พบระเบิดเก่า ซากเรืออับปางสมัยสงครามโลก และกระดูกแมมมอธโผล่พ้นน้ำ หลังยุโรปเผชิญแล้งจัดจนแม่น้ำแห้งขอด

    • Author, เคน เพอร์รี
    • Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
  • Published
  • เวลาอ่าน: 4 นาที

คลื่นความร้อนรุนแรงและภัยแล้งที่เกิดขึ้นทั่วทวีปยุโรปได้เผยให้เห็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์มากมาย ตั้งแต่เรือรบสมัยนาซี ซากกระดูกแมมมอธโบราณ ไปจนถึงอารามที่ถูกลืมเลือนไปนาน

ระดับน้ำในลุ่มแม่น้ำดานูบที่ไหลผ่าน 19 ประเทศ ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 30 ปี โดยนักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าเป็นผลจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นและปริมาณฝนที่ตกน้อยกว่าปกติ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเร่งให้อุณหภูมิสูงขึ้นทั่วโลกโดยเฉพาะในทวีปยุโรป

ตามข้อมูลของหน่วยติดตามสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (Copernicus climate service) ยุโรปถือเป็นทวีปที่ร้อนขึ้นเร็วที่สุดในโลก โดยอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของโลกถึงสองเท่า ส่งผลให้เกิดคลื่นความร้อนในช่วงฤดูร้อนที่ถี่และรุนแรงขึ้น เพิ่มแรงกดดันต่อทรัพยากรน้ำในยุโรป และทำให้ไฟป่าทวีความรุนแรงมากขึ้น

ระดับน้ำที่ลดลงเผยให้เห็นซากเรืออับปางสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างน้อย 20 ลำ ซึ่งทำให้การสัญจรของเรือยุคใหม่ในบริเวณดังกล่าวเสี่ยงอันตรายมากขึ้น

พบวัตถุระเบิด

นอกเหนือจากซากเรือรบแล้ว ยังพบกระสุนและวัตถุระเบิดจากศตวรรษที่ 20 ในหลายประเทศ เช่น โครเอเชีย ฮังการี และสโลวาเกีย

มีการอพยพผู้คนออกจากหลายพื้นที่ เนื่องจากหน่วยเก็บกู้ระเบิดกำลังดำเนินการกับลูกระเบิดที่ยังหลงเหลืออยู่และยังไม่ทำงาน

ทางการท้องถิ่นในฝรั่งเศสระบุว่า ไฟป่าบริเวณใกล้เมืองบอร์กโดซ์เผยให้เห็นคลังเก็บกระสุนและยุทโธปกรณ์จากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยพบเครื่องกระสุนและยุทโธปกรณ์รวม 400 ชิ้น ในหมู่บ้านเลอ ปอร์จ

อาวุธสมัยประวัติศาสตร์เหล่านี้เป็นของทั้งฝ่ายเยอรมนีและฝรั่งเศส โดยมีตั้งแต่กระสุนปืนครกและกระสุนต่อต้านรถถัง

ค้นพบโบราณวัตถุ

ในบัลแกเรีย ซากสิ่งมีชีวิตที่นักวิทยาศาสตร์คาดว่าเป็นซากของแมมมอธโบราณได้ปรากฏขึ้นบริเวณตลิ่งดินโคลนริมแม่น้ำดานูบ

ในสหราชอาณาจักร ในบริเวณที่เคยเป็นสนามหญ้าแต่กลายเป็นหญ้าแห้งแล้วได้เผยให้เห็นโครงสร้างฐานรากของอดีตอารามยุคกลาง และยังเผยให้เห็นรูปแบบของสวนตกแต่งอันวิจิตรจากศตวรรษที่ 17