปตามร่างกายของเธอ จนพลเมืองดีที่เข้าช่วยเหลือต้องตะโกนบอกให้เธอรีบถอดเสื้อออกและช่วยกันดับไฟ

ใช้เวลา 35 นาทีดับเพลิง

กระเป๋าและโทรศัพท์มือถือของนักท่องเที่ยวที่พบบริเวณที่เกิดเหตุ

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, กระเป๋าและโทรศัพท์มือถือของนักท่องเที่ยวที่พบบริเวณที่เกิดเหตุ

หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยจากหลายหน่วยงานได้รุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อช่วยกันดับเพลิงและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งเวลานั้นมีผู้ติดค้างอยู่ภายในร้านเป็นจำนวนมาก

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีในการเดินทางถึงจุดเกิดเหตุหลังได้รับแจ้งเวลา 23.57 น. แต่เมื่อมาถึงพบว่าเพลิงลุกไหม้ลุกลามเต็มพื้นที่แล้ว ประกอบกับภายในอาคารมีกลุ่มควันหนาทึบ ทำให้การเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปด้วยความยากลำบาก

จากการปฏิบัติการช่วยเหลือ พบว่าผู้ประสบภัยจำนวนมากพยายามหลบหนีไปยังห้องน้ำบริเวณด้านหลังอาคาร ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงตัวผู้ประสบภัยได้ยากขึ้น ขณะที่การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าอาคารมีทางออกฉุกเฉินด้านหลัง 2 จุด

เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 35 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

คลิปวิดีโอหนึ่งที่ถ่ายจากกล้องติดหมวกของเจ้าหน้าที่กู้ภัยขณะเข้าสำรวจพื้นที่ภายในร้านหลังเปลวเพลิงสงบลง พบโครงสร้างภายในร้านถูกเผาไหม้ และมีควันปกคลุมอยู่ภายในเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยรายดังกล่าวได้เข้าสำรวจบริเวณห้องน้ำของร้าน และแจ้งผ่านวิทยุสื่อสารว่าพบผู้หมดสติในนั้น "มากกว่า 10 ราย"

ยอดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. รายงาน ณ เวลา 06.30 น. ว่าเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น ทำให้มีเสียชีวิตอย่างน้อย 27 ราย แบ่งเป็น ชาย 9 ราย และหญิง 18 ราย และบาดเจ็บ 27 ราย

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้ได้รับบาดเจ็บได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 63 รายหลังจากนั้น ในจำนวนนี้ มีอาการวิกฤต (เคสสีแดง) 22 ราย, อาการปานกลาง (เคสสีเหลือง) 33 ราย และอาการเล็กน้อย (เคสสีเขียว) 8 ราย

ในส่วนของผู้ประสบภัยที่ได้รับการช่วยเหลือออกมา เจ้าหน้าที่นำร่างมานอนเรียงรายอยู่บนถนน และระดมกำลังกันทำ CPR

ในระหว่างเข้าเคลียร์พื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมทรัพย์สินรวมถึงโทรศัพท์มือถือได้จากที่เกิดเหตุเป็นจำนวนมาก โดยมีญาติหรือเพื่อนของผู้ประสบภัยพยายามติดต่อเข้ามายังมือถือบางเครื่อง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้กู้ภัยรับสายและบันทึกข้อมูลเอาไว้

มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 27 รายในเหตุเพลิงไหม้ใจกลางกรุง

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 27 รายในเหตุเพลิงไหม้ใจกลางกรุง ตามการรายงานของ ปภ.กทม. เมื่อเวลา 06.30 น.

บ่ายวันเดียวกัน ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน กทม. หรือศูนย์เอราวัณ รายงานโดยอ้างข้อมูล ณ เวลา 10.20 น. โดยปรับยอดผู้เสียชีวิตเป็น 32 ราย พร้อมระบุว่า "ตรงกับนิติเวช" ส่วนผู้บาดเจ็บเพิ่มเป็น 73 ราย แบ่งเป็น ชาย 34 ราย และหญิง 39 ราย ทว่าผ่านไปครึ่ง ชม. หรือเวลา 15.30 น. ทาง กทม. ได้ลบข้อมูลดังกล่าวออกไป แล้วปรับตัวเลขผู้เสียชีวิตกลับไปเป็น 27 รายเท่าเดิม ส่วนตัวเลข 32 รายที่อ้างถึงในตอนแรก แจ้งว่าเป็นผู้ที่กลับบ้านได้แล้ว

เจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดไปยังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจเพื่อทำการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลและแจ้งให้ญาติทราบต่อไป ทั้งนี้ ณ เวลา 09.00 น. มีผู้เสียชีวิต 10 รายที่สามารถระบุตัวตนได้แล้ว แบ่งเป็น ชาย 5 ราย และหญิง 5 ราย ในจำนวนนี้มีบุคคลสัญชาติลาวรวมอยู่ด้วย 1 ราย

ตลอดทั้งวัน มีญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้ทยอยเดินทางมารับร่างที่สถาบันนิติเวชวิทยาเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า

หญิงรายหนึ่งเปิดเผยว่า พี่ชายได้เดินทางไปที่ร้านดังกล่าวในคืนเกิดเหตุ ก่อนจะเสียชีวิตภายในห้องน้ำขณะเกิดเพลิงไหม้

ขณะที่ อุษา หนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ ต้องเสียเพื่อนไปต่อหน้าต่อตา 2 ราย จากที่ไปนั่งกินดื่มด้วยกันทั้งหมด 5 ราย

เธอเล่าว่า ขณะเกิดเหตุไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ทำให้ลูกค้าที่อยู่ด้านในร้านไม่สามารถหนีออกมาได้ทัน แม้กลุ่มผู้รอดชีวิตจะพยายามหาทางช่วยทุบกระจกเพื่อหาทางช่วยเหลือผู้อื่นแล้วก็ตาม

อุษากล่าวทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุ เธอและเพื่อนเพิ่งถ่ายรูปร่วมกัน ซึ่งกลายเป็น "ภาพสุดท้ายที่ได้เก็บไว้" โดยเพื่อนที่เสียชีวิตไม่มีร่องรอยบาดแผลไฟไหม้ให้เห็นภายนอก

อุษา ต้องเสียเพื่อนไป 2 รายในเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, อุษา ต้องเสียเพื่อนไป 2 รายในเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้

สภาพภายในร้านอาหาร

สำหรับร้าน "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" ตั้งอยู่ด้านหน้าห้างสรรพสินค้ายูเนี่ยนมอลล์ ใกล้ 5 แยกลาดพร้าว ไม่ได้ยื่นจดทะเบียนใบอนุญาตประกอบกิจการเป็นสถานบริการ แต่จดทะเบียนเป็นร้านอาหาร ตามการเปิดเผยของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการ กทม.

ภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ผู้ว่าฯ ชัชชาติกล่าวถึงลักษณะพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งอาจบ่งบอกถึงสภาพภายในโรงเบียร์แห่งนี้ โดยระบุว่า เปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็วบริเวณฝ้าเพดาน ขณะที่โต๊ะและเก้าอี้พลาสติกหลายจุดไม่ได้รับความเสียหายมากนัก จึงเป็นข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่า "ควันพิษจากวัสดุตกแต่งภายในอาคารอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ประสบภัยหมดสติ" นอกจากนี้ ยังมีรายงานเบื้องต้นว่า ผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งอยู่บริเวณทางออกฉุกเฉินด้านซ้ายของอาคาร ซึ่งอาจมีสิ่งกีดขวางในพื้นที่ดังกล่าว แต่ยังต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนสรุปข้อเท็จจริงต่อไป

นายชัชชาติบอกว่า กทม. จะตรวจสอบเอกสารการอนุญาตประกอบกิจการของร้าน รวมถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะจำนวนและสภาพของทางหนีไฟ ความชัดเจนของป้ายทางออกฉุกเฉิน และการมีสิ่งกีดขวางในเส้นทางอพยพ เบื้องต้นพบว่าร้านมีทางหนีไฟ 2 จุด โดยหนึ่งในนั้นเป็นทางผ่านโซนครัว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่าการจัดวางพื้นที่และการใช้งานเป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยหรือไม่

ข้อมูลจาก ปภ.กทม. ระบุว่า ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียว หลังคาเมทัลชีต ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในร้าน เพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด พื้นที่เสียหายโดยประมาณ 164 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ต่อมานายอนุรัตน์ เครือชะเอม ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตจตุจักร เปิดเผยว่า ทางสำนักงานเขตได้เข้าตรวจสภาพร้านครั้งล่าสุดเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา พบว่า "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" มีการขอใบอนุญาตถูกต้องครบถ้วนทั้ง 3 ประเภท ใบอนุญาตประกอบกิจการร้านอาหาร ใบอนุญาตประกอบกิจการดนตรี ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร หลังจากนี้ กทม. จะส่งเจ้าหน้าที่วิศวกรเข้าตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างและสภาพอาคารเพิ่มเติม เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นซ้ำซ้อน

โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, สภาพร้าน "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" หลังเจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงได้

บ่ายวันเดียวกัน ฝ่ายโยธา สำนักงานเขตจตุจักร ได้ดำเนินการปิดคำสั่งห้ามใช้อาคาร ร้านอาหารโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เป็นเวลา 30 วัน โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

นายกฯ เสียใจเหตุโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ลงพื้นที่เกิดเหตุเช่นกันตั้งแต่เวลาราวตี 1 เศษ โดยได้เข้าสำรวจสภาพภายในร้านและพูดคุยกับผู้ประสบภัยบางคน หนึ่งในนั้นคือนักร้องชายที่มาแสดงดนตรีขณะเกิดเหตุ ซึ่งเล่าว่ามีควันออกมาจากคัตเอาต์บนเวที จากนั้นไฟดับแล้วมีเสียงระเบิดประทุดังขึ้น ก่อนมีกลุ่มควันเกิดขึ้น นักเที่ยวต่างคนต่างวิ่งไปหลังอาคารด้านห้องน้ำ ซึ่งภายในร้านไม่มีประตูหนีไฟที่ชัดเจน จากการตรวจพบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่หนีเข้าไปข้างในบริเวณห้องน้ำ

นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ใจกลางเมืองในครั้งนี้ และสั่งการให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเร่งตรวจสอบเพื่อความชัดเจนอีกครั้ง

ตร. สั่งสอบเกิดจากความประมาทหรือวางเพลิง

ผู้รอดชีวิตเล่าว่า นักเที่ยวช่วยกันทุบกระจกเพื่อหนีเอาตัวรอดจากเปลวเพลิง

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ผู้รอดชีวิตเล่าว่า นักเที่ยวช่วยกันทุบกระจกเพื่อหนีเอาตัวรอดจากเปลวเพลิง

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่เกิดเหตุติดตามคดีเพลิงไหม้ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับประตูเข้า-ออกร้าน ซึ่งประตูทางเข้าหลักด้านหน้าอยู่ติดกับ ถ.ลาดพร้าว มี 2 ประตู และมีประตูด้านหลังอีก 2 ประตู โดยประตูที่สามเชื่อมกับทางออกห้องน้ำชาย-หญิง "แต่ทราบมาว่ามีโต๊ะวางและสันนิษฐานว่าขายท็อฟฟี่ (ลูกอม) ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวน" ประตูนี้เป็นประตูลูกบิดที่มีกลอน 2 อัน แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าล็อกไว้หรือไม่ ต้องรอผลการสืบสวน และอีกประตู เป็นประตูด้านหลังติดอยู่กับห้องครัว เชื่อว่าป้ายไฟที่ติดอยู่บนประตูนั้นเขียนว่า "ทางออก" แต่เมื่อไฟดับทั้งร้าน จึงทำให้ป้ายไฟนี้ดับลงตามไปด้วย

"ประตูบริเวณห้องครัว เราพบด้วยว่ามือจับหายไป อาจเกิดจากการทำลาย ลูกบิดก็ไม่มี เป็นประตูบานเลื่อน และกว่าเราจะเดินออกจากประตู ก็มีล็อคเกอร์หรือชั้นวาง ทำให้ทางเดินตรงประตูที่กว้างประมาณ 1 เมตรเศษ ๆ แคบลงมาเหลือแค่คนเดิน 1 คนต่อทางเดิน ตรงนี้อาจชี้ได้ว่าการวางสิ่งของไม่ระมัดระวังเมื่อเกิดเหตุ" พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าว

พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) สั่งการให้หัวหน้างานสอบสวน สน.พหลโยธิน ร่วมกับกองพิสูจน์หลักฐานเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความประมาทหรือเป็นการวางเพลิง

ส่วนกระแสข่าวที่ว่าเจ้าของร้านสั่งล็อกประตูไม่ให้ลูกค้าออกเพื่อบังคับให้จ่ายเงินก่อนนั้น พล.ต.ต.พัลลภบอกว่า ยังต้องรอผลการสอบสวนอย่างละเอียด ขณะนี้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้ว 2-3 ปาก แต่ยังไม่สามารถสอบปากคำเจ้าของร้านได้ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัสและกำลังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู

ร่องรอยที่ปรากฏหลังเหตุเพลิงไหม้

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, คราบเลือดนี้ปรากฏหลังเหตุเพลิงไหม้

คำบอกเล่าจากผู้เห็นเหตุการณ์ที่อยู่วงนอก

บีบีซีไทยพูดคุยกับประชาชนที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง และเห็นนาทีชุลมุนจากสายตาของคนที่อยู่นอกร้านอาหารดังกล่าว โดยพวกเขากังวลว่าไฟจะลามมา

ศริญญา ซึ่งพักอยู่ที่ตึกแถว 3 ชั้น เยื้องฝั่งตรงข้ามโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ได้กลิ่นควันและเสียงรถหวอ จึงเดินออกไปสำรวจตอนเที่ยงคืนเศษ ซึ่งเธอมองไม่เห็นไฟ เห็นแต่ควัน

"ก็ [กลัวไฟจะลาม] นิดหนึ่ง เพราะว่าได้ยินเสียง ตุ้ม ขึ้นมา… ถ้าแบบเหตุการณ์ใหญ่ ๆ ไม่เคยเจอ ครั้งนี้ครั้งแรกเลย" เธอกล่าวและยอมรับว่ารู้สึกกังวล

เธอเล่าด้วยว่า หากเป็นศุกร์ เสาร์ คนจะมากินดื่มเยอะ แต่ถ้าเป็นอาทิตย์ คนอาจไม่เยอะ "แต่เมื่อวาน เห็นเขาบอกว่าน่าจะเยอะ"

ด้าน ฐิติ ลิ่วจา พนักงานร้านขายก๊าซซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงเบียร์ที่เกิดเหตุ เผยความรู้สึกว่า "ก็เสียว ๆ อยู่ [ว่าไฟจะลาม] เพราะว่ามันใกล้อยู่หน่อย เพราะเราไม่รู้ว่าข้างใน [จุดเกิดเหตุ] มีอะไรเพราะว่าพื้นที่มันก็แคบ"

ชายรายนี้เดินตามเสียงรถไซเรนไปจนใกล้จุดเกิดเหตุ จึงเดาได้ว่ามีอะไรผิดปกติ เพราะไฟดับ คนมุงกันเพียบ และมีรถพยาบาลและรถกู้ภัยเต็มไปหมด "ก็ไม่รู้จะทำยังไง พอออกมา ผมได้แต่นั่งอึ้งอยู่สักพักหนึ่ง"

หลายหน่วยงานเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

หลายหน่วยงานได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยและครอบครัวในด้านต่าง ๆ ซึ่งบีบีซีไทยขอประมวลข้อมูลมาไว้ ณ ที่นี้

  • กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยสำนักงานเขตจตุจักร: เปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบ ติดต่อได้ ที่นี่
  • สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ร่วมกับสำนักงานเขตจตุจักร: เปิดศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์และประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย (ส่วนหน้า) ณ สถานี MRT พหลโยธิน เพื่อรับเรื่องร้องเรียน รับเอกสารและพยานหลักฐาน ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและญาติของผู้เสียชีวิตในการใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน สคบ. 1166, แอปพลิเคชัน OCPB Connect
  • กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) โดยสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน: แจ้งช่องทางติดต่อหาญาติของผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย และทรัพย์สินที่สูญหายจากเหตุการณ์ไฟไหม้ โดยสอบถามข้อมูลได้ที่ 063-401-1355
  • สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ร่วมกับสำนักงานเขตปทุมวัน: เปิดศูนย์อำนวยความสะดวกด้านการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล การรับร่างผู้เสียชีวิต และการออกใบมรณบัตร บริเวณชั้น 3 อาคารนิติเวช รพ.ตำรวจ
  • สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) โดยสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน: เปิดศูนย์ให้คำปรึกษาและขอความช่วยเหลือทางกฎหมายเกี่ยวกับการเยียวยา การเรียกค่าเสียหาย และสิทธิตามกฎหมายได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ที่ อสส. หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านสายด่วน 1157

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล สคบ. กล่าวว่า ผู้ที่เข้าไปใช้บริการในสถานประกอบการดังกล่าวถือเป็นผู้บริโภคที่มีสิทธิได้รับความปลอดภัยและการคุ้มครองตามกฎหมาย จึงกำชับให้ สคบ. เป็นตัวกลางประสานผู้เสียหายและผู้ประกอบการ เพื่อเร่งเข้าสู่กระบวนการเจรจาไกล่เกลี่ยและการเยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับการชดใช้ค่าเสียหายอย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าทรัพย์สินที่เสียหาย และความเสียหายอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) พร้อมใช้อำนาจตามกฎหมายดำเนินคดีทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายแทนผู้บริโภค โดยผู้เสียหายไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ส่วนความรับผิดชอบทางด้านอาญา ทางพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน จะดูแลรับผิดชอบต่อไป

นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า จะมอบเงินเยียวยาให้แก่ผู้เสียชีวิตรายละ 3 แสนบาท ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจะมอบเงินค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 80,000 บาท ซึ่งพิจารณาจากจำนวนวันที่ต้องสูญเสียรายได้, การฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ขึ้นอยู่กับภาวะการบาดเจ็บ พร้อมยืนยันว่าจะช่วยเหลือเยียวยาเหยื่ออย่างเต็มที่