You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
อิสราเอลขยายปฏิบัติการภาคพื้นดินเข้าไปในฉนวนกาซา
ตลอดวันนี้ (28 ต.ค.) อิสราเอลยังระดมการโจมตีทางอากาศเข้าไปในฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีการยกระดับปฏิบัติการทิ้งระเบิดในคืนวันศุกร์ ควบคู่ไปกับการขยายปฏิบัติการทางทหารภาคพื้นที่เข้าไปในฉนวนกาซา ด้านกลุ่มติดอาวุธฮามาส อ้างว่าได้ปะทะกับทหารอิสราเอลในเขตตอนเหนือของกาซาเช่นกัน
โยอาฟ แกลแลนท์ รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น Kan 11 ว่าทหารของอิสราเอลได้ "ยกระดับเข้าสู่ขั้นถัดไปของสงคราม" และบอกว่าปฏิบัติการทางทหารจะยังดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
"ค่ำคืนนี้โลกในฉนวนกาซาสั่นสะเทือน" เขาระบุ ตามรายงานของบีบีซีเมื่อช่วงค่ำ
"เราโจมตีทั้งบนดินและใต้ดิน เราเข้าโจมตีฐานผู้ก่อการร้ายทุกระดับในทุก ๆ ที่ ทิศทางของทหารอิสราเอลนั้นชัดเจนว่าจะยังดำเนินต่อไป จนกว่าจะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลง"
การโจมตีทางอากาศด้วยการทิ้งระเบิดยังเป็นการรบหลักของอิสราเอลในฉนวนกาซา และยังไม่มีสัญญาณว่าจะเปลี่ยนแปลง โดยอิสราเอลระบุว่า เครื่องบินรบ 100 ลำ ได้เข้าไปทิ้งระเบิดหลายร้อยครั้งและทำลายเป้าหมายหลายร้อยเป้าหมาย เฉพาะในคืนวันศุกร์คืนเดียว
ในส่วนภาคพื้นดิน อิสราเอลระบุว่า ได้เข้าทำลายเป้าหมายอุโมงค์ใต้ดิน 150 จุด ที่อิสราเอลมองว่าเป็น "อุโมงค์ก่อการร้าย"
ส่วนความสูญเสียตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ยังไม่ปรากฏตัวเลขผู้บาดเจ็บเสียชีวิตแน่ชัด แต่หลักฐานวิดีโอแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ทางตอนเหนือของกาซาถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง
เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา บัญชีเทเลแกรมของกองพัน อิซ อัลดิน อัลคัสซัม ปีกทหารของกลุ่มฮามาส อ้างว่ากลุ่มติดอาวุธฮามาสได้โจมตียานพาหนะของอิสราเอลในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกาซา
การเปิดเผยของปีกทหารของฮามาสเกิดขึ้น หลังจากกองทัพอิสราเอลออกมาบอกว่า ทหารและรถถังของอิสราเอลได้เข้าไปในกาซาในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาและยังคง "อยู่ในสมรภูมิ" แต่ไม่ได้ระบุพิกัดว่าอยู่จุดใดในกาซา และบีบีซีไม่สามารถยืนยันพิกัดสถานที่จากฟุตเทจวิดีโอที่อิสราเอลเผยแพร่ออกมาในวันนี้
อิสราเอลประกาศโจมตีทุกมิติ
แดเนียล ฮาการี โฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ประกาศเมื่อวันศุกร์ว่า กองกำลังทหารอิสราเอลบกได้ "ขยายปฏิบัติการ" เข้าไปในกาซา และทหารได้ "ปฏิบัติการอย่างทรงพลังในทุกมิติ" เพื่อบรรลุเป้าหมายทางการทหาร
รายงานข่าวในพื้นที่ยังระบุด้วยว่า การโจมตีทางอากาศด้วยระเบิดของอิสราเอลหนักขึ้นมากกว่าที่ผ่านมา และการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ทั้งหมดดูเหมือนจะไม่สามารถใช้การได้ในกาซาแล้ว
อย่างไรก็ดี ไม่เป็นที่แน่ชัดว่านี่เป็นการเริ่มต้นของการเข้าไปโจมตีทางบกของอิสราเอลหรือไม่ แต่อิสราเอลได้แจ้งเตือนให้พลเรือนในกาซาอพยพไปทางตอนใต้
ช่วงเช้าที่ผ่านมา บีบีซีนิวส์ ได้สอบถามอีลอน เลวี โฆษกรัฐบาลอิสราเอล ว่านี่นับได้ว่าเป็นการนับหนึ่งเริ่มต้นการเข้าโจมตีทางบกของอิสราเอลหรือไม่ แต่โฆษกรัฐบาลอิสราเอล ยังคงยืนยันเพียงว่า "อิสราเอลขยายปฏิบัติการภาคพื้นดินในกาซา แต่นอกเหนือไปกว่านั้น ผมจะไม่แสดงความเห็นเรื่องปฏิบัติการดังกล่าว"
เมย์ นีร์ ดีนาร์ โฆษกกองทัพอิสราเอล ยืนยันกับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สว่า กองกำลังทหารอิสราเอลได้เข้าไปในพื้นที่ฉนวนกาซาแล้ว แต่ปฏิเสธว่านี่เป็นการเริ่มต้นของการบุกภาคพื้นดินของอิสราเอลเช่นกัน
"ทหารและรถถังของเราอยู่ในกาซาแล้ว พวกเขาระดมยิงและรบ" เมย์ นีร์ ดีนาร์ ระบุ พร้อมบอกเพิ่มเติมว่า "แต่ทหารและรถถังของเราอยู่ในกาซาเมื่อวานนี้แล้วเช่นกัน"
นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ระบุก่อนหน้านี้ว่าจะมีการบุกภาคพื้นดิน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดว่า ปฏิบัติการจะเริ่มเมื่อใด แต่กองทหารอิสราเอลนับหมื่นนายได้ไปตรึงกำลังที่ชายแดนกาซาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ พร้อมด้วยรถถังและปืนใหญ่ และยังเรียกทหารกองหนุนเข้ามาประจำการเพิ่มเติม 25,000 นาย เพิ่มเติมกำลังพลที่มีอยู่แล้ว 160,000 นาย
โฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล ระบุด้วยว่า อิสราเอลได้เข้าโจมตีทางอากาศเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดิน ซึ่งเป็นฐานบัญชาการของกลุ่มฮามาส ที่ฮามาสเคยอ้างว่าอุโมงค์ดังกล่าวมีความยาวถึง 500 กิโลเมตร และจุดเข้าออกส่วนมากถูกซ่อนไว้ตามบ้านเรือน มัสยิด โรงเรียน และอาคารสาธารณะต่าง ๆ
ด้านกองพัน อิซ อัลดิน อัลคัสซัม ปีกทหารของกลุ่มฮามาส อ้างว่ากองกำลังของตนเองได้ปะทะกับทหารอิสราเอลทางตอนเหนือของฉนวนกาซา
แถลงการณ์ของปีกทหารฮามาสระบุว่า "การต่อสู้ที่รุนแรง" เกิดขึ้นในสมรภูมิภาคพื้นดินในพื้นที่ใจกลางเขตเบอิต ฮานวน (Beit Hanoun) ในกาซา แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดถึงรูปแบบการปะทะที่เกิดขึ้น
บีบีซียังไม่สามารถยืนยันการกล้างอ้างนี้ของกลุ่มฮามาสได้ ขณะที่อิสราเอลกล่าวก่อนหน้านี้ในคืนที่ผ่านมาว่า จะเพิ่มความเข้มข้นในการโจมตีกาซา แต่ไม่ได้ระบุเพิ่มเติมว่า "การขยาย" ปฏิบัติการภาคพื้นดินเกี่ยวข้องกับส่วนไหนบ้าง
เมื่อวันศุกร์ที่ 27 ต.ค. ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ยังได้ลงมติอย่างท้วมท้นเรียกร้องอิสราเอลและฮามาส "หยุดยิงเพื่อมนุษยธรรม" โดยมีชาติที่เห็นด้วยกับร่างมติ 120 ชาติ ไม่เห็นด้วย 14 ชาติ ซึ่งรวมทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอล และชาติที่งดออกเสียง 45 ชาติ
ร่างมติ "หยุดยิงเพื่อมนุษยธรรม" ถูกเสนอโดยจอร์แดน ในฐานะตัวแทนของชาติอาหรับ ซึ่งเนื้อหาของร่างมติ คือ การประณามต่อทุก ๆ การกระทำความรุนแรงต่อทั้งชาวปาเลสไตน์และชาวอิสราเอล รวมทั้ง การโจมตีในลักษณะการก่อการร้ายและไม่แบ่งแยกเป้าหมาย
ด้านสหรัฐฯ แม้ลงมติไม่เห็นด้วย แต่ก็เรียกร้องให้กองทัพอิสราเอลหยุดปฏิบัติการทางทหารชั่วคราวในฉนวนกาซาเพื่อมนุษยธรรม
แม้การลงมติครั้งนี้ไม่มีผลในทางกฎหมาย แต่ก็มีน้ำหนักทางจริยธรรมของความเป็นสมาชิกของยูเอ็น
นายกฯ เศรษฐา- กต. เรียกร้องให้คนไทยในอิสราเอลเดินทางกลับไทยโดยเร็วที่สุด
ช่วงบ่ายวันที่ 28 ต.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสข้อความผ่านแอปพลิเคชั่น "เอ็กซ์" หรือทวิตเตอร์เดิม เรียกร้องให้คนไทยในอิสราเอลเดินทางกลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุด หลังจาก กองทัพอิสราเอลได้เพิ่มปฏิบัติการภาคพื้นดินในบริเวณฉนวนกาซาอย่างเข้มข้นขึ้น
นายกฯ ระบุว่า การเพิ่มปฏิบัติการของอิสราเอล "น่าจะส่งผลให้สถานการณ์สู้รบที่รุนแรงยิ่งขึ้น และเป็นอันตรายต่อชีวิตและความปลอดภัยของชาวไทยในอิสราเอล รวมถึงมีความเป็นไปได้ว่า การสู้รบจะขยายพื้นที่ซึ่งอาจส่งผลต่อการเดินทางภายในประเทศ และกระทบต่อการอพยพ"
ส่วนสถานการณ์คนไทยในอิสราเอลที่เสียชีวิตและถูกจับเป็นตัวประกัน กระทรวงการต่างประเทศ สรุปสถานการณ์ผลกระทบต่อคนไทยจากสถานการณ์อิสราเอลและกาซา (สถานะคืนวันที่ 27 ต.ค 2566) ระบุว่า คนไทยในอิสราเอล เสียชีวิตลดลง 1 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเหลือ 32 ราย เนื่องจากถูกจับไปเป็นตัวประกัน ทำให้มียอดถูกจับเพิ่มจาก 18 เป็น 19 ราย
สรุปสถานการณ์คนไทย
- ผู้เสียชีวิต 32 ราย (ลดลง 1 รายเนื่องจากได้รับยืนยันว่าเป็นผู้ถูกควบคุมตัว)
- ผู้บาดเจ็บ 19 ราย (เพิ่มขึ้น 1 ราย)
- ผู้ถูกจับกุม 19 ราย (เพิ่มขึ้น 1 ราย)
ฮิวแมนไรท์วอทช์เตือน การตัดขาดการสื่อสารอาจซ่อนความโหดร้ายในกาซา
องค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ ออกแถลงการณ์เตือนว่า การติดต่อสื่อสารที่ใช้การไม่ได้เกือบจะทั้งหมด อาจนำไปสู่การปกปิด "ความโหดร้ายครั้งใหญ่" ในเขตฉนวนกาซา
"ความเสี่ยงของการปิดช่องทางข้อมูลข่าวสารอาจทำให้เกิดการปกปิดความโหดร้ายครั้งใหญ่ และนำไปสู่การยกเว้นโทษเมื่อเกิดความรุนแรงต่อสิทธิมนุษยชน" เดโบราห์ บราวน์ นักวิจัยสิทธิมนุษยชนและเทคโนโลยีอาวุโสของฮิวแมนไรท์วอทช์ ระบุ
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการปกป้องสื่อมวลชน (Committee to Protect Journalists-CPJ) ได้ออกมาย้ำถึงความจำเป็นที่ต้องทำให้การสื่อสารกลับมาทำงานได้อีกครั้ง เพราะไม่เช่นนั้น โลกทั้งโลกก็จะ "สูญเสียหน้าต่างที่จะรู้ความจริง" จากเหตุความขัดแย้งครั้งนี้
"การปราศจากข่าวสารออกมาจากฉนวนกาซา อาจถูกแทนที่ด้วยโฆษณาชวนเชื่อ การบิดเบือน และข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง" คณะกรรมการปกป้องสื่อมวลชน ระบุ
คณะกรรมการปกป้องสื่อมวลชน ยังแถลงด้วยว่า มีสื่อมวลชน 29 ราย เสียชีวิตจากการรายงานข่าวการสู้รบระหว่างอิสราเอลและฮามาส ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.
นักข่าวบีบีซีในกาซา: ตอนเหนือของกาซาถูกทิ้งระเบิดอย่างหนัก "ในขนาดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน"
รุชดี อาบูอาลูฟ ผู้สื่อข่าวบีบีซี รายงานจากเขตคาน ยูนิส ในฉนวนกาซา รายงานว่า เกิดเหตุทิ้งระเบิดขนาดใหญ่เข้ามาในพื้นที่ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา "ในขนาดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน" การระเบิดทำให้เห็นลูกไฟขนาดใหญ่พวยพุ่งสู่ท้องฟ้า และดูเหมือนว่าจะเป็นระเบิดคนละชนิดกับที่โจมตีเข้ามาในฉนวนกาซาก่อนหน้านี้
ส่วนที่โรงพยาบาล คนขับรถพยาบาลฉุกเฉินบอกกับบีบีซีว่า พวกเขาไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับใครได้เลย จึงทำได้เพียงแต่ขับรถพยาบาลมุ่งหน้าไปทางที่เกิดระเบิด
"มีแต่ความวุ่นวายในทุกหนทุกแห่ง แม้กระทั่งที่นี่ ในเขตคาน ยูนิส ซึ่งถูกโจมตีด้วยระเบิดน้อยกว่า เพราะผู้คนที่นี่พยายามจะติดต่อครอบครัวที่อยู่ในพื้นที่อื่น ๆ เพื่อตรวจสอบว่าปลอดภัยหรือไม่ แต่โทรศัพท์ถูกตัดขาด"
ขณะที่ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานเข้ามาจากฉนวนกาซา ภาพด้านล่างนี้เป็นภาพชุดแรกที่ถ่ายจากเมืองสเดร็อต (Sderot) ในฝั่งอิสราเอลซึ่งอยู่ติดกับกาซา ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกาซา ส่วนอีกภาพถูกถ่ายจากฝั่งอิสราเอลเช่นกัน แต่ไม่เปิดเผยพิกัดของสถานที่
ด้านกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) อ้างว่า ได้เข้าโจมตีเป้าหมายของกลุ่มติดอาวุธฮามาส 150 แห่ง ในการยกระดับปฏิบัติการทิ้งระเบิดเมื่อคืนที่ผ่านมา
ผู้เสียชีวิตและสถานการณ์ตัวประกัน
นี่เป็นการสู้รบระหว่างอิสราเอลและฮามาสวันที่ 22 (28 ต.ค.) หลังจากกลุ่มติดอาวุธฮามาสบุกเข้าโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,400 คน และถูกจับเป็นตัวประกัน 229 คน ก่อนที่อิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีตอบโต้
กระทรวงสาธารณสุขในเขตกาซาเปิดเผย ณ วันที่ 28 ต.ค. ว่า ยอดผู้เสียชีวิตชาวปาเลสไตน์เพิ่มขึ้นเป็น 7,703 คน ในเขตฉนวนกาซา ในจำนวนนี้เป็นเด็กกว่า 3,500 คน นับตั้งแต่ความขัดแย้งระลอกล่าสุดระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส
ส่วนตัวประกันชาวไทย นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุเมื่อ 27 ต.ค. ยืนยันว่า ยังมีคนไทยถูกจับเป็นตัวประกัน 18 คน หลังจากสำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างว่า ได้รับข้อมูลจากทางการอิสราเอล มีคนไทยถูกจับเป็นตัวประกัน 54 คน แต่ทางกระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ตรวจสอบกับทางการอิสราเอล และสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยแล้ว ได้รับยืนยันว่า ยังไม่ทราบแหล่งที่มาของกระแสข่าวดังกล่าว