สภาล่มเพราะองค์ประชุมไม่ครบ ส่อปิดตายสูตรหาร 500

Published

ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ปิดฉากสูตรหาร 500

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ปิดฉากสูตรหาร 500

สภาล่มก่อนการลงมติแก้ไขกฎหมายลูก ประกอบสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ แบบ “หาร 500” เหตุเพราะองค์ประชุมไม่ครบ ทั้งที่ผลการตรวจสอบองค์ประชุมก่อนหน้านั้น พบมีสมาชิกรัฐสภาแน่นห้องประชุมกว่า 400 คน

วันนี้ (10 ส.ค.) ที่ประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่…) พ.ศ. … ในวาระสอง ต่อเนื่องในมาตรา 24/1 ไม่สามารถลงมติได้สำเร็จ เนื่องจากไม่ครบองค์ประชุม ทำให้ประธานที่ประชุมร่วมรัฐสภา สั่งปิดการประชุมในเวลา 16.15 น.

“การประชุมลงคะแนน ไม่ครบนะครับ ผมขอปิดการประชุม” นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา กล่าวเมื่อเวลา 16.15 น.

การสั่งปิดการประชุมเป็นไปตามที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้คำมั่นไว้ก่อนการลงมติว่า หากผลปรากฏว่าองค์ประชุมไม่ครบ จะสั่งปิดการประชุมในทันที แต่น่าสังเกตว่า ก่อนหน้านั้นได้มีการขานชื่อตรวจสอบองค์ประชุม เนื่องจากสงสัยว่าอาจมีการกดบัตรแทนกัน และพบว่า มีผู้ขานชื่อทั้งสิ้น 403 คน ซึ่งถือว่าครบองค์ประชุม

การที่สภาล่มเพราะไม่ครบองค์ประชุม จนไม่สามารถลงมติทันกรอบการจัดทำกฎหมายลูกประกอบ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ก่อนครบกำหนด 180 วันนับแต่วันที่ประธานรัฐสภาให้บรรจุในระเบียบการประชุม ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 15 ส.ค. นี้ ส่งผลให้ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาปี 2563 ข้อที่ 101 ซึ่งกำหนดว่า “ให้ถือว่ารัฐสภาให้ความเห็นชอบตามร่าง พ.ร.ป. ที่ใช้เป็นหลักในการพิจารณาวาระสอง”

หรือก็คือร่าง พ.ร.ป. เลือกตั้ง ส.ส. ฉบับ กมธ. เสียงข้างมาก และได้กลับไปใช้สูตรหาร 100 โดยปริยาย เพราะไม่น่าจะสามารถจัดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาและลงมติได้ทัน ในระยะเวลา 4 วันที่เหลืออยู่

ชวนประกาศ ไม่ครบองค์ประชุม ปิดสภาทันที

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ชวนประกาศ ไม่ครบองค์ประชุม ปิดสภาทันที

เป็นไปตามที่ นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวก่อนการประชุมสภาในวันนี้ว่า หากองค์ประชุมไม่ครบ ต้องยอมรับว่าร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง จะถูกตีตกจากสภาทันที เนื่องจากพิจารณาไม่ทันภายใน 180 วัน

“ต่อให้ไม่ทัน 180 วัน และจะต้องย้อนกลับไปใช้ร่างหารด้วย 100 ของรัฐบาล หรือ กกต.แต่ก็ยังมีกลไกเปิดให้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ในระหว่างขั้นตอนนายกรัฐมนตรียื่นทูลเกล้าฯ ก็ยังมี 5 วันนาทีทอง ซึ่งผมก็จะยื่นศาลเพื่อให้วินิจฉัยเรื่องนี้อย่างแน่นอน” นพ.ระวี กล่าว

ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ประธานรัฐสภา แจ้งต่อที่ประชุมว่า ในวันนี้มี ส.ส. และ ส.ว. ลาการประชุม 64 คน แบ่งเป็นลาพิเศษ 32 คน ลาเพราะติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 4 คน และเป็นการลาที่ไม่เจ็บป่วย 28 คน

สองมาตราที่ต้องลงมติ...แต่ไม่สำเร็จ

สูตรคำนวณ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ เปลี่ยนแปลงไป กมธ. จึงต้องปรับปรุงเนื้อหาส่วนที่เหลือให้ไม่ขัดหรือแย้งกัน ซึ่งปรากฏความเปลี่ยนแปลงใน 2 มาตรา

เพิ่มมาตรา 24/1 ขึ้นมาใหม่ เป็นวิธีคำนวณหาจำนวน ส.ส. พึงมีได้ และ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ภายใต้สูตรหาร 500 ซึ่งบีบีซีไทยขอสรุปความให้เข้าใจง่ายขึ้น ดังนี้

  • นำจำนวน ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่จะประกาศผลเลือกตั้ง บวกด้วยจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน >> ถ้าจำนวนเต็มสภาก็คือ 400+100 = 500
  • คำนวณหาคะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส. พึงมี 1 คน โดยนำคะแนนรวมที่ทุกพรรคได้รับจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ หารด้วยผลลัพธ์ข้างบน >> ตัวอย่าง ในการเลือกตั้งปี 2562 ทุกพรรคการเมืองได้คะแนนมหาชนรวมกันราว 37,000,000 คะแนน หารด้วย 500 ได้คะแนนเฉลี่ยที่ 74,000 คะแนน
  • คำนวณหาจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อ โดยนำจำนวน ส.ส. พึงมีได้ของพรรคนั้น ๆ ลบด้วยจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตที่พรรคนั้นได้  >> ตัวอย่าง พรรค ก. ได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ 1,000,000 คะแนน หารด้วย 74,000 ได้ ส.ส. รวม 13.5 คน หากมี ส.ส.เขตไปแล้ว 7 คน ก็จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเบื้องต้น 6 คน
  • ในกรณีที่คำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อครบทุกพรรคแล้ว ยังมีจำนวนไม่ครบ 100 คน ให้พรรคที่มีเศษจากการคำนวณมากที่สุดได้รับการจัดสรร ส.ส. บัญชีรายชื่อ เพิ่มอีก 1 คน จนกว่าจะครบ 100 คน

แก้ไขมาตรา 26 เป็นวิธีคำนวณ ส.ส. กรณีมีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต ภายใน 1 ปีนับจากวันเลือกตั้ง โดยกำหนดว่า ถ้าต้องมีการเลือกตั้ง ส.ส. เขตใหม่ด้วยเหตุที่การเลือกตั้งนั้นไม่สุจริตเที่ยงธรรม เมื่อประกาศผลเลือกตั้ง ส.ส. ซ่อมแล้ว ให้คำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคจะได้รับจัดสรรใหม่ โดยนำจำนวน ส.ส. เขตที่ได้จากการเลือกตั้งใหม่มารวมคำนวณด้วย ยกเว้นการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างด้วยเหตุผลอื่น ๆ ไม่ให้มีผลกระทบต่อการคำนวณจำนวน ส.ส. พึงมี

เช็กชื่อ-นักเรียนมาสาย

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอให้ตรวจนับองค์ประชุมก่อนที่จะเข้าสู่วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่...) พ.ศ....

“เมื่อมีช่วงสุญญากาศเกี่ยวกับกฎหมายลูก จะทำให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ดังนั้นเพื่อรักษาหลักการของรัฐธรรมนูญที่แก้ไขว่าด้วยระบบเลือกตั้งและรัฐธรรมนูญมาตรา 132(1) ฝ่ายค้านจึงขอให้ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนพิจารณา” นพ.ชลน่าน กล่าว

"ขอให้ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนพิจารณา" นพ.ชลน่าน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, "ขอให้ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนพิจารณา" นพ.ชลน่าน

การตรวจสอบองค์ประชุม กระทำแบบขานชื่อด้วยวาจาเป็นรายบุคคล ตั้งแต่ช่วงบ่าย ส่งผลให้ที่ประชุมรัฐสภาใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ซึ่งรองประธานรัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย มองว่า “สมัยนี้ใช้เทคโนโลยีกันแล้ว ต้องมานั่งนับแบบนี้ (ก็ไม่ไหว)” 

แต่หลังขานรายชื่อไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ ในช่วงเวลา 15:00 น. สมาชิกรัฐสภาที่ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมสภาในช่วงขานรายชื่อ หรือพึ่งเข้ามา ได้ออกมาแสดงตนว่าอยู่ในที่ประชุม ทำให้การตรวจนับองค์ประชุมเนิ่นนานต่อไปอีก

เผาเวลา…ตามคาด ?

ระหว่างการอภิปรายก่อนการลงมติที่ท้ายสุดไม่ครบองค์ประชุม จนสภาล่ม นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. แสดงความไม่เห็นด้วยกับสูตร 500 เพราะอาจขัดกับเจตนารมณ์ที่ประชาชนได้ลงคะแนนเลือกตั้ง

“ถ้าใช้ 500 หาร แล้วได้ ส.ส. พึงมี คือการกลับไปแบบเก่าที่ใช้บัตรใบเดียวอยู่ แต่เราแก้รัฐธรรมนูญเป็นบัตรสองใบไปแล้ว ถ้าผลคะแนนที่ออกมา…พรรคใดเกิดได้ ส.ส. เขตทั้งหมด หรือเกือบทั้งหมดไปแล้ว ส.ส. บัญชีรายชื่อจะไม่ได้เลย มันทำไม่ได้” นายเสรี กล่าว

ขณะที่ นพ.ชลน่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย อภิปรายขอให้ยกเลิกข้อความของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากทั้งหมด เพราะขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 83 ซึ่งวางระบบเลือกตั้งให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และใช้การคำนวณที่สอดคล้องกับจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ที่มี 100 คน  คือ ผสมเสียงข้างมาก และ มาตรา 91 ซึ่งวางระบบวิธีการคำนวณ แบบสัดส่วนผสม

แต่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมาธิการเสียงข้างมากชี้แจงว่า การเพื่มมาตรา 24/1 เป็นไปด้วยความรอบคอบ ตามที่คณะกรรมาธิการได้รับการพิจารณา และร่างแก้ไขที่เสนอต่อรัฐสภาถือว่าสมบูรณ์ที่สุด แต่ต้นตอของปัญหามาจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียง 3 มาตรา ทั้งที่จริงควรแก้ไข 6 มาตรา

“การที่เราจะเปลี่ยนระบบการเลือกตั้งเป็นบัตรสองใบ ให้เกิดความชัดเจนหาร 500 หรือหาร 100 ต้องเปลี่ยนอย่างน้อย 6 มาตรา” นายสมชัย อธิบาย

จุดยืน ส.ว.

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์กับรายการ “เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์” ว่า ไม่แน่ใจว่า ส.ว. จะเข้าร่วมประชุมมากแค่ไหน

ส่วนประเด็นว่า ส.ว. เสียงแตกหรือไม่ต่อสูตรหาร 500 หรือสูตรหาร 100 นาย นายกิตติศักดิ์ ระบุว่า “เป็นเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาลที่ตั้งอกตั้งใจที่จะแก้ให้ได้…เรื่องได้เปรียบเสียเปรียบ ส.ว. ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย” 

“วันดีคืนดีกลับมาแจ้งบอกว่าไม่เอาแล้ว 500 กลับไป 100 แล้ว เราเป็นผู้ใหญ่แล้ว เราเป็นสภาสูง พอกลับไปกลับมาก็มีแต่เสียกลับเสีย สิ่งที่เห็นวันที่ 3 ส.ค. คือ ส.ว. สนับสนุน 500 ก็โดนด่า เพราะฉะนั้นถ้าจะกลับไปสูตร 100 ส.ว. ก็เสียรังวัดอยู่ดี สิ่งที่จะโดนตำหนิน้อยที่สุด ก็คือเผาเวลาให้เลย 15 ส.ค. เพื่อกลับไปที่ร่างเดิม คือบัตร 2 ใบ และสูตรหาร 100” นายกิตติศักดิ์ กล่าว