You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ผลนิด้าโพล ครั้งที่ 1 แพทองธาร ที่ 1 พิธา ที่ 2 ประยุทธ์ ที่ 3
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “ศึกเลือกตั้ง 2566 ครั้งที่ 1” คะแนนนิยมของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แซงหน้า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา กว่าครึ่ง ชูให้เป็น นายกรัฐมนตรี
สำหรับพรรคการเมืองที่ประชาชนจะเลือกให้เป็น ส.ส. แบบแบ่งเขต พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 49.75 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 17.40 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 11.75 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
การสำรวจมีขึ้นระหว่าง 2-8 มี.ค. ที่ผ่านมา จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับศึกเลือกตั้ง 2566 ครั้งที่ 1 การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็น จากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งนี้ พบว่า
- อันดับ 1 ร้อยละ 38.20 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย)
- อันดับ 2 ร้อยละ 15.75 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล)
- อันดับ 3 ร้อยละ 15.65 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ)
- อันดับ 4 ร้อยละ 9.45 ระบุว่า ยังหาคนที่เมาะสมไม่ได้
- อันดับ 5 ร้อยละ 5.10 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย)
- อันดับ 6 ร้อยละ 4.45 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย)
- อันดับ 7 ร้อยละ 2.35 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์)
- อันดับ 8 ร้อยละ 1.60 ระบุว่าเป็น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย)
- อันดับ 9 ร้อยละ 1.55 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย)
- อันดับ 10 ร้อยละ 1.40 ระบุว่าเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า)
- อันดับ 11 ร้อยละ 1.15 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
- และร้อยละ 3.35 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) นายเศรษฐา ทวีสิน พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคไทยศรีวิไลย์) ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ (พรรคชาติพัฒนากล้า) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี) นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์)
เพื่อไทย อันดับ 1 ส.ส. แบบบเขต
สำหรับพรรคการเมืองที่ประชาชนจะเลือกให้เป็น ส.ส. แบบแบ่งเขต พบว่า
- อันดับ 1 ร้อยละ 49.75 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
- อันดับ 2 ร้อยละ 17.40 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล
- อันดับ 3 ร้อยละ 11.75 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
- อันดับ 4 ร้อยละ 5.40 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
- อันดับ 5 ร้อยละ 2.95 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย
- อันดับ 6 ร้อยละ 2.70 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย
- อันดับ 7 ร้อยละ 2.60 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย
- อันดับ 8 ร้อยละ 2.35 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ
- อันดับ 9 ร้อยละ 2.15 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ
- และร้อยละ 2.95 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคประชาชาติ พรรคไทยภักดี พรรคกล้า พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคสร้างอนาคตไทย และพรรคเพื่อชาติ
เพื่อไทย จะกวาดบัญชีรายชื่อ
ด้านพรรคการเมืองที่ประชาชนจะเลือกให้เป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า
- อันดับ 1 ร้อยละ 49.85 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
- อันดับ 2 ร้อยละ 17.15 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล
- อันดับ 3 ร้อยละ 12.15 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
- อันดับ 4 ร้อยละ 4.95 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
- อันดับ 5 ร้อยละ 2.85 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย
- อันดับ 6 ร้อยละ 2.60 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย
- อันดับ 7 ร้อยละ 2.55 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย
- อันดับ 8 ร้อยละ 2.35 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ
- อันดับ 9 ร้อยละ 2.30 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ
- ร้อยละ 3.25 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคประชาชาติ พรรคไทยภักดี พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคสร้างอนาคตไทย พรรคกล้า พรรคเพื่อชาติ
- และไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ผู้ตอบกระจายตัวทุกกลุ่มอายุ ภาค รายได้
เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง
- ร้อยละ 8.60 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ
- ร้อยละ 18.55 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง
- ร้อยละ 17.95 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ
- ร้อยละ 33.45 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- ร้อยละ 13.75 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้
- และร้อยละ 7.70 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก
เพศ
ตัวอย่าง ร้อยละ 48.10 เป็นเพศชาย และร้อยละ 51.90 เป็นเพศหญิง
อายุ
- ร้อยละ 12.90 มีอายุ 18-25 ปี
- ร้อยละ 17.80 มีอายุ 26-35 ปี
- ร้อยละ 18.95 มีอายุ 36-45 ปี
- ร้อยละ 26.65 มีอายุ 46-59 ปี
- และร้อยละ 23.70 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
ตรวจสอบจำนวนเขตเลือกตั้ง 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่อง จํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จํานวนเขตเลือกตั้งและท้องที่ที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้งแล้ววันที่ 17 มี.ค. ปูทางสู่การเลือกตั้งทั่วไปอย่างเป็นทางการ
บีบีซีเรียบเรียงข้อมูลการแบ่งเขตเลือกตั้งทั่วไปประจำปี 2566 ดังนี้
จังหวัดที่มีจำนวนเขตเลือกตั้ง 1 เขต
- ตราด, ระนอง, สมุทรสงคราม และ สิงห์บุรี
จังหวัดที่มีจำนวนเขตเลือกตั้ง 2 เขต
- ชัยนาท, นครนายก, พังงา, มุกดาหาร, แม่ฮ่องสอน, ลำพูน, สตูล, อ่างทอง, อำนาจเจริญ และ อุทัยธานี,
จังหวัดที่มีจำนวนเขตเลือกตั้ง 3 เขต
- กระบี่, จันทบุรี, ชุมพร, ตาก, น่าน, บึงกาฬ, ประจวบคีรีขันธ์, ปราจีนบุรี, พะเยา, พัทลุง, พิจิตร, เพชรบุรี, แพร่, ภูเก็ต, ยโสธร, ยะลา, สมุทรสาคร, สระแก้ว, หนองคาย, หนองบัวลำภู และ อุตรดิตถ์
จังหวัดที่มีจำนวนเขตเลือกตั้ง 4 เขต
- กำแพงเพชร, ฉะเชิงเทรา, ตรัง, นครพนม, ลำปาง, เลย, สระบุรี และ สุโขทัย
จังหวัดที่มีจำนวนเขตเลือกตั้ง 5 เขต
- กาญจนบุรี, นราธิวาส, ปัตตานี, พระนครศรีอยุธยา, พิษณุโลก, ระยอง, ราชบุรี, ลพบุรี และ สุพรรณบุรี
จังหวัดที่มีจำนวนเขตเลือกตั้ง 6 เขต
- กาฬสินธุ์, นครปฐม, นครสวรรค์, เพชรบูรณ์ และ มหาสารคาม
จังหวัดที่มีจำนวนเขตเลือกตั้ง 7 เขต
- ชัยภูมิ, เชียงราย, ปทุมธานี, สกลนคร และ สุราษฎร์ธานี
จังหวัดที่มีจำนวนเขตเลือกตั้ง 8 เขต
- นนทบุรี, ร้อยเอ็ด, สมุทรปราการ และ สุรินทร์
จังหวัดที่มีจำนวนเขตเลือกตั้ง 9 เขต
- ศรีสะเกษ และ สงขลา
จังหวัดที่มีจำนวนเขตเลือกตั้ง 10 เขต
- ชลบุรี, เชียงใหม่, นครศรีธรรมราช, บุรีรัมย์ และ อุดรธานี
จังหวัดที่มีจำนวนเขตเลือกตั้ง 11 เขต
- ขอนแก่น และ อุบลราชธานี
จังหวัดที่มีจำนวนเขตเลือกตั้ง 16 เขต
- นครราชสีมา
จังหวัดที่มีจำนวนเขตเลือกตั้ง 33 เขต
- กรุงเทพมหานคร