มติ กกต. สั่งฟ้อง 26 สว. ผู้ถูกร้อง "คดีโกงเลือก สว." ยกฟ้องนักการเมืองภูมิใจไทย เหตุ "พยานไม่น่าเชื่อถือ"

กลุ่มประชาชนร่วมฟังการปราศรัยระหว่างการจัดรวมตัวในกิจกรรม “ประชาชนปล่อยของ สั่งฟ้อง 229” โดยโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชนหรือไอลอว์ เมื่อ 13 ก.ย. ก่อน กกต. ลงมติชี้ "คดีโกงเลือก สว." ในวันที่ 14 ก.ย.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ประชาชนร่วมฟังการปราศรัยในกิจกรรม "ประชาชนปล่อยของ สั่งฟ้อง 229" ที่จัดขึ้นโดยโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) เมื่อ 13 ก.ย. ก่อน กกต. ลงมติ "คดีโกงเลือก สว." 14 ก.ย.
Published
เวลาอ่าน: 24 นาที

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติสั่งฟ้องผู้ถูกร้อง "คดีโกงเลือก สว." ทั้งหมด 77 คนต่อศาลฎีกา ในจำนวนนี้เป็น สว. 26 คน และ สส. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 1 คน แต่สั่งไม่ฟ้องกรรมการบริหารพรรคสีน้ำเงิน

การตัดสินใจของ กกต. เกิดขึ้นหลังจากพวกเขาใช้เวลาประชุมพิจารณาสำนวนคดีจำนวน 75,722 หน้า ภายในเวลา 3 เดือน ประชุมไป 11 นัด ก่อนที่นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. จะนัดประชุมและลงมติผู้ถูกร้องเป็นรายบุคคลในวันนี้ (14 ก.ย.) ซึ่งประธาน กกต. ระบุว่า ไม่มีกรรมการรายใดถอนตัวจากการพิจารณาคดี กกต. ต้องทำหน้าที่ ถ้าถอนตัวก็ผิดจริยธรรม ท่านก็ถูกปลด

กกต. ตั้ง 7 ประเด็นไต่สวนการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ทำให้การเลือก สว. ปี 2567 มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม

แม้ที่ผ่านมา นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการ กกต. เคยออกระบุว่า กกต. ใช้สำนวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง ชุดที่ 26 ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต. กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะถูกใช้เป็นสำนวนหลักในการพิจารณา แต่มติของ กกต. ที่ออกมาในวันนี้ ไม่ตรงกับความเห็นของคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 ที่เสนอให้สั่งฟ้องผู้ถูกร้องทุกราย 229 คน

ประธาน กกต. ย้ำว่า "กกต. ทุกท่านมีอิสระ แต่อยู่ในกรอบของกฎหมาย" และ "ไม่ได้พิจารณาตามอำเภอใจ หรือแรงกดดันของสังคม หรือความต้องการของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง" แต่พิจารณาจากคำร้อง คำคัดค้าน พยานบุคคล พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกด้าน ไม่ว่า พยานทางนิติวิทยาศาสตร์ เส้นเงิน การติดต่อสื่อสารระหว่างกัน

สำหรับผู้ถูกร้องทั้งหมดในคดีโกงเลือก สว. มี 427 คน แต่เฉพาะเครือข่ายที่ถูกเรียกว่า "สีน้ำเงิน" มี 229 คน ประกอบด้วย สว. 138 คน, รมต., สส., กรรมการบริหาร พรรค ภท. 21 คน, สว. สำรองและผู้สมัคร สว. 50 คน, เครือข่ายพรรค ภท. 20 คน (โดยมีนายเนวิน ชิดชอบ อยู่ในกลุ่มหลังนี้ด้วย)

กกต. ลงมติแยก 7 ข้อกล่าวหา

.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

เวลา 15.38 น. นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. และว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ร่วมกันแถลงข่าว โดยไม่ได้เปิดเผยตัวเลขการลงมติของ 7 กกต. โดยบอกเพียงว่าเป็น "เสียงข้างมาก"​ ต่อ 7 ข้อกล่าวหา ดังนี้

ข้อกล่าวหาที่ 1 กรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็น สว. ตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง

มติ: สั่งไม่ฟ้องทั้งหมด 21 คน แบ่งเป็น กรรมการบริหารพรรค, สส., ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 20 คน และบุคคลอื่น 1 คน

ข้อกล่าวหาที่ 2 ผู้สมัครยินยอมให้กรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สว. ตามมาตรา 76 วรรคสอง

มติ: สั่งไม่ฟ้องทั้งหมด 140 คน แบ่งเป็น สว. 137 คน, สว. สำรอง 1 คน, ผู้สมัคร สว. 2 คน

ข้อกล่าวหาที่ 3 ผู้สมัครไม่ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขการแนะนำตัวตามที่ กกต. กำหนด ตามมาตรา 70 ประกอบมาตรา 36

มติ: สั่งฟ้อง 36 คน จากทั้งหมด 175 คน แบ่งเป็น สว. 26 คน จากทั้งหมด 137 คน, สว. สำรอง 0 คน, ผู้สมัคร สว. 1 คน จากทั้งหมด 2 คน, กรรมการบริหารพรรค สส. ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 0 คน จากทั้งหมด 20 คน บุคคลอื่น 9 คน จากทั้งหมด 15 คน

ข้อกล่าวหาที่ 4 ผู้ใดจัด ทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด ตามมาตรา 77 (1)

ข้อกล่าวหาที่ 5 ผู้ใดเลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด ตามมาตรา 77 (3)

ข้อกล่าวหาที่ 6 ผู้ใดเรียกหรือรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดเพื่อลงสมัคร เพื่อประโยชน์แก่ผู้สมัคร ตามมาตรา 79

ข้อกล่าวหาที่ 7 ผู้มีสิทธิเลือกเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อเลือกหรืองดเว้นไม่เลือกผู้ใด ตามมาตรา 81

มติในข้อกล่าวหาข้อที่ 4-7: สั่งฟ้อง 77 คน แบ่งเป็น สว. 26 คน ผู้สมัคร สว. 36 คน บุคคลอื่น 15 คน

ขั้นตอนหลังจากนี้ กกต. จะจัดทำคำวินิจฉัยให้เสร็จภายใน 60 วัน ก่อนยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นต่อไป เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา ผู้ถูกกล่าวหาที่เป็น สว. ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลฎีกาจะพิพากษาว่าผู้นั้นมิได้กระทำผิด

เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดูแลความปลอดภัยภายในพื้นที่สำนักงาน กกต. วันลงมติชี้ขาดสำนวนการไต่สวนการเลือก สว. 14 ก.ย.

ที่มาของภาพ, thai news pix

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดูแลรักษาความปลอดภัยภายในพื้นที่สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒะนะ วันลงมติชี้ขาดสำนวนการไต่สวนการเลือก สว. 14 ก.ย.

"พยานไม่น่าเชื่อถือ" คือเหตุผลในการยกคำร้อง 21 นักการเมืองภูมิใจไทย

การลงมติสั่งไม่ฟ้องผู้ถูกร้องในกลุ่มที่เป็นนักการเมืองจากพรรค ภท. 21 คน ซึ่งมีกรรมการบริหารพรรค ภท. ทั้งชุด 15 คน อยู่ในจำนวนนี้ด้วย ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. กับพวกหลุดพ้นจากคดีโกงเลือก สว. แต่ยังทำให้เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง "หมดหัวเชื้อ" ในการตั้งสำนวนคดียุบพรรคสีน้ำเงินไปโดยปริยาย

มาตรา 76 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ห้ามมิให้บุคคล 6 ประเภท ได้แก่ กก.บห. หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้ใดกระทำการโดยวิธีใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็น สว. หรือทำให้ผู้สมัครไม่ได้รับเลือก และยังห้ามผู้สมัครยินยอมให้บุคคล 6 ประเภทช่วยเหลือให้ได้รับเลือกเป็น สว.

หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุก 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น

ที่ผ่านมานายอนุทินต่อสู้คำครหาด้วยการยกประกาศพรรค ภท. ลงวันที่ 30 เม.ย. 2567 ที่ห้าม กก.บห. ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นใดในพรรค สส. ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรค ภท. กระทำการโดยวิธีใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือผู้สมัคร สว.

ประธาน กกต. ให้เหตุผลในการสั่งไม่ฟ้องผู้ถูกร้องในกลุ่มนี้ว่า "เป็นพยานที่ไม่น่าเชื่อถือ" ก่อนแจกแจงว่า ข้อกล่าวหาที่ 1 และ 2 เชื่อมโยงกัน โดยมีคำร้องว่า 140 สว. ที่เชื่อว่ามีชื่ออยู่ในโพยแล้วได้รับเลือกเป็นลำดับต้น ๆ ได้รับการช่วยเหลือจากผู้ถูกร้อง 21 คน - ผู้ถูกร้องที่ 187-206 และผู้ถูกร้องที่ 228 นายเนวิน ชิดชอบ - ให้ได้เป็น สว. โดยมีพยาน 5 คนให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 ประกอบด้วย พยานรหัส 16/26, พยานรหัส 21/26 สว. จากขอนแก่น, พยานรหัส 22/26 สว. จากพะเยา, พยานรหัส 25/26 และมีนางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 14 (กลุ่มสตรี) กล่าวอ้างว่ากลุ่มคนเหล่านี้กระทำความผิด

แต่พยานสำคัญที่อ้างว่าเป็นประจักษ์พยานคือ พยานรหัส 16/26 ที่ให้ถ้อยคำโดยอ้างถึง 4 เหตุการณ์

  • เดือน เม.ย. 2567 กก.บห. คนรุ่นใหม่ นำโดยนายภราดร ปริศนานันทกุล ร่วมกันวางแผนฮั้ว สว. โดยมีการศึกษาระเบียบและกฎหมายเกี่ยวกับการเลือก สว. มีการคิดโปรแกรมออพไลน์เพื่อนำมาใช้คำนวณสูตรในการเลือก สว. โดยพยานอ้างว่าทราบจากเพื่อน สส. และ กก.บห. พรรค ภท.
  • ช่วงหลังเลือกระดับจังหวัดและเข้าสู่การเลือกระดับประเทศ เมื่อ 16-26 มิ.ย. 2567 มีการประชุม กก.บห. พรรค ภท. มีการบรรยายให้เป็นไปตามแผน โดยมีผู้บรรยายหลักคือ นายภราดร และนายไชยชนก ชิดชอบ มี กก.บห. และ สส. ร่วมฟัง มีนายเนวินและนายอนุทินนั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน ซึ่งพยานรหัส 16/26 อ้างว่าเข้าประชุมด้วย
  • 24 มิ.ย. 2567 หรือ 1 วันก่อนเลือกระดับประเทศ พยานกับพวกเดินทางไปมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อทำโพยฮั้ว ที่มีนางสุขสำรวย วันทนียกุล พร้อมนักศึกษาและผู้ช่วยเข้ามาติวการทำโพย
  • หลังเลือก สว. ระดับประเทศ พยานปากนี้อ้างว่านำ สว. ในสายของตนไปรับมอบนโยบายจากนายเนวินที่โรงแรมพูลแมน ซอยรางน้ำ

ขณะที่ผู้ถูกร้องทุกคนชี้แจงเป็นหนังสือ ปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิด

ไอลอว์จัดกิจกรรม "เล่นกีฬาหน้า กกต."  บริเวณหน้าสำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ  เมื่อ 30 ส.ค. เพื่อส่งเสียงเรียกร้องให้ กกต. สั่งฟ้อง 229 คน โดยมีการนำภาพของผู้ถูกกล่าวหา 229 คนมาจัดแสดงบนลังกระดาษด้วย

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ไอลอว์จัดกิจกรรม "เล่นกีฬาหน้า กกต." บริเวณหน้าสำนักงาน กกต. เมื่อ 30 ส.ค. เพื่อส่งเสียงเรียกร้องให้ กกต. สั่งฟ้อง 229 คน โดยมีการนำภาพของผู้ถูกกล่าวหา 229 คนมาจัดแสดงบนลังกระดาษด้วย

นายณรงค์ ประธาน กกต. เล่าถึงความเห็นส่วนตัวของเขาที่ใช้วินิจฉัยผู้ร้องกลุ่มนี้ เริ่มต้นจากวันที่ กกต. ได้รับหนังสือจากกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอเมื่อ 18 มี.ค. 2568 แจ้งผลการสืบสวน ซึ่งปรากฏข้อมูลและพยานหลักฐานเกี่ยวกับการจัดตั้งเครือข่ายบุคคลเพื่อดำเนินการเลือก สว. ในลักษณะที่อาจผิดรัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. แต่ในเวลานั้นยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหานักการเมืองทั้ง 21 คน คนที่ถูกร้องเรื่อยมาคือกลุ่ม สว. ที่มีชื่ออันดับ 1-7 ของโพย รวมแล้ว 140 คน กระทั่ง 20 มิ.ย. 2568 จึงได้รับรายงานว่ามีผู้กระทำผิดคือ สว., ผู้สมัคร, และบุคคลตามมาตรา 76 จึงขอให้ กกต. รับเรื่อง เพื่อสอบ กก.บห. อีกข้อกล่าวหาหนึ่ง

ข้อสังเกตของเขาคือ พยานรหัส 16/26 เห็นเหตุการณ์ล่วงหน้ามานาน ทำไมพยานรหัสนี้ไม่เคยแจ้งเหตุ หรือแจ้งเจ้าหน้าที่รัฐเลยว่ากลุ่มคนเหล่านี้กระทำผิด แต่เพิ่งมาให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการไต่สวนฯ ชุดที่ 26 เมื่อ 28 พ.ค. 2568 ซึ่งผ่านไปปีหนึ่งแล้ว อีกทั้งพยานคนนี้เคยเป็น สส. พรรค ภท. ก่อนที่พรรคจะมีมติให้พ้นจากสมาชิกพรรค เพราะถูกศาลจังหวัดขอนแก่นลงโทษจำคุก 4 ปี 93 เดือน ฐานยักยอกทรัพย์สหกรณ์ครู 500 ล้านบาท เมื่อถูกขับออกจากพรรค ภท. จึงไปสังกัดพรรคกล้าธรรม (กธ.) ซึ่งช่วงนั้นพรรคสองพรรคนี้ก็มีความไม่ลงรอยกันทางการเมือง พยานปากนี้จึงมาให้ถ้อยคำและขอกันตัวเองเป็นพยาน

ประธาน กกต. กล่าวต่อไปว่า เมื่อวิเคราะห์พยานรหัสปากนี้ อ้างว่าเหตุการณ์เกิดที่พรรค ภท. แต่มีแค่พยานคนนี้คนเดียวที่ให้การเช่นนั้น และไม่ปรากฏหลักฐานอื่น ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย, หลักฐานการปฏิบัติการของนายภราดร, เอกสารที่อ้างว่ามีเงินมหาศาล, ไม่ปรากฏเส้นเงิน และพยานปากนี้ก็ไม่สามารถระบุได้เลยว่าใครให้เงินใครบ้าง คงเป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ

ส่วนพยานรหัสอีก 2 ปากที่เป็น สว. ปัจจุบัน ถือว่าเป็นพยานประกอบ ทั้ง 2 คนระบุว่าอยู่ในเหตุการณ์ที่อ้างว่าไปจัดทำโพย ม.เทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ โดยอ้างว่าพยานรหัสที่ 16/26 ประสานงานให้ไปเข้าร่วมประชุมกับ "ทีมของเจ๊รวย" ทราบว่ามี สว. หรือผู้ได้โควตาจากระบบจัดฮั้ว 2 คนคือพยานรหัส 22/26 กับพยานรหัส 21/26 แต่เมื่อกลับมาพิจารณาถ้อยคำพยานรหัส 16/26 ไม่มีตอนไหนกล่าวถึงพยานรหัส 22/26 ที่อยู่ จ.พะเยาว่าอยู่ในทีมเขา แต่ยืนยันว่าทีมของเขามีคนเดียวคือพยานรหัส 21/26 จาก จ.ขอนแก่น

ขณะที่พยานที่ 22/26 ก็ไม่เคยกล่าวถึงว่ากลุ่มผู้ถูกร้องอยู่ในขบวนการ แต่บอกว่าได้รับเลือกเพราะมีการทำโพย แต่ไม่ทราบว่าใครทำให้ อ้างว่าพยานรหัสที่ 16/26 ส่งชื่อไป นี่คือความแตกต่างและความไม่สอดคล้องของพยานรหัสที่เกิดขึ้น

ส่วนการประชุมที่ รร.พูลแมน ไม่มีหลักฐานอื่น นอกจากการให้ถ้อยคำของพยานรหัสที่ 25/26 ที่อ้างว่ามีการประชุม แต่ไม่ได้ให้การว่าประชุมเรื่องอะไร และไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีการจัดทำโพยฮั้ว

ต่อมาพยานทั้ง 3 ปากได้กลับคำให้การ โดยมีหนังสือถึงประธาน กกต. ว่าที่พยานรหัสทั้ง 3 คนเคยให้การไว้ว่าไม่เป็นความจริง

"ผมอยู่ศาลมา 38 ปี ทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษา พยานกลับคำ ผมลงโทษมาเยอะ แต่พยานปากนี้ หรือ 3 ปากไม่มีความน่าเชื่อถือตั้งแต่แรก" นายณรงค์กล่าว โดยย้ำว่าพยานรหัสที่ 16/26 เพิ่งมาให้ถ้อยคำหลังเกิดเหตุมานาน และถ้าดูประวัติก็ถูกศาลพิพากษาจำคุกในคดียักยอกเงิน ปัจจุบันถูกตัดสิทธิทางการเมืองในข้อหาผิดจริยธรรมร้ายแรงฯ เราต้องดูว่าความน่าเชื่อถือเขามีหรือไม่ มีความไม่สอดคล้องกันหรือไม่ ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าฟังไม่ได้กระทำความผิด

"ส่วนการตรวจสอบเส้นเงินของผู้ถูกร้องทุกคนก็ไม่พบความผิดปกติ โทรศัพท์อาจมีโทรหากัน แต่ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าเขาคุยกันเรื่องอะไร ผมว่าถ้าเรายอมรับความจริงและเป็นธรรมชาติทางการเมือง โดยเฉพาะคนเป็น สว. หน้าใหม่ ๆ เขาต้องดำเนินการยังไง ต้องจับกลุ่ม ตกลงกัน" นายณรงค์กล่าว

เขากล่าวต่อไปว่า ส่วนการประชุมที่โรงแรมพูลแมนหลังการเลือก สว. ที่มีพยานกล่าวว่าได้พบนายเนวินและนายอนุทิน แต่ไม่มีรายละเอียดว่าท่านไปทำอะไรกัน ถือว่า"พบแต่ไม่มีหลักฐานอะไรชี้ว่าเขาทำความผิดตามข้อกล่าวหา"

"เมื่อข้อหาที่ 1 ยกคำร้อง ข้อหาที่ 2 ซึ่งต่อเนื่องกันยังฟังไม่ได้ว่าคนมีชื่อในโพยได้รับความช่วยเหลือ แต่มีจัดทำโพย ซึ่งบางคนก็ถูกดำเนินคดีอาญา" นายณรงค์กล่าวและว่า กกต. กำลังพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรกับพยานที่กลับคำให้การไปมา

ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากพยานกลับคำ ยังมีหลักฐานเรื่องการโทรศัพท์ของ รมต. ถึง สว. บางส่วน ไม่ถือว่าเป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า แล้วต้องส่งฟ้องศาลหรือ และเหตุใด กกต. ถึงเชื่อคำให้การของพยานในครั้งที่สอง แทนที่จะเชื่อครั้งแรก ประธาน กกต. ตอบว่า ตนไม่เชื่อตั้งแต่แรก เรื่องโทรศัพท์ยอมรับว่ามี กกต. ยอมรับการตรวจสอบอยู่แล้ว แต่เราดูหลักฐานตามสำนวน ใครไปเปิดอะไรก็แล้วแต่ ตนไม่สามารถยืนยันว่าหลักฐานมันจริงหรือไม่ แต่ กกต. ต้องวินิจฉัยพยานหลักฐานโดยชอบด้วยกฎหมาย คนอื่นตนไม่ทราบ และไม่รู้ว่าเขามีอะไรบ้าง

นอกจากนี้ประธาน กกต. ยังตั้งคำถามด้วยว่า หากส่งคดีไปศาล คิดว่าพยานรหัสที่ 16/26 จะไปเป็นพยานให้หรือ

กลุ่ม 26 สว. ที่ถูกสั่งฟ้องเพราะมีหลักฐานจ้างสมัคร

การเลือก สว. ระดับประเทศซึ่งเป็นรอบสุดท้ายเกิดขึ้นที่เมืองทองธานี ก่อนได้ 200  สว. ตัวจริงจาก 20 กลุ่มอาชีพ และ 100 สว.สำรองอีก 100 คน (กลุ่มอาชีพละ 5 คน)

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, การเลือก สว. ระดับประเทศซึ่งเป็นรอบสุดท้ายเกิดขึ้นที่เมืองทองธานี ก่อนได้ 200 สว. ตัวจริงจาก 20 กลุ่มอาชีพ และ 100 สว.สำรองอีก 100 คน (กลุ่มอาชีพละ 5 คน)

สำหรับพฤติการณ์ของ 26 สว. ที่ถูกสั่งฟ้อง ประธาน กกต. ได้ยกตัวอย่างผู้ถูกร้องที่ 84 ซึ่งมีพฤติการณ์จูงใจหรือให้ทรัพย์สินเงินทองกับผู้มีสิทธิเลือก สว. เพื่อลงคะแนนให้ตัวเอง จากการไต่สวนพยานบุคคลและพยานหลักฐานต่าง ๆ พบความเชื่อมโยงและเส้นเงินไปตามบุคคลที่ปรากฏในผัง "ฟังได้ว่าบุคคลนี้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหามาตรา 77 คือจูงใจให้ผู้สมัครมาเลือกตัวเอง หรือเรียกว่าจ้างโหวตเตอร์ เราก็มีมติให้ส่งศาลฎีกาเพื่อตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและดำเนินคดีอาญา"

สำหรับผู้ถูกร้องที่ 84 คือ นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม กลุ่ม 13 (กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการสื่อสารการพัฒนานวัตกรรม) จ.หนองบัวลำภู

นายณรงค์กล่าวด้วยว่า กกต. ได้พิจารณาในลักษณะเช่นนี้ในทุกกลุ่มจังหวัดที่กระทำความผิด หรือการกระทำความผิดรายบุคคล ไม่ว่าจะเป็น จ.นครศรีธรรมราช, สงขลา, สุราษฎร์ธานี ยืนยันว่า กกต. มีมาตรฐานในการพิจารณาสำนวน มีการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานก่อนส่งศาล ส่วนคนที่ไม่ส่งศาล เพราะผู้ถูกร้องได้แก้ข้อกล่าวหา เอาพยานหลักฐานต่าง ๆ เข้ามาในสำนวนและฟังได้ว่าไม่ได้มีการจูงใจโดยใช้เงินทอง หรือจูงใจโดยวิธีอื่น กรณีนี้จึงยกคำร้องไป

บีบีซีไทยถามว่า กกต. ได้พิจารณาหลักฐานบัตรลงคะแนนที่พบผู้สมัครลงคะแนนเหมือนกัน เลือกคนเดียวกัน วางลำดับเหมือนกัน โดยคนที่ได้เป็น สว. 6-7 ลำดับแรกมีคะแนนโดด และยังมีผู้สมัครที่ได้ 0 คะแนน จนถูกเรียกขานว่ากลุ่ม "พลีชีพ" อย่างไร ถึงสั่งฟ้อง 26 คน หลักฐานนี้ไม่เป็นเหตุอันควรสงสัยหรือเป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำผิดหรือ

นายณรงค์ตอบว่า เรื่องนี้อยู่ในข้อหาที่ 3 เรื่องการแนะนำตัวไม่เป็นไปตามระเบียบที่ กกต. กำหนด หากถามว่าการกระทำผิดควรมีองค์ประกอบอย่างไร ต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญออกแบบมาซับซ้อนมาก การที่คุณจะได้เป็น สว. ลองไปดูสิ ผมว่าดู 10 รอบก็ไม่เข้าใจ ให้คนไม่รู้จักกันมาก่อนมาเลือก ฉะนั้นเป็นเรื่องธรรมดาของการไปแนะนำตัว รวมกลุ่มต่าง ๆ ทุกคนที่ลงคือคนที่อยากจะเป็น สว. กับคนที่ตั้งใจมาเป็นโหวตเตอร์ ซึ่งเขาอาจมาเป็นโหวตเตอร์ เพราะต้องการไปเลือกคนที่เขาไปเลือก คนสมัครถึงมหาศาล การแนะนำตัว ไปพบปะกัน ต้องยอมรับความจริงว่าทำได้

"ดังนั้นคนที่มีชื่อในโพยแล้วได้รับเลือกเป็น สว. ผมดูพฤติกรรมอื่นประกอบด้วย คนมีชื่อในโพย บางคนมีชื่อในโพยเดียวจาก 12 โพยที่เป็นหลักฐาน บางคนมีชื่อในโพยก็ไม่ได้รับการเลือก ดังนั้นการมีชื่อในโพยไม่ได้หมายความว่าต้องส่งฟ้องศาล ต้องมีพฤติกรรมอื่นประกอบ" นายณรงค์กล่าว

เขาย้ำว่า เมื่อศาลปกครองยกเลิกระเบียบการแนะนำตัวผู้สมัคร จึงกลายเป็นฟรีสไตล์ ทำอะไรก็ได้ แต่ถ้าจะผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ก็ต้องเอามาตรา 77 มาจับคือมีการชักจูงให้ลงคะแนน ถ้ามีชื่อในโพยแล้วมีพฤติกรรมแบบนี้ จึงถูกแจ้งข้อหา

ประธาน กกต. บอกด้วยว่า นอกจากสำนวนนี้ยังเหลืออีก 3 สำนวน มีผู้ถูกร้องเยอะพอสมควร แต่ไม่มีการเรียกร้องว่าทำไมยังเสร็จสักที

การนับคะแนนเลือก สว. ระดับประเทศทำแบบข้ามวันข้ามคืน กว่าจะทราบผลครบทุกกลุ่มก็ราวตี 4 ของวันที่ 27 มิ.ย. 2567

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, การนับคะแนนเลือก สว. ระดับประเทศทำแบบข้ามวันข้ามคืน กว่าจะทราบผลครบทุกกลุ่มก็ราวตี 4 ของวันที่ 27 มิ.ย. 2567

บีบีซีไทยถามต่อไปว่า นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการ กกต. ได้ชี้แจงต่อ กกต. อย่างไรเกี่ยวกับ "โพยที่ยึดมาได้" จากสถานที่เลือก สว. ระดับประเทศเมื่อ 26 มิ.ย. 2567 ประธาน กกต. กล่าวยอมรับว่า "ท่านฐิติเชฏฐ์ได้แจ้งในที่ประชุมว่าท่านดำเนินการอย่างไร คงต้องย้อนไป ไปทบทวนการเลือก สว. ว่าเป็นมาอย่างไร" และขอให้สื่อไปถามจากกรรมการ กกต. รายนี้เอง

ด้านว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า การนำโพยเข้าไปในสถานที่เลือก กกต. ได้ออกระเบียบว่าด้วยการแนะนำตัว ข้อ 7 วรรคสอง โดยกำหนดว่าการแจกจ่ายเอกสารแนะนำตัวในสถานที่เลือกทำไม่ได้ แต่ต่อมาศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้เพิกถอนระเบียบดังกล่าว เมื่อไม่มีกฎหมายห้าม ผู้สมัครย่อมนำเอกสารไปยังสถานที่เลือกได้ ทั้งนี้ กกต. มอบหมายให้ผู้อำนวยการการเลือกระดับประเทศควบคุมดูแลกำกับการเลือกให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ดังนั้นอาจมีการพบโพยหรือเอกสาร ซึ่งมี 2 ประเภทคือ โพยธรรมดาที่ผู้สมัครจดไปกันลืม และโพยที่มีการเกี่ยวโยง/เชื่อมโยงกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคณะกรรมการสืบสวนฯ ได้นำไปตรวจสอบ หากพบเหตุก็จะแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในโพยทุกราย

ไม่เกี่ยวคดีอั้งยี่-ฟอกเงินในมือดีเอสไอ

ขณะที่กลุ่มถูกกล่าวหาในสำนวนของ กกต. ใน "คดีโกงเลือก สว." ที่มีสถานะผู้ต้องหาแล้วในสำนวน "คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน" ของดีเอสไอ ถูก กกต. สั่งฟ้องยกล็อต ทั้งนี้ในระหว่างตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับ สว. ที่ถูกสั่งฟ้อง ประธาน กกต. ได้พูดถึงความเชื่อมโยงและเส้นเงินที่ จ.สุราษฎรธานี ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ในสำนวนของดีเอสไอด้วย

คนกลุ่มนี้ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร สมคบกันฟอกเงิน หลังดีเอสไอสอบปากคำผู้ร้อง 1 ปากที่เป็น สว.สำรอง และสอบพยานอีก 753 ปาก ตามการเปิดเผยของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ในระหว่างตอบกระทู้ถามของฝ่ายค้านเมื่อ 9 ก.ค. 2569

ดีเอสไอสรุปสำนวนส่งอัยการให้สั่งฟ้อง 8 ผู้ต้องหาเมื่อ 8 ธ.ค. 2568 แต่อัยการตีกลับสำนวนคืนมา เมื่อ 19 ม.ค. 2569

ผู้สื่อข่าวถามว่า มติของ กกต. จะถือเป็นการฟอกขาวนักการเมืองหรือไม่ และจะส่งผลต่อการดำเนินคดีอั้งยี่-ฟอกเงินในมือดีเอสไออย่างไร นายณรงค์กล่าวว่า ดีเอสดำเนินการไปได้ ไม่เกี่ยวกัน เป็นคนละคดี และไม่สามารถตอบแทนดีเอสไอได้ แต่โดยส่วนตัวที่ลงมติไปมีไม่ต่ำกว่า 20-30 เรื่องที่เห็นด้วยกับการลงโทษผู้กระทำผิดตามสำนวนของคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 ซึ่งดีเอสไอร่วมด้วย แต่ความเห็นไม่ว่าชุด 26 หรือชุด 36 ไม่ได้ผูกมัด กกต. ประเด็นสำคัญ ๆ ตนทำคำวินิจฉัยเอง

ด้านนักกฎหมายอย่างน้อย 2 คนที่บีบีซีไทยพูดคุยด้วยยืนยันตรงกันว่า ดีเอสไอยังเดินหน้าสอบสวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงินต่อไปได้ เพราะเป็นคดีอาญา ผู้มีอำนาจฟ้องคืออัยการ และต้องต่อสู้กันตามกระบวนการศาลยุติธรรม 3 ศาล แต่ยอมรับว่ามติของ กกต. อาจมีผลต่อการเพิ่มน้ำหนักหรือลดน้ำหนักในการทำสำนวนคดีของดีเอสไอได้ อีกทั้งต้องจับตามองว่าดีเอสไอจะเปลี่ยนนโยบายหรือไม่หลังเปลี่ยนตัวผู้บริหารและโยกย้ายพนักงานสอบสวนของกรม

สำหรับผู้ถูกร้องในกลุ่มนี้ เป็น สว. ปัจจุบัน 2 คน และเครือข่ายอีก 5 คน (มี 1 คนไม่ปรากฏชื่อในสำนวน กกต.)

กลุ่มที่เป็น สว. 2 คน

  • น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สว. กลุ่ม 6 จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผู้ถูกร้องที่ 37
  • น.ส.อัจฉรพรรณ หอมรส สว. กลุ่ม 14 จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ถูกร้องที่ 94

กลุ่มที่ผู้สมัคร สว.และเครือข่ายพรรคการเมือง 4 คน

  • นางผกามาศ ไทยนุกูล ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 14 จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผู้ถูกร้องที่ 178
  • นายวงศกร ชนะกิจ อดีตผู้สมัคร สส.ภูเก็ต ผู้ถูกร้องที่ 210
  • นายสุบิน ศักดา ประธานสภา อบต.ตะกุกเหนือ อ.วิภาวดี จ.สุราษฎรธานี และอดีตผู้ช่วย สส. ของนายพิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี ผู้ถูกร้องที่ 212
  • น.ส.นิสิตา หมั่นไชย เสมียนพรรคภูมิใจไทย จ.สุราษฎร์ธานี เขต 6 ผู้ถูกร้องที่ 225
  • นายวรพจน์ ตั้งพันธ์เพียร ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม ซึ่งตามสำนวนระบุว่าเป็นผู้ช่วย สส. นายชลัธ รัชกิจประการ ผู้ถูกร้องที่ 224

กกต. อาจตกเป็นผู้ต้องหาเสียเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้สังคมก็ถามกันว่า กกต. ไม่ใช่ศาล ทำไมไม่ส่งทั้งหมดไปให้ศาลเป็นคนตัดสิน นายณรงค์กล่าวว่า กกต. ไม่ใช่ศาลก็ถูกต้องแล้ว พวกเราไม่ใช่ศาล แต่ว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญให้อำนาจเราไว้ กกต. ไปดูรัฐธรรมนูญ ไปดู พ.ร.ป. กกต. มาตรา 41 กรณีที่มันฟังไม่ได้เลยว่าเขากระทําความผิด แล้วยื่นต่อศาล ถามว่าร่างฟ้องอย่างไร จะนําพยานไปสืบอย่างไรว่าเขากระทําความผิด จะเอาพยานหลักฐานที่ไหนไป แล้วคนที่ถูกฟ้องถูกร้อง คิดว่าเขาเดือดร้อนไหม

"ตั้งแต่มีเรื่องมา กกต. ส่งให้หมดเลย แต่เดิมท่านบอกว่ามี 229 คน มันไม่ใช่นะครับ มันมี 427 คน พวกผมไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย ผมเป็นไปรษณีย์ ผมส่งให้หมดเลย คุณว่ามันง่ายไหม ไม่ได้ครับ เราทําผิดกฎหมายด้วยซ้ำถ้าเราไปทําแบบนั้น" นายณรงค์กล่าว

ประธาน กกต. ยังฝากถึงครูบาอาจารย์ นักวิจารณ์ต่าง ๆ ว่า "ท่านต้องเป็นหลักให้สังคม อย่าชี้นําผิด ๆ อันไหนถูก ท่านว่าถูก อันไหนผิด ท่านว่าผิด ท่านต้องเป็นหลักให้บ้านเมืองบ้างนะครับ อย่าคิดว่าท่านอยู่หน้าสื่อแล้วท่านพูดอะไรก็ได้

"ปกติผมไม่เคยที่จะตําหนิใครนะครับ แต่ผมขอสักหน่อย หรือไม่ว่าเป็นอดีต กกต. ที่ชอบบอกว่าผมเป็นอดีต กกต. ท่านทํางานอยู่ตรงนี้ ท่านรู้กฎ ท่านรู้ระเบียบ ทําไมไม่ชี้นําสังคมให้มันถูก ผมคิดว่าท่านเคยอยู่บ้านนี้ อันไหนถ้าเราทําผิดท่านว่าไปเลยนะครับ แต่อันไหนถูก ท่านเคยอยู่บ้าน ทําไมท่านไม่รักษาบ้านเดิมท่านบ้างนะครับ" นายณรงค์กล่าว

สำหรับ กกต. ชุดปัจจุบันมีกรรมการ 4 จาก 7 คน ที่วุฒิสภาชุดที่ 13 ซึ่งตกเป็นผู้ถูกร้องในคดีนี้ เป็นผู้ลงมติให้ความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่ง ประกอบด้วย นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. (มาจากสายศาล), นายณรงค์ รักร้อย, นายอนันต์ สุวรรณรัตน์, และนายจิรุตม์ วิศาลจิตร กรรมการ กกต.

ส่วนอีก 2 คนเข้าดำรงตำแหน่งมาก่อนหน้านี้โดยการรับรองของ 250 สว. ชุดเฉพาะกิจที่มาจากการคัดเลือกของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คือ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ (มาจากสายศาล), นายชาย นครชัย กรรมการ กกต. และอีก 1 คนคือ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ มาจากการรับรองของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

การตัดสินใจสั่งฟ้องหรือไม่ในคดีโกงเลือก สว. จึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ โดยนักวิชาการ นักการเมืองฝ่ายค้าน และภาคประชาชนที่เรียกร้องให้ กกต. สั่งฟ้องทั้งหมด 229 คนโดยไม่ต้องใช้ดุลพินิจ เพราะอาจเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ได้

นักวิชาการออกมาชี้ช่องให้ฟ้องดำเนินคดีอาญากับ กกต. ตาม พ.ร.ป.กกต. มาตรา 69 ฐานละเว้นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี หรือตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

7 กกต. ประชุมพิจารณาสำนวนคดีการเลือก สว. 11 ครั้ง ก่อนนัดลงมติ 14 ก.ย.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, 7 กกต. ประชุมพิจารณาสำนวนคดีการเลือก สว. 11ครั้ง ก่อนนัดลงมติ 14 ก.ย.

วุฒิฯ ปิดประชุมก่อน กกต. ตั้งโต๊ะแถลงข่าว

ส่วนความเคลื่อนไหวของบรรดาผู้ถูกร้อง นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ผู้ถูกร้องที่ 3 ได้นัดประชุมวุฒิสภาตามปกติเพื่อพิจารณากระทู้ถามและพิจารณาร่างกฎหมาย 6 ฉบับ ก่อนปิดการประชุมในเวลา 15.12 น. ก่อนที่ กกต. จะเปิดแถลงข่าว โดยมี สว. บางส่วนเปิดโทรศัพท์มือถือรอชมการถ่ายทอดสดการแถลงข่าวของ กกต. ตามเวลานัดหมายเดิมตั้งแต่บ่าย 3

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ภท. ผู้ถูกร้องที่ 187 ปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่เช้า ก่อนเดินทางไปประเทศเวียดนามในช่วงเย็น โดยเขาเปิดเผยว่า ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นรัฐมนตรีเกียรติยศ ติดตามการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 14-16 ก.ย.

"ผมไม่พร้อมอะไรทั้งนั้น เพราะว่าผมไม่เกี่ยว ไม่ได้มีความกังวลใด ๆ ตัวบุคคลไม่สำคัญเท่ารัฐบาล รัฐบาลชุดนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับเรื่องที่ไม่ใช่นโยบาย เรื่องผิดกฎหมาย เรื่องขัดรัฐธรรมนูญ รัฐบาลของนายอนุทินไม่ทำ" นายอนุทิน ผู้ถูกร้องที่ 187 ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเมื่อ 11 ก.ย. ที่ว่าผลออกมาอย่างไรก็พร้อมรับใช่หรือไม่

ปชน. เดินหน้าดันหลักฐาน "โกงเลือก สว." เข้าสู่ชั้นศาล

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงหลังจากรับทราบมติของ กกต. ว่า มติของ กกต. สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาเพียงแค่ส่วนน้อย โดยเป็นการสั่งฟ้อง สว. เพียง 26 คน แต่ไม่มีการฟ้องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รัฐมนตรี กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และ สส. ของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แม้แต่คนเดียว มองว่าเป็นการตัดทอนให้เรื่องของผู้ถูกกล่าวหาส่วนใหญ่ไม่ถูกพิสูจน์ในชั้นศาลฎีกา ทั้งที่หลักฐานเกี่ยวกับขบวนการเลือก สว. ที่ถูกกล่าวหาชี้ว่ามีการกระทำผิดเป็นขบวนการ

"ไม่ว่าจะเป็นโพยใบสั่ง สถิติบัตรลงคะแนน เส้นทางทางการเงิน คลิปเสียง หลักฐานการนัดหมายตามศูนย์ทำโพยต่าง ๆ รวมถึงประวัติการโทรศัพท์ ล้วนบ่งชี้ว่าการกระทำความผิดที่เกิดขึ้น เป็นการกระทำในรูปแบบขบวนการที่จะต้องไม่ตัดทอน แบ่งแยก หรือสั่งฟ้องเฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยพิจารณาแต่ละเหตุการณ์แยกขาดจากกัน" หัวหน้าพรรค ปชน. กล่าว

นายณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าการใช้ดุลพินิจของ กกต. เข้าข่ายเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย และมาตรฐาน ของ กกต. เองในอดีต ถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นการกระทำโดยมิชอบตามหน้าที่ของคณะกรรมการ กกต. ซึ่งเมื่อพิจารณากับสถานะของกรรมการ กกต. ที่ 4 จาก 7 คน เข้าสู่ตำแหน่งจากการเลือกของ สว. ในปัจจุบัน ยังอาจถูกมองว่าเป็นการ "ต่างตอบแทนทางการเมือง" ด้วย

.

ที่มาของภาพ, พรรคประชาชน/youtube

หัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวอีกว่าพรรคจะดำเนินการและสนับสนุนการดำเนินการทางกฎหมายต่อ กกต. ต่อการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง พร้อมกับดำเนินการทางกฎหมายเพื่อให้หลักฐานของขบวนการโกงเลือก สว. ได้รับการพิจารณาในชั้นศาล นอกจากนี้จะตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับคดีโกงเลือก สว. ผ่านการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อจำกัดอำนาจที่ไม่ชอบธรรมของวุฒิสภาและการทำงานขององค์กรอิสระ

ยิ่งชีพ ชี้มติ กกต. ชี้ชัดมีโกงเลือก สว. 67 จริง ไม่แปลกใจสั่งฟ้องเฉพาะ "คนตัวเล็ก"

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) กล่าวว่า จากมติ กกต. ในวันนี้ เขารู้สึกโกรธ แต่ "ไม่แปลกใจ ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์" และ "ไม่เกินความคาดหมาย" โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแถลงช่วงแรกที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารพรรคการเมือง เมื่อมีมติไม่สั่งฟ้องใครเลยก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น

เขากล่าวว่า ทราบอยู่แล้วว่าคณะกรรมการ กกต. ที่ลงมติในวันนี้ โดยเฉพาะประธาน กกต. ก็มีที่มาจากการเลือกของ สว. ชุดนี้ที่ตกเป็นผู้ถูกร้อง และทราบอยู่แล้วว่า สว. ชุดนี้ ก่อนได้มา มีสัมพันธ์กับใคร และพรรคการเมืองไหนบ้าง

นายยิ่งชีพกล่าวว่า การที่ กกต. มีคำสั่งฟ้อง สว. 26 คน และผู้เกี่ยวข้องรวม 77 คน จากผู้ถูกร้องทั้งหมด พบว่ามีผู้ที่ กกต. ไม่ฟ้อง 152 คน โดย 26 สว. ยังไม่ทราบว่ามีใครบ้าง แต่จากการติดตามในสำนวนพอเดาได้ว่าเป็นคนที่มีหลักฐานทางการเงินมาถึงตัว เช่น ผู้ที่ใช้โทรศัพท์มือถือหรือหมายเลขพร้อมเพย์โอนเงิน หรือบางคนให้ภรรยาเป็นผู้โอนให้ หรือการใช้เงินสดยื่นให้พยาน

"คนที่เหลือไม่ได้แปลว่าเขาไม่ได้กระทำความผิด แต่แปลว่าพวกเขาอาจไม่ได้พลาดก็ได้ หรือแปลว่ามีวิธีการในการจ่ายเงินที่ไม่ให้หลงเหลือพยานหลักฐาน" นายยิ่งชีพกล่าว

.

ที่มาของภาพ, ilaw/facebook

คำบรรยายภาพ, "กรณีที่ กกต. เชื่อว่ามีการโกงเกิดขึ้นและสั่งฟ้อง สว. บางคน… หมายความว่า กกต. ต้องเชื่อแล้วว่า ขบวนการโกงนั้นทำงานไม่ใช่เพียงแค่มีเส้นทางการโอนเงิน 3-4-5-6-7-8 ครั้งเท่านั้น" ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ ระบุ

อย่างไรก็ตาม ในทัศนะของ ผอ.ไอลอว์ มองว่าการที่ กกต. สั่งฟ้อง 26 คน มีความหมายว่ามีการโกงเลือก สว. 2567 จริง มีผู้ถูกเลือกบางคนเข้ามาสู่ตำแหน่งโดยไม่สุจริต มีการให้ผลประโยชน์ตอบแทนเพื่อแลกกับการเลือก สว. โดยจากหลักฐานที่ ประธาน กกต. โชว์ขึ้นมาระหว่างการแถลงข่าวเป็นผู้สมัครจาก จ.หนองบัวลำภู ที่พบหลักฐานการโอนเงินในลักษณะเดียวกันกับที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. เป็นผู้เปิดหลักฐาน

"กรณีที่ กกต. เชื่อว่ามีการโกงเกิดขึ้นและสั่งฟ้อง สว. บางคน… หมายความว่า กกต. ต้องเชื่อแล้วว่า ขบวนการโกงนั้นทำงานไม่ใช่เพียงแค่มีเส้นทางการโอนเงิน 3-4-5-6-7-8 ครั้งเท่านั้น" นายยิ่งชีพกล่าว และบอกว่าเขาเชื่อว่าขบวนการโกงเลือก สว. เป็นขบวนการขนาดใหญ่ และมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่านี้ แต่วันนี้ กกต. "อาจจะใช้วิธีการเลือกฟ้องแค่คนตัวเล็ก ๆ บางคน ที่พลาดหรือไม่รอบคอบเพียงพอ" จึงปรากฏหลักฐานเส้นเงินออกมาจากการใช้พร้อมเพย์ส่วนตัวหรือของคนใกล้ชิดในการโอนเงิน

"ขบวนการขนาดใหญ่และผู้อยู่เบื้องหลัง ผู้มีเหตุจูงใจให้จัดตั้งขบวนการขนาดนี้ขึ้นมายังไม่ถูกตรวจสอบและยังไม่ถูกสั่งฟ้อง แต่ กกต. ก็ได้ยอมรับแล้วว่าการได้มาซึ่ง สว. ชุดนี้ ไม่สุจริต การโกงมีอยู่จริง" ผอ.ไอลอว์ กล่าว

ด้านบุณยนุช มัทธุจักร คณะทำงานไอลอว์ กล่าวว่า กกต. กำลังล้ำเส้นวางบทบาทหน้าที่เหมือนเป็นศาล ทว่าหน้าที่ของ กกต. คือต้องไต่สวนคดีโกงเลือก สว. ตามกฎหมายเลือก สว. ระบุว่าถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการทุจริต ให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น

"ตามที่ประธาน กกต. ระบุว่าพยานบางรายไม่น่าเชื่อถือ คำให้การของพยานบางรายไม่สอดคล้องกัน และอ้างว่าไม่พบหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการโกงเลือก สว. ตามที่พยานอ้าง จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้กรรมการ กกต. ตัดสินใจไม่ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาในคดีโกงเลือก สว. ที่เหลือ บทบาทนี้ไม่ใช่บทบาทของ กกต. แล้ว แต่เป็นบทบาทของศาล" บุณยนุชกล่าว

ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อ 13 ก.ย. 2569 ประชาชนที่รวมตัวภายใต้การนำของโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชนหรือไอลอว์ ร่วมแปรอักษรเป็นตัวเลข 229 เรียกร้องให้ กกต. สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาใน "คดีโกงเลือก สว." 229 คน

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ เมื่อ 13 ก.ย. 2569 ประชาชนที่รวมตัวภายใต้การนำของไอลอว์ ร่วมแปรอักษรเป็นตัวเลข 229 เรียกร้องให้ กกต. สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาคดีโกงเลือก สว. ทุกราย

เปิดชื่อ 26 สว. ถูกสั่งฟ้อง "น้ำเงินเข้ม" ไม่รอด

สำหรับ 26 สว. ที่ กกต. มีมติส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง พบว่าเป็นระดับประธ​าน/อดีต ประธาน กมธ. รวม 6 คน

  • พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สว. กลุ่ม 1 (กลุ่มบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง) จ.สุโขทัย อดีดประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ทหารและความมั่นคงของรัฐ*
  • พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย สว. กลุ่ม 2 (กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม) จ.สุรินทร์ และประธาน กมธ.กฎหมาย และการยุติธรรม*
  • นายเศก จุลเกษร สว. กลุ่ม 2 จ.นครสวรรค์
  • นายวิวัฒน์ รุ้งแก้ว สว. กลุ่ม 3 (กลุ่มการศึกษา) จ.ศรีสะเกษ
  • นายสุเทพ สังข์วิเศษ สว. กลุ่ม 3 จ.อ่างทอง
  • นางนงลักษณ์ ก้านเขียว สว. กลุ่ม 4 (กลุ่มสาธารณสุข) จ.สุโขทัย
  • นายสมศักดิ์ จันทร์แก้ว สว. กลุ่ม 5 (กลุ่มอาชีพทำนาและปลูกพืชล้มลุก) จ.นครศรีธรรมราช
  • นายเตชสิทธิ์ ชูแก้ว สว. กลุ่ม 6 (กลุ่มอาชีพทำสวน ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง) จ.นครศรีธรรมราช
  • น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สว. กลุ่ม 6 จ.ประจวบคีรีขันธ์
  • นายยะโก๊ป หีมละ สว. กลุ่ม 6 จ.สงขลา
  • น.ส.เข็มรัตน์ สุรเมธีมาณพ สว. กลุ่ม 7 (กลุ่มพนักงาน หรือลูกจ้างของบุคคล ซึ่งไม่ใช่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ) จ.พระนครศรีอยุธยา
  • นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สว. กลุ่ม 8 (กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านสิ่งแวดล้อม ผังเมือง อสังหาริมทรัพย์ สาธารณูปโภค พลังงาน) จ.สิงห์บุรี ประธาน กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม*
  • นายนิพนธ์ เอกวานิช สว. กลุ่ม 9 (กลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางขนาดย่อม) จ.ภูเก็ต
  • นายโสภณ มะโนมะยา สว. กลุ่ม 10 (กลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการตามข้อ 9) จ.สงขลา
  • พ.ต.ท.สง่า ส่งมหาชัย สว. กลุ่ม 10 จ.ลำปาง
  • นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. กลุ่ม 13 (กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการสื่อสารการพัฒนานวัตกรรม) จ.หนองบัวลำภู
  • น.ส.อัจฉรพรรณ หอมรส สว. กลุ่ม 14 (กลุ่มสตรี) จ.สุราษฎร์ธานี
  • นายสมหมาย ศรีจันทร์ สว. กลุ่ม 15 (กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการทุพพลภาพ ชาติพันธุ์) จ.นครพนม
  • นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล สว. กลุ่ม 16 (กลุ่มศิลปวัฒนธรรม ดนตรีการแสดง บันเทิง นักกีฬา) จ.เชียงใหม่ ประธาน กมธ.การพาณิชย์และการอุตสาหกรรม*
  • นายวิเชียร ชัยสถาพร สว. กลุ่ม 16 จ.ลำพูน (ถูกตัดสิทธิทางการเมือง)
  • นายนิรุตติ สุทธินนท์ สว. กลุ่ม 17 (กลุ่มประชาสังคม องค์กรสาธารณประโยชน์) จ.ระนอง ประธาน กมธ.แรงงาน
  • นายสากล ภูลศิริกุล สว. กลุ่ม 17 จ.นครพนม
  • นายภาณุพงษ์ เต็งวงษ์วัฒนะ สว. กลุ่ม 17 จ.สิงห์บุรี
  • นายสิทธิกร ธงยศ สว. กลุ่ม 19 จ.นครพนม
  • นายอลงกต วรกี สว. กลุ่ม 20 จ.อุทัยธานี อดีตประธาน กมธ.ติดตามบริหารงบประมาณ*
  • นายณัฐกิตติ์ หนูรอด สว. กลุ่ม 20 จ.นครศรีธรรมราช

เปิดชื่อ 15 บุคคลอื่น กกต. สั่งฟ้อง รวมครูแก้ว, พ่อ รมช.มหาดไทย

ส่วนบุคคลอื่นอีก 15 คนที่ถูกสั่งฟ้อง อาทิ นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือ "ครูแก้ว" อดีตรองประธานสภา และอดีต สส.นครพนม, นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ บิดาของนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย, นายสมเจตน์ ลิมปะพันธ์ สส.สุโขทัย พรรค ภท., นายอธิวัฒน์ มนตรี หลานชายของนางนาที รัชกิจประการ ภรรยาของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม และ น.ส.วาริน ชิณวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครศรีธรรมราช เป็นต้น

รายชื่อทั้งหมด ได้แก่

  • นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ หรือ "โกเกียรติ" - บิดาของนายวรสิทธิ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย
  • นายสมเจตน์ ลิมปะพันธ์ - สส.สุโขทัย เขต 4 พรรค ภท.
  • นายวิรัช บัวคง - เลขานุการนายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองสวรรคโลก จ.สุโขทัย
  • นายวงศกร ชนะกิจ - อดีตผู้สมัคร สส. ภูเก็ต เขต 2 พรรค ภท. ในการเลือกตั้งปี 2566
  • น.ส.วาริน ชิณวงศ์ - นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครศรีธรรมราช
  • นายสุบิน ศักดา - ผู้ช่วยของนายพิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี เขต 6 พรรค ภท.
  • นายศุภชัย โพธิ์สุ - อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีต สส.นครพนม ปัจจุบันถูกศาลฎีกาพิพากษาตัดสิทธิการเมืองตลอดชีพ ปมถือครองที่ดิน
  • นายปริญญา ธรเสนา - ผู้ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมร่วมกับนายศุภชัย โพธิ์สุ
  • นายภูวัสโรดม แสงแก้ว - ถูกกล่าวหาว่ามีการจองตั๋วเครื่องบินและโอนเงินให้กับผู้สมัคร สว. จาก จ.หนองคาย อ้างว่าเป็นสายตรงจากบุรีรัมย์
  • นายอธิวัฒน์ มนตรี - หลานชายของนางนาที รัชกิจประการ ภรรยาของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม
  • น.ส.ภัณนิภา ผาสุก - ภรรยาของนายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว.หนองบัวลำภู
  • นายวรพจน์ ตั้งพันธุ์เพียร - นักธุรกิจที่มีข้อมูลการโอนเงินไปยังคนที่เกี่ยวข้องกับพรรค ภท.
  • น.ส.นิสิตา หมั่นไชย - เสมียนพรรค ภท. สุราษฎร์ธานี เขต 6
  • น.ส.รุ่งรัฏฏิกาล โพธิ์ไกร - ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นทีมงานของนายชีวะภาพ ชีวะธรรม สว.สิงห์บุรี
  • นางภณิดาทิพย์ เต็งวงษ์วัฒนะ - พบข้อมูลมีนามสกุลเดียวกับ สว.สิงห์บุรี นายภาณุพงษ์ เต็งวงษ์วัฒนะ

เปิดชื่อผู้สมัคร สว. 36 คน ที่ กกต.สั่งฟ้อง

ผู้สมัคร สว. 36 คนที่ กกต. มีมติส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ในจำนวนนี้มี 26 คนที่ปรากฏชื่อใน 229 รายชื่อที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯ ชุดที่ 26 มีมติส่งให้ กกต. ชุดใหญ่ โดยเป็นผู้สมัครจากจังหวัดต่าง ๆ ที่สามารถเข้ารอบไปได้ตั้งแต่ระดับอำเภอไปจนถึงระดับประเทศ ขณะที่อีก 10 คนไม่พบข้อมูลในผู้ถูกร้องของคณะกรรมการฯ ชุดนี้

จากข้อมูลที่ไอลอว์เคยเปิดเผยพบว่าใน 26 คนจาก 36 คน แบ่งเป็นผู้สมัครจาก จ.ลำพูน 6 คน, สุราษฎร์ธานี 9 คน, ลำปาง 2 คน, สงขลา 3 คน, ระนอง 2 คน, ศรีสะเกษ 2 คน, อ่างทอง 1 คน และสุรินทร์ 1 คน

  • นายปริญญา แสนไชย - ผู้สมัครกลุ่ม 2 จ.ลำพูน ผ่านถึงระดับประเทศ
  • นางเดือนเพ็ญ พุ่มผลงาม - ผู้สมัครกลุ่ม 16 จ.ลำพูน ผ่านถึงระดับจังหวัด
  • นายพิเชษฐ์ เสถียรวรพงศ์ - ผู้สมัครกลุ่ม 16 จ.ลำพูน ผ่านถึงระดับจังหวัด
  • นางวชิรญา วงษ์โสมะ - ผู้สมัครกลุ่ม 17 จ.ลำพูน ผ่านถึงระดับจังหวัด
  • นายจำนงง ฉางข้าวชัย - ผู้สมัครกลุ่ม 3 จ.ลำพูน ผ่านถึงระดับจังหวัด
  • นายเชวงศักดิ์ สุพัฒน์แก้ว - ผู้สมัครกลุ่ม 2 จ.สุราษฎร์ธานี ผ่านถึงระดับจังหวัด
  • นายโกศล สงรักษ์ - ผู้สมัครกลุ่ม 1 จ.สุราษฎร์ธานี ผ่านถึงระดับจังหวัด
  • นายเมธา หมานพัฒน์ - ผู้สมัครกลุ่ม 4 จ.สุราษฎร์ธานี ผ่านถึงระดับประเทศ
  • นายกนกศักดิ์ บุญรัตน์ - ผู้สมัครกลุ่ม 6 จ.สุราษฎร์ธานี ผ่านถึงระดับจังหวัด
  • นายเชาวลิตร พระเลิศ - ผู้สมัครกลุ่ม 6 จ.สุราษฎร์ธานี ผ่านถึงระดับจังหวัด
  • น.ส.ทัศนีย์ อินทวิเศษ - ผู้สมัครกลุ่ม 17 จ.สุราษฎร์ธานี ผ่านถึงระดับจังหวัด
  • นายโกวิทย์ สินกลิน - ผู้สมัครกลุ่ม 16 จ.สุราษฎร์ธานี ผ่านถึงระดับจังหวัด
  • น.ส.ศุรดา เดชจันทร์แสง - ผู้สมัครกลุ่ม 19 จ.สุราษฎร์ธานี ผ่านถึงระดับจังหวัด
  • นายสุนิเชต สุพัฒน์แก้ว - ผู้สมัครกลุ่ม 8 จ.สุราษฎร์ธานี ผ่านถึงระดับจังหวัด
  • นางรำพรรณ พวงพุ่ม - ผู้สมัครกลุ่ม 14 จ.ลำปาง ผ่านถึงระดับประเทศ
  • น.ส.อรปรียา วงศ์ปันติ - ผู้สมัครกลุ่ม 10 จ.ลำปาง ผ่านถึงระดับจังหวัด
  • นายอับดลเหล๊าะ เต๊ะหละ - ผู้สมัครกลุ่ม 7 จ.สงขลา ผ่านถึงระดับจังหวัด
  • นายอำนาจ กิติโชติ - ผู้สมัครกลุ่ม 20 จ.สงขลา ผ่านถึงระดับจังหวัด
  • นายปรีชา วิเศษสินธุ์ - ผู้สมัครกลุ่ม 3 จ.สงขลา ผ่านถึงระดับอำเภอ
  • นางผกามาศ ตันธนะสาร - ผู้สมัครกลุ่ม 10 จ.ระนอง ผ่านถึงระดับประเทศ
  • นายสนั่น ไพโรจน์ - ผู้สมัครกลุ่ม 15 จ.ระนอง ผ่านถึงระดับจังหวัด
  • นายพินัย วรรณทอง - ผู้สมัครกลุ่ม 2 จ.อ่างทอง ผ่านถึงระดับประเทศ
  • นายนิรันดร์ บัวศิริ - ผู้สมัครกลุ่ม 17 จ.ศรีสะเกษ ผ่านถึงระดับประเทศ
  • นายวีระ สุดสังข์ - ผู้สมัครกลุ่ม 18 จ.ศรีสะเกษ ผ่านถึงระดับประเทศ
  • พันตำรวจเอก ชินโชติ พึ่งแสง - ผู้สมัครกลุ่ม 2 จ.สุรินทร์ ผ่านถึงระดับอำเภอ
  • นายอาทร โยธา - ผู้สมัครกลุ่ม 15 จ.ลำพูน ผ่านถึงระดับอำเภอ
  • นายสมศักดิ์ บุญตี
  • นายเกรียงไกร ศักดี
  • น.ส.ธัญรัตน์ สุวรรณพรหม
  • นางสุมาลัย ทรงแสงฤทธิ์
  • น.ส.ปิยลักษณ์ ศิลาแดง
  • นายสมโภช อ้วนดี
  • นายกิติศักดิ์ จำปา
  • นายนพพร พรหมจันทร์
  • นายประพจน์ วงศ์ล่าม
  • นายบรรจบ พรมสา
เครือข่ายภาคประชาชนนำโดยโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชนหรือ “ไอลอว์” จัดกิจกรรม “ประชาชนปล่อยของ สั่งฟ้อง 229” โดยการเดินขบวนเริ่มต้นที่สำนักงานของไอลอว์ ลาดพร้าว 25 ไปตามถนนพหลโยธินโดยมีจุดหมายที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, การเดินขบวนเรียกร้องให้สั่งฟ้องคดีโกงเลือก สว. เริ่มต้นที่สำนักงานของไอลอว์ ซ.ลาดพร้าว 25 ไปตาม ถ.พหลโยธิน โดยมีจุดหมายที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ