You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ทำความรู้จัก "วันอธิกวาร" และเหตุผลที่ต้องมีวันที่ 29 ก.พ.
ปีนี้ถือเป็นปีที่พิเศษ เพราะว่าในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา มีจำนวนวันทั้งหมด 29 วัน จากปกติที่จะมี 28 วัน จึงทำให้จำนวนวันของปีเพิ่มขึ้นจากเดิม 365 วัน เป็น 366 วัน หรือเรียกว่า "ปีอธิกสุรทิน"
สำหรับวันที่ 29 ก.พ. เรียกเป็นภาษาไทยว่า "วันอธิกวาร" ส่วนภาษาอังกฤษเรียกว่า "Leap Day"
โดยทั่วไป ปีที่มีเดือน ก.พ. 29 วัน หรือที่เรียกว่าปีอธิกสุรทินนี้ จะวนมาทุก ๆ 4 ปี โดยปีอธิกสุรทินในครั้งก่อนหน้านี้ เกิดขึ้นในปี 2020 และปีอธิกสุรทินครั้งต่อไป จะมีขึ้นในอีก 4 ปีข้างหน้า นั่นคือปี 2028
แต่ก็จะมีบางปีเช่นกัน ที่ไม่ได้เป็นไปตามกฎโดยทั่วไปข้างต้น ซึ่งเราจะได้อธิบายต่อไป
ปกติแต่ละปี การกำหนดจำนวนวันของปฏิทินในรอบหนึ่งปีจะมีจำนวนวัน 365 วัน ซึ่งเชื่อมโยงกับการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์หนึ่งรอบ ซึ่งใช้เวลาราว 365 วัน
แต่ในความเป็นจริงแล้ว การโคจรรอบดวงอาทิตย์หนึ่งรอบจะใช้เวลามากกว่านั้นเล็กน้อย กล่าวคือ ใช้เวลา 365.242190 วัน โดยเศษส่วนที่ไม่เต็มวันคิดเป็นเวลาเกือบ 6 ชั่วโมง หรือราวหนึ่งในสี่ของวัน (ตัวเลขแบบละเอียดคือ 365 วัน 5 ชั่วโมง 48 นาที 46 วินาที)
ฉะนั้น จึงทำให้ในทุก ๆ 4 ปี จำเป็นต้องนำช่วงเวลาที่เกินมารวมกันให้ได้ 24 ชั่วโมง หรือต้องเพิ่มวันในปีที่สี่อีกหนึ่งวัน จึงเป็นที่มาของการเกิดวันที่ 29 ก.พ. ในทุก ๆ 4 ปี
แต่จะมีบางครั้งเช่นกันที่แม้จะวนมาครบรอบ 4 ปี แต่ก็อาจไม่เป็น "ปีอธิกสุรทิน" เนื่องจากในทุก 4 ปีที่มีวันที่ 29 ก.พ. นั้น ในทางปฏิบัติเท่ากับเราปัดตัวเลข 0.24219 วัน ขึ้นเป็น 0.25 วัน ในที่สุดส่วนต่างที่เราปัดก็จะรวมกันเป็นเวลา 3 วันในทุก 400 ปี ดังนั้น เมื่อต้องปรับปฏิทินตามนี้ ปีที่เป็นการเปลี่ยนศตวรรษ เช่นปี ค.ศ. 1700, 1800, 1900, 2100 เป็นต้น จะไม่ใช่ปีอธิกสุรทิน ยกเว้นปีนั้น ๆ หารด้วย 400 ลงตัว และด้วยเหตุนี้ ปี 2000 จึงเป็นปีอธิกสุรทิน แม้ว่าจะเป็นปีที่เป็นการเปลี่ยนศตวรรษก็ตาม เนื่องจากเป็นปีที่หารด้วย 400 ลงตัว
ทั้งนี้ ความสำคัญของการมีปีอธิกสุรทินคือ จะทำให้ช่วงเวลาที่เกิดแต่ละฤดูกาล ตรงกันในทุก ๆ ปี โดยหากไม่มีปีอธิกสุรทิน ช่วงเวลาที่ฤดูกาลต่าง ๆ เกิดขึ้นจะเริ่มเปลี่ยนไป ยกตัวอย่างเช่น หากไม่มีปีอธิกสุรทินเลยต่อเนื่องกันเป็นเวลา 700 ปี ฤดูร้อนในซีกโลกเหนือจะเริ่มขึ้นในเดือน ธ.ค. แทนที่จะเป็นในเดือน มิ.ย. เช่นในปัจจุบัน
ทำไมการทดเวลา ที่เรียกว่า "วันอธิกวาร" จึงต้องเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์
การเลือกเดือน ก.พ. เป็นเดือนที่จะมีการบวกเพิ่มวันอธิกวารเข้าไปนั้น สามารถสืบย้อนไปได้ถึงการปฏิรูปการทำปฏิทินของจูเลียส ซีซาร์ ในอาณาจักรโรมโบราณ
ซีซาร์ ได้นำเสนอปฏิทินจูเลียน ซึ่งได้มีการใส่ปีอธิกสุรทินเข้าไป เพื่อให้ปีของปฏิทินสอดคล้องกับการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของโลก
หลังจากนั้น แม้ว่าปฏิทินจูเลียนจะได้วิวัฒน์มาเป็นปฏิทินแบบเกรกอเรียนในปี 1582 แต่ธรรมเนียมการเพิ่มวันอธิกวารเข้าไปในเดือน ก.พ. ยังคงดำเนินสืบต่อเรื่อยมา
คนที่เกิดในวันที่ 29 ก.พ. ฉลองวันคล้ายวันเกิดกันอย่างไร
สำหรับคนที่เกิดในวันที่ 29 ก.พ. การฉลองวันคล้ายวันเกิดแตกต่างจากคนที่เกิดวันอื่น ๆ อยู่บ้าง เนื่องจากว่า วันคล้ายวันเกิดของพวกเขาจะวนกลับมาเพียงสี่ปีครั้ง
แล้วพวกเขาฉลองวันคล้ายวันเกิดอย่างไร คำตอบคือ คนที่เกิดในวันที่ 29 ก.พ. มักจะเลือกฉลองวันคล้ายวันเกิดในวันที่ 28 ก.พ. หรือไม่ก็วันที่ 1 มี.ค.
บุคคลที่เกิดในวันที่ 29 ก.พ. ถูกเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า "leaplings" หรือ "leapers" คาดว่า มีผู้ที่เกิดในวันที่ 29 ก.พ. ราว 5 ล้านคนทั่วโลก
ขณะที่เว็บไซต์ไทยบีพีเอสระบุว่า ในทางกฎหมาย บุคคลที่เกิดในวันที่ 29 ก.พ. ในสหราชอาณาจักรและฮ่องกง ให้นับวันเกิดตามกฎหมายเป็นวันที่ 1 มี.ค. แต่ที่นิวซีแลนด์และไต้หวัน เด็กที่เกิดวันที่ 29 ก.พ. จะมีวันเกิดตามกฎหมายคือ 28 ก.พ. รวมถึงประเทศไทยด้วย