ทำไมชาวเน็ตผู้เชียร์อิสราเอล-ฮามาส ถึงไม่เชื่อว่าฝ่ายที่ตนสนับสนุนสังหารเด็กวัย 4 ขวบ

    • Author, มาเรียนนา สปริง
    • Role, ผู้สื่อข่าวตรวจสอบข้อมูลเท็จและสื่อสังคมออนไลน์ บีบีซี
  • Published

ในช่วงแรก ๆ ไม่กี่วันของสงครามครั้งใหม่ระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส เด็กชายวัยกำลังน่ารัก อายุเพียง 4 ขวบสองคน ได้ถูกสังหาร คนหนึ่งเป็นชาวอิสราเอล อีกคนเป็นชาวปาเลสไตน์ แต่โพสต์ต่าง ๆ ที่บีบีซีได้พบเห็นในสังคมออนไลน์ ไม่ได้เป็นข้อความไว้อาลัยชีวิตตัวน้อย ๆ เหล่านี้ แต่พวกเขากลับปฏิเสธว่า เด็กเหล่านี้ไม่ได้ถูกฆ่า

โอมาร์ บิลัล อัล-บันนา และ โอเมอร์ ซิมาน-ตอฟ อาศัยอยู่ห่างจากกัน 23 กิโลเมตร คนละฟากฝั่งของรั้วกั้นพรมแดนระหว่างอิสราเอลและกาซา เด็กสองคนนี้ไม่เคยพบกัน แต่ทั้งคู่ชอบเล่นนอกบ้านกับพี่ ๆ ของพวกเขา

ใบหน้าของเด็กชายทั้งสอง ปรากฏขึ้นบนสังคมออนไลน์อย่างแพร่หลายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังทั้งคู่เสียชีวิตจากความรุนแรงที่ปะทุขึ้น

บีบีซีได้ตามหาจนไปพบกับครอบครัวของเด็กชายทั้งสอง เพื่อน ๆ และผู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งล้วนแต่บอกเล่าถึงโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น

โอเมอร์ ซิมาน-ตอฟ ถูกกลุ่มฮามาสสังหาร ตอนที่บุกเข้าไปในบ้านของเด็กชายในคิบบุตซ์ นีร์ ออซ เมื่อวันที่ 7 ต.ค.

ส่วนเด็กชาย โอมาร์ บิลัล อัล-บันนา ถูกสังหารใน 4 วันต่อมา จากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในเขตเซตุน ทางตะวันออกของเมืองกาซาซิตี

การที่ผู้ใช้สังคมออนไลน์ปฏิเสธว่าเด็กทั้งสองไม่ได้เสียชีวิต ไม่ได้ถูกสังหาร เป็นหลักฐานสะท้อนถึงสงครามข่าวสาร ที่คู่ขนานไปกับสงครามกายภาพที่กำลังเกิดขึ้น

“มันไม่ใช่ทารก นั่นมันตุ๊กตา”

ยัสมีน มารดาของโอมาร์ บิลัล อัล-บันนา ซึ่งเป็นชาวปาเลสไตน์อาศัยอยู่ในฉนวนกาซา เรียกบุตรชายที่จากไปว่า “แสงเทียนของชีวิตฉัน” ตอนที่เธอโพสต์ถึงลูกของเธอบนอินสตาแกรม

บีบีซีตามหา ยัสมีน จนพบ และเทียบโปรไฟล์ของเธอบนสังคมออนไลน์ กับข้อมูลที่มีอยู่ เพื่อพิสูจน์ชัดว่าเธอเป็นแม่ของเด็กวัย 4 ขวบที่ถูกสังหารจริง

วันที่เกิดเหตุ โอมาร์ กำลังเล่นอยู่นอกบ้านกับพี่ชาย มาจิด ตอนที่เขาถูกการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลสังหาร บีบีซีได้ตรวจสอบภาพวิดีโอการโจมตีดังกล่าว ขณะที่ มาจิด พี่ชายก็ยืนยันว่าเป็นภาพที่เกิดขึ้นจริง

ในคลิปวิดีโอนั้น มาจิด อธิบายว่า ขีปนาวุธพุ่งตกใส่บ้านของเพื่อนบ้าน แล้วเศษซากบ้านหล่นลงใส่โอมาร์ ส่วน มาจิด ก็ได้รับบาดเจ็บด้วย ต้องพันแผลที่ขา ในสภาพที่ตื่นตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

โพสต์บนโลกออนไลน์แรกที่บีบีซีพบเกี่ยวกับการเสียชีวิตของโอมาร์ มาจากบัญชีผู้สนับสนุนอิสราเอลบนเอ็กซ์ (ทวิตเตอร์ในอดีต) โพสต์นั้นมีวิดีโอ แสดงถึงชายในชุดสีเทา ถือร่างของเด็กตัวน้อย คลุมอยู่ในผ้าสีขาว บีบีซีตรวจสอบวิดีโอนี้ และพบว่า เด็กคนนั้นคือโอมาร์

คำบรรยายในโพสต์ดังกล่าวที่แชร์คลิปนี้ในะระบบออนไลน์ ประกาศว่า “ฮามาสกำลังจนตรอก” พร้อมชี้ว่า กลุ่มฮามาส “ปล่อยวิดีโอเด็กปาเลสไตน์เสียชีวิตออกมา แต่อย่าเพิ่งเชื่อ เพราะมันไม่ใช่ทารกจริง มันเป็นตุ๊กตา”

ผู้ใช้สังคมออนไลน์หัวใจอิสราเอลนี้ ยังกล่าวต่ออีกว่า “นี่สะท้อนให้เห็นการทำงานของหน่วยโฆษณาชวนเชื่อของฮามาสและปาเลสไตน์ที่เป็นจอมโกหกและนักใส่ร้าย” เขายังระบุว่า บัญชีกลุ่มฮามาสได้แชร์ แล้วต่อมาก็ลบวิดีโอนี้ เพราะไม่ใช่วิดีโอของจริง

โพสต์นี้บนเอ็กซ์ มีผู้เข้าไปเห็นมากถึง 3.8 ล้านครั้ง ข้อกล่าวหานี้ ถูกขยายออกไปมากขึ้น จากบัญชีทางการของรัฐบาลอิสราเอลบนเอ็กซ์ ซึ่งแชร์โพสต์ใหม่ เป็นวิดีโอเดียวกันของเด็กชายในผ้าขาว พร้อมด้วยภาพนิ่งพร้อมรูปวงกลมบนใบหน้าของเด็กชาย

คำบรรยายของโพสต์จากบัญชีทางการของอิสราเอล เขียนว่า “กลุ่มฮามาสเผลอโพสต์วิดีโอตุ๊กตา (ใช่ตุ๊กตา) แล้วอ้างว่านี่เป็นเหยื่อการโจมตีของกองกำลังป้องกันอิสราเอล”

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา บัญชีทางการบนเอ็กซ์ขององค์กรสำคัญ ๆ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลในฝรั่งเศสและออสเตรเลีย ก็โพสต์กล่าวอ้างในลักษณะเดียวกัน ก่อนจะถูกแชร์ให้แพร่กระจายต่อผ่านบัญชีของผู้สนับสนุนอิสราเอล และผู้ต่อต้านฮามาสในอิสราเอล รวมถึงอีกหลายบัญชีที่อยู่ในอินเดีย

แต่ละครั้ง แต่ละโพสต์ จะระบุว่า เด็กในผ้าขาวเป็นตุ๊กตา แต่บีบีซีได้ตรวจสอบคลิปวิดีโอฉบับเต็ม และยืนยันได้ว่า เด็กในผ้าขาวเป็นคนจริง ๆ

บีบีซีได้ตามหาคลิปวิดีโอต้นทางว่า มาจากบัญชีอินสตาแกรมของช่างภาพชาวปาเลสไตน์ชื่อ โมอาเมน เอล ฮาลาบี ซึ่งเขาเป็นผู้ถ่ายวิดีโอชายในชุดสีเทาที่อุ้มโอมาร์ในอ้อมกอด จากนั้นบีบีซีก็ติดต่อช่างภาพคนนี้

บีบีซียังติดต่อช่างภาพอีกคน คือ โมฮัมเหม็ด อะเบด ที่ทำงานให้กับสำนักข่าวเอเอฟพี ซึ่งอยู่ในจุดถูกโจมตีในเวลานั้นด้วย เขาได้ถ่ายภาพชายคนเดียวกันที่อุ้มห่อผ้าที่เป็นเด็กชายคนเดียวกัน ภาพนี้ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์เก็ตตี อิมเมจ ด้วย

คำบรรยายบนภาพบนเว็บไซต์เก็ตตี อิมเมจ ระบุว่า “เหตุการณ์นอกห้องเก็บศพของโรงพยาบาลอัล-ชีฟาในกาซาซิตี” ลงวันที่ 12 ต.ค. 2023 วันเดียวกับที่โมอาเมน เอล ฮาลาบี เผยแพร่คลิปลงบนอินสตาแกรมของเขา

ช่างภาพข่าวทั้งสองคนให้ข้อมูลกับบีบีซีถึงรายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับวิดีโอและภาพที่ถูกถ่ายที่โรงพยาบาลอัล-ชีฟา บริเวณนอกห้องเก็บศพ รวมถึงข้อมูลถึงสถานการณ์ในโรงพยาบาลในวันนั้น และข้อมูลชายในชุดสีเทา ซึ่งปรากฏว่าเป็นญาติของเด็กชายโอมาร์

ทั้งสองบอกกับบีบีซีว่า เด็กชายในห่อผ้าไม่ใช่ตุ๊กตา แต่เป็นเด็กชายจริง ๆ ชื่อ โอมาร์ บิลัล อัล-บันนา พวกเขายังแชร์ภาพเพิ่มเติมที่สอดคล้องกับวิดีโอต้นทางของโมอาเมน เอล ฮาลาบี ที่ช่วยพิสูจน์อัตลักษณ์ของเด็กชาย

ภายหลังได้พูดคุยกับบีบีซี โมฮัมเหม็ด อะเบิด ได้โพสต์อินสตาแกรม สตอรี พร้อมภาพที่เขาถ่าย ใส่คำบรรยายว่า “ภาพนี้ไม่ใช่ตุ๊กตา ผมถ่ายภาพนี้ที่โรงพยาบาลอัล-ชีฟา และมันคือความจริง”

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนบางส่วนที่มีอคติอยู่แล้ว มองว่า ร่างในห่อผ้าเป็นตุ๊กตา ไม่ใช่เด็ก คือ สีผิวของโอมาร์ในภาพ แต่ อะเบด อธิบายว่า เขาถ่ายภาพเด็กอีกหลายคนที่ถูกสังหารในกาซา และพวกเขาก็มีสีผิวคล้ายกัน

แม่ของโอมาร์คือ ยัสมีน ยืนยันว่าลูกชายของเธอถูกการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลสังหารจริง พร้อมระบุว่า คำโกหกว่าไม่มี “การฆ่าเด็กและผู้บริสุทธิ์นั้นไม่ใช่เรื่องจริงเลย เป็นข่าวบิดเบือน”

“พวกเขาไม่มีสิทธิมาพูดว่า ลูกฉันเป็นตุ๊กตา” เธอกล่าว

“รัฐบาลอิสราเอลกำลังโกหก และหลบหลีกอาชญากรรมและการสังหารหมู่ที่ตัวเองกระทำ” เธอเสริม

โฆษกสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหราชอาณาจักร ไม่ได้แสดงความเห็นโดยตรงต่อโพสต์บนสังคมออนไลน์ของรัฐบาลอิสราเอล หรือการเสียชีวิตของโอมาร์ แต่บอกบีบีซีว่า “เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องตรวจสอบการบิดเบือนข้อมูลนี้” แต่ในขณะเดียวกันก็กล่าวหาบีบีซีว่า แพร่กระจายข้อมูลที่บิดเบือนด้วย

ส่วน เอ็กซ์ ไม่ได้ตอบคำร้องขอความเห็นจากบีบีซี

“โอเมอร์เป็นนักแสดงเด็กที่ถูกจ้าง”

“โอเมอร์เป็นเทพบุตรตัวน้อย เขาช่างงดงาม น่ารัก และบริสุทธิ์ เขาสนิทกับพี่สาวของเขามาก พวกเขามักเล่นด้วยกัน และพวกพี่สาวก็เมตตาเขา” มอร์ ลาค๊อบ เพื่อนของครอบครัวซิมาน-ตอฟ บอกกับบีบีซี

ลาค็อบ ส่งข้อความไปหาครอบครัวนี้ผ่านแอปพลิเคชันวอทส์แอปป์ ในเช้าวันที่ 7 ต.ค. ตอนที่ กลุ่มฮามาสทลายรั้วกั้นพรมแดน แล้วบุกโจมตีคิบบุตส์ของพวกเขา เธอบอกกับบีบีซีว่า พวกเขายืนยันกับเธอว่าหนีไปหลุมหลบภัยได้ แต่นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่เธอรับรู้จากครอบครัวนี้

ม็อบ ลาค็อบ มาทราบในเวลาต่อมาว่า พ่อแม่ของโอเมอร์ คือ ทามาร์และโยนาตัน ถูกยิงเสียชีวิต ส่วนลูกของพวกเขา 3 คน คือ โอเมอร์ และพี่สาว ชาชาร์ และอาร์เบล ถูกสังหารตอนที่บ้านของพวกเขาถูกวางเพลิง โดยการเสียชีวิตยกครัวของครอบครัวนี้ กลายเป็นข่าวใหญ่ในอิสราเอล

ในภาพ โอเมอร์ยิ้มกว้าง ห้อมล้อมด้วยพ่อแม่และพี่สาว

บัญชีทางการของรัฐบาลอิสราเอลบนเอ็กซ์ ได้แชร์ภาพนี้ พร้อมระบุว่า “ทั้งครอบครัวถูกสังหารโดยผู้ก่อการร้ายฮามาส ไม่มีคำจะบรรยาย ขอภาวนาให้ความทรงจำถึงพวกเขา” อดีตนายกรัฐมนตรี นาฟตาลี เบนเน็ตต์ ของอิสราเอล ก็แชร์โพสต์นี้ด้วย

แต่ในช่องคอมเมนต์ใต้โพสต์ แม้จะมีผู้แสดงความตกใจและสนับสนุนทางครอบครัว แต่ก็มีสิ่งที่บีบีซีไม่คาดคิดว่าจะได้เห็น

บัญชีมากมายที่สนับสนุนฮามาส อ้างว่า โอเมอร์เป็น “นักแสดงที่ถูกจ้างมา” และ “ฮามาสไม่ฆ่าเด็ก ๆ”

หลายบัญชีระบุว่า “นี่เป็นตัวอย่างการโฆษณาชวนเชื่อของชาวยิว” พร้อมประกาศว่า ทั้งโอเมอร์และพี่สาวของเขา ไม่ได้ได้ถูกฆ่า โดยบัญชีหนึ่งเขียนว่า “ไม่มีหลักฐาน” ว่าพวกเขาเสียชีวิต และขอให้อิสราเอล “เลิกโกหก”

เมื่อบีบีซีตรวจสอบโพสต์ต่าง ๆ ที่แสดงภาพของครอบครัวซิมาน-ตอฟ บนสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ก็ได้พบกับคอมเมนต์คล้าย ๆ กันอีกมากมาย บางคนชี้ว่า โอเมอร์และพี่สาวของเขา เป็น “นักแสดงช่วงวิกฤต” หรือ คนที่ถูกจ้างให้แสดงเป็นเหยื่อโศกนาฏกรรม

บีบีซีตรวจสอบโปรไฟล์ของผู้ที่แสดงความเห็นในลักษณะนี้ จำนวนมากดูเป็นคนที่มีชีวิตอยู่จริงในโลก หลายคนประกาศสนับสนุนฮามาสอย่างชัดเจน แต่ก็มีบางคนที่อาศัยอยู่ในเขตเวสต์แบงก์ของปาเลสไตน์ด้วย

แม้บัญชีเหล่านี้จะไม่ได้มีผู้ติดตามมากนัก แต่ผลลัพธ์ที่สั่งสมไปเรื่อย ๆ มันทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่กลายเป็นไวรัล และขยายวาทกรรมว่า “ฮามาสไม่ฆ่าหรือโจมตีเด็ก” แม้ในความเป็นจริงแล้ว จะมีเด็กเสียชีวิตจากการบุกโจมตีเป็นจำนวนมาก

ผู้คนในสังคมออนไลน์บางคนดูสนับสนุนไปสุดทางถึงขั้นสร้างเรื่องขึ้นมาว่า แม้การฆาตกรรมครอบครัวนี้จะเกิดขึ้นจริง แต่มือปืนฮามาสไม่ได้อยู่เบื้องหลัง ผู้ใช้สังคมออนไลน์คนหนึ่งเขียนว่า “ฉันว่าอิสราเอลนั่นแหละทำ” แล้ว “พยายามโยนความผิดให้ฮามาส”

ม็อบ ลาค็อบ ให้สัมภาษณ์บีบีซีจากบ้านของเธอในออสเตรเลียว่า คอมเมนต์เหล่านี้บนสังคมออนไลน์ ทำให้เธอว้าวุ่นใจในห้วงเวลาที่เธอกำลังไว้อาลัยให้กับการจากไปของเพื่อนของเธอ

“ฉันแค่อยากให้โลกได้จดจำ ได้รู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น การต้องทำใจกับการเสียชีวิตของพวกเขาก็หนักอยู่แล้ว แต่คอมเมนต์พวกนี้ ทำให้แย่ลงไปอีก”

“ฉันจะตอบโต้อะไรได้ ฉันต้องพิสูจน์หรือว่าพวกเขาตายจริง ต้องเห็นหลุมศพที่มีร่างอันสวยงามของพวกเขาอยู่ข้างในก่อนหรือไง ถึงจะเชื่อ”

เธอชี้ว่า การบิดเบือนในโลกออนไลน์ลักษณะนี้ “มันแสนชั่วร้ายและโหดร้าย”

เมื่อบีบีซีบอกเธอว่า กรณีคล้ายกันเกิดกับผู้เสียชีวิตที่เป็นเด็กปาเลสไตน์ด้วย เธอก็แสดงความโกรธเคืองออกมาเช่นกัน

“ฉันแสดงความเสียใจต่อทุกชีวิตบริสุทธิ์ที่ถูกฆาตกรรมและสังหาร จากการกระทำของฮามาส” เธอกล่าว “มันไม่ยุติธรรมเลย”