บีบีซีตรวจสอบพบอาคารกว่าครึ่งทั่วฉนวนกาซาถูกทำลายหรือเสียหาย

    • Author, แดเนียล พาลัมโบ, พอล คูซิแอก และ เออร์วัน ริวอลต์
    • Role, บีบีซีเวริฟาย % บีบีซีอาราบิก
  • Published

ผลการตรวจสอบของบีบีซี พบว่า อาคารบ้านเรือนกว่าครึ่งในฉนวนกาซา ล้วนได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย นับแต่อิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตี เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีของกลุ่มฮามาส เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023

การเปรียบเทียบภาพก่อนและหลัง แสดงให้เห็นการทิ้งระเบิดที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในพื้นที่ทางตอนใต้และตอนกลางของฉนวนกาซา นับแต่เริ่มเดือน ธ.ค. 2023 เป็นต้นมา โดยมีเมืองข่านยูนิส ได้รับความเสียหายมากที่สุด

รัฐบาลอิสราเอลเตือนประชาชนในฉนวนกาซาให้อพยพลงใต้เพื่อความปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่อง

มาถึงตอนนี้ พื้นที่ทั่วฉนวนกาซา ต่างปรากฏภาพความเสียหายอย่างชัดเจน พื้นที่อยู่อาศัยกลายเป็นเหลือเพียงซากปรักหักพัง ย่านช้อปปิ้งที่เคยคึกคักกลายเป็นเพียงเศษอิฐเศษปูน มหาวิทยาลัยถูกทำลาย พื้นที่เพาะปลูกแทบไม่เหลือเค้าเดิม ส่วนพื้นที่ทางตอนใต้ติดชายแดนอียิปต์ มีเต็นท์จำนวนมากผุดขึ้น จนแทบกลายเป็นเมืองแห่งเต็นท์ที่ประชาชนหลายพันชีวิตอยู่อาศัยแบบคนไร้บ้าน

ข้อมูลสหประชาชาติชี้ว่า ประชากรชาวกาซากว่า 80% ต้องไร้ที่อยู่อาศัย และเกือบครึ่งในจำนวนนี้ ต้องอาศัยอยู่อย่างแออัดบริเวณพื้นที่ใกล้ชายแดนทางตอนใต้

เมื่อทีมบีบีซีเวริฟายตรวจสอบลึกลงไป ได้พบความเสียหายมหาศาลต่อพื้นที่เพาะปลูก และพื้นที่อาศัยจำนวนมาก

ด้านกองกำลังป้องกันอิสราเอล หรือไอดีเอฟ อ้างว่า การโจมตีพุ่งเป้านักรบฮามาส และ “โครงสร้างก่อการร้าย” เท่านั้น

บีบีซียังได้ผลวิเคราะห์ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม ที่แสดงให้เห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ๆ และเมื่อประเมินแล้ว พบว่า มีอาคารบ้านเรือน 144,000 ถึง 175,000 ทั่วฉนวนกาซาที่เสียหาย หรือถูกทำลาย ซึ่งคิดเป็น 50%-60% ของจำนวนอาคารทั้งหมดในกาซา

ผลการวิเคราะห์โดย โครี สเชอร์ จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก และ เจมอน วาน เดน โฮค จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอเรกอน ของสหรัฐอเมริกา ได้ทำการเปรียบเทียบภาพถ่ายที่ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วซึ่งบ่งชี้ให้เห็นถึงความเสียหาย เมื่อพิจารณาจากความสูงของอาคาร หรือโครงสร้างอาคาร

ความเสียหายขยายพื้นที่ลงทางตอนใต้

เมืองข่านยูนิส ทางตอนใต้ ถูกโจมตีอย่างหนักในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยผลการตรวจสอบของบีบีซีพบว่า อาคารกว่า 38,000 แห่ง หรือคิดเป็น 46% ของอาคารทั้งหมด ได้ถูกทำลายจนพังเสียหาย

แล้วในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา มีอาคารกว่า 1,500 แห่งที่ถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายในเมืองนี้ ยกตัวอย่าง หอคอยอัล-ฟาร์รา ความสูง 16 ชั้น ณ ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นอาคารสูงที่สุดในพื้นที่ ถูกโจมตีจนพังทลายลงเมื่อวันที่ 9 ม.ค. ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ใกล้เคียง ก็ราบเป็นหน้ากลองจากการโจมตีของอิสราเอลนับแต่เดือน ธ.ค.

“กองทัพอิสราเอลพุ่งเป้าโจมตีกลุ่มอาคารที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในย่านใจกลางเมืองของข่านยูนิส” ราวัน กัดดาห์ ชาวเมืองวัย 20 ปี ที่ต้องไร้บ้าน และขาดการติดต่อกับครอบครัว กล่าว

เธอระบุว่า โรงเรียนหลายแห่งก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน มาวันนี้ โรงเรียนที่เสียหายกลายเป็นแหล่งที่พักชั่วคราว ให้ประชาชนที่ไร้บ้าน

จากภาพนิ่งที่ได้จากวิดีโอด้านล่างนี้เผยให้เห็นความเสียหายได้ชัดเจนโดยเฉพาะในส่วนของรายละเอียดที่เคยเป็นถนนที่เคยคึกคัก แต่ตอนนี้ เหลือเพียงเศษซาก

ภาพด้านล่างเหล่านี้ แสดงให้เห็นด้านหน้าของร้านอาหารชาวาร์มา ซานาเบล ในช่วงก่อนที่อิสราเอลจะบุกเข้ามา เทียบกับภาพในมุมเดียวกันที่ถ่ายในเดือน ม.ค. หลังการทิ้งระเบิดระลอกใหญ่ในพื้นที่

ความเสียหายเป็นวงกว้างทั่วกาซา

กองกำลังป้องกันอิสราเอลอ้างความชอบธรรมต่อปฏิบัติการทางทหารในกาซา โดยชี้ว่า กลุ่มฮามาสแฝงตัวอยู่ในพื้นที่ของพลเรือน ส่วนอาคารที่พังเสียหายนั้น เป็นเพราะกองทัพพุ่งเป้าโจมตีนักรบที่ซ่อนตัวอยู่ในนั้น แต่ก็ยังมีคำถามถึงการทำลายอาคารที่ ไอดีเอฟ ควบคุมไว้ได้อยู่แล้วว่า จะทำไปเพื่ออะไร

ตัวอย่างหนึ่ง คือ มหาวิทยาลัยอิสรา ในพื้นที่ทางเหนือของกาซา ซึ่งได้รับความเสียหายอยู่แล้ว ก่อนจะถูกระเบิดแบบควบคุมครั้งใหญ่ วิดีโอการระเบิดมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ถูกแชร์อย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ ส่วนไอดีเอฟระบุว่า กำลังสอบสวนกระบวนการอนุมัติการระเบิดดังกล่าว

สถานที่ทางประวัติศาสตร์หลายแห่งของกาซาเอง ก็ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง รวมถึงมัสยิดอัล-โอมารี ที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 7

เชอร์ เป็นหนึ่งในนักวิชาการที่ร่วมประเมินความเสียหายในกาซา เขาระบุว่า ความเสียหายที่เกิดกับกาซานั้น แตกต่างจากพื้นที่สงครามอื่น ๆ ที่เขาเคยได้ประเมินมา

“เราเคยตรวจสอบสงครามในยูเครน เมืองอเลปโป และเมืองอื่น ๆ ของซีเรีย แต่ขอบเขตความเสียหาย และระยะเวลาที่เกิดความเสียหายในกาซา ถือว่าน่าตื่นตะลึงมาก ผมไม่เคยเห็นความเสียหายมหาศาลที่เกิดขึ้นเร็วขนาดนี้”

พื้นที่การเกษตรถูกทำลาย

บีบีซีเวริฟาย ได้ตรวจสอบและพบพื้นที่เพาะปลูกจำนวนมากทั่วกาซา ที่เคยอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพืชผลทางการเกษตร มาวันนี้ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ภาพถ่ายดาวเทียมด้านล่างนี้ แสดงให้เห็นหลายพื้นที่ในกาซาได้รับความเสียหายจากการรุกรานและทิ้งระเบิดของอิสราเอล

แม้ว่าฉนวนกาซาจะพึ่งพาการนำเข้าสินค้ามาตั้งแต่ก่อนสงครามแล้ว แต่อาหารจำนวนมากก็มาจากการเพาะปลูกและการผลิตอาหารในฉนวนกาซา ความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูกจึงยิ่งทำให้ประชากรกาซา เผชิญกับความอดอยากมากขึ้น

บีบีซีภาษาอาหรับ ได้พูดคุยกับชาวไร่คนหนึ่งชื่อ ซาอีด เขาอพยพลงใต้มาจากเมืองเบตลาเฮีย ทางตอนเหนือ ตั้งแต่กลางเดือน พ.ย.

ชาวไร่วัย 33 ปีผู้นี้ เคยปลูกฝรั่ง, ลูกฟิก หรือ มะเดื่อฝรั่ง, เลมอน, ส้ม, สะระแหน่ และโหระพา มีรายได้ 210,000 บาทต่อปี ถือเป็นแหล่งรายได้เดียวของเขา พ่อและน้องสาว โดยไร่ผืนนี้สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ มาจนถึงเขาที่ดูแลมา 15 ปีแล้ว

แต่หลังอพยพหนีภัยสงคราม ญาติของเขาบอกเขาว่า กองทัพอิสราเอลได้ทำลายไร่ของเขา เช่นเดียวกับบ้านเรือนอีก 5 แห่งที่เป็นของญาติ ๆ ของเขา

ส่วนในพื้นที่ทางตอนเหนือและตอนกลางของกาซา ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกทางการเกษตรสำคัญในช่วงก่อนสงครามปะทุขึ้น เวลานี้ พื้นที่เพาะปลูกจำนวนมากเหลือเพียงซาก โดยความเสียหายในบางจุด สอดคล้องกับการก่อสร้างฐานที่มั่นชั่วคราวของกองทัพอิสราเอล ไม่ว่าจะแนวกั้นจากดินเพื่อปกป้องยานยนต์หุ้มเกราะ และการเคลียร์ผืนดินโดยรอบ

บีบีซียังเข้าใจว่า ชาวไร่บางคนต้องสูญเสียพืชผลทางการเกษตรไป แม้ว่าผืนดินของพวกเขาจะไม่ได้ถูกโจมตีโดยตรง

โมฮาเหม็ด อัล-เมสซัดดาร์ ชาวไร่จากเมืองดีร์ อัล-บาเลาะห์ ทางตอนกลางของกาซา เขาเล่าว่า ได้ไปที่ไร่เพียงครั้งเดียว นับแต่สงครามปะทุขึ้น

ครั้งนั้นเป็นช่วงที่อิสราเอลและฮามาสหยุดยิง ในช่วงเดือน พ.ย. เขาพบผลผลิตส้มกระจัดกระจาย และเน่าเสียตกอยู่บนพื้น “วันเก็บเกี่ยวส้ม มันคาบเกี่ยวกับช่วงเริ่มสงคราม จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปในไร่”

เขาระบุว่า สูญเสียผลผลิตจากส้มที่ปลูกไปกว่า 90%

นอกเหนือจากผืนดินที่ถูกไถกลบเพื่อสร้างถนน หรือสร้างแนวกั้นทางการทหารแล้ว กองทัพอิสราเอลยังถูกกล่าวหาว่า จงใจทำลายพื้นที่เพาะปลูกอีกด้วย

วิดีโอที่โพสต์ลงออนไลน์เมื่อวันที่ 4 พ.ย. พล.ต. โยเกฟ บาร์-เชสห์ต รองหัวหน้าด้านการบริหารพลเรือน ให้สัมภาษณ์จากภายในกาซาว่า “ใครก็ตามที่กลับมา หากพวกเขากลับมาหลังจากนั้น จะพบแต่ผืนดินที่ไหม้เกรียม ไม่เหลือบ้านเรือน ไม่มีพืชผล ไม่มีอะไรเลย และไม่มีอนาคตเหลืออยู่”

ไอดีเอฟ บอกบีบีซีไทยว่า ตรวจพบทางเข้าอุโมงค์และฐานยิงจรวดของฮามาสในพื้นที่เพาะปลูกหลายแห่ง พร้อมชี้ว่า “ปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลจำเป็นต้องทำลายและโจมตีเป้าหมายเหล่านี้”

“ผลจากการต่อสู้และการยิงต่อสู้อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้”

ผู้เชี่ยวชาญด้านการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม หวั่นวิตกว่า ความเสียหายต่อภาคการเกษตรของกาซาจะยาวนานมาก โดยเฉพาะหากพิจารณาว่า ความขัดแย้งในซีเรียและยูเครน พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การฟื้นฟูพื้นที่เพาะปลูก ทำได้ยากลำบากมาก

ระเบิดที่ยังไม่ถูกจุดชนวนยิ่งเป็นอันตราย และความเสี่ยงของชาวไร่ที่จะกลับไปทำงานเหมือนเดิม แล้วยังมีความท้าทายจากการทำความสะอาดผืนดินที่ปนเปื้อน รวมถึงการสร้างโครงสร้างอย่างระบบส่งน้ำ, ระบบลำเลียงพลังงาน และระบบขนส่ง ขึ้นมาใหม่

เมืองเต็นท์ผุดเป็นดอกเห็ด

ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดอย่างสุดท้ายในกาซา สามารถเห็นได้จากบนท้องฟ้า นั่นคือ ปริมาณเต็นท์และโครงสร้างชั่วคราว ที่ผุดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับประชาชนที่ไร้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ทางตอนใต้

พื้นที่ที่เต็นท์เหล่านี้ตั้งอยู่ เริ่มเกิดขึ้นในช่วงเดือน ธ.ค. จนถึงกลาง ม.ค. บริเวณใกล้กับพรมแดนติดกับประเทศอียิปต์ กินพื้นที่ 3.5 ตารางกิโลเมตร หรือเทียบเท่าสนามฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเกือบ 500 สนาม

การเปรียบเทียบภาพถ่ายดาวเทียม เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. กับ 14 ม.ค. แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เพราะตอนนี้ ผืนดินที่เคยว่างเปล่า และไม่เคยถูกพัฒนาเลย บริเวณใกล้กับด่านราฟาห์ ได้กลายเป็นแหล่งที่พักอาศัยของประชาชนที่ไร้บ้าน

ตอนที่ อิสราเอลเริ่มปฏิบัติการทางทหารกับกลุ่มฮามาส อิสราเอลบอกให้ชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยในพื้นที่ทางตอนเหนือและตอนกลางของกาซา ให้อพยพลงใต้เพื่อความปลอดภัย ประชาชนจำนวนมากหลบภัยมาที่ราฟาห์ และจนถึงวันนี้ พวกเขาก็เผชิญกับอนาคตที่ยังไม่แน่นอน

รายงานเพิ่มเติมโดย เจค ฮอร์ตัน, ทูรัล อาห์เมดเซด, เบเนดิก การ์แมน, ลามีส์ อัลตาเลบี และ อับเดลราห์มัน อะบูตาเลบ