เศรษฐกิจสหราชอาณาจักร แย่หนัก คนจนในเวลส์ต้องกินอาหารสัตว์เลี้ยง  

Published

ปัญหาค่าครองชีพที่ถีบตัวสูง และเศรษฐกิจถดถอยกำลังเป็นเรื่องใหญ่ในสหราชอาณาจักร และกระทบต่อการใช้ชีวิตของคนที่นี่ ถึงขั้นที่คนยากจนบางส่วนในเวลส์ ต้องบริโภคอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน

รัฐบาลสหราชอาณาจักรระบุว่าเศรษฐกิจประเทศกำลังเดินหน้าเข้าสู่ภาวะหดตัว โดยในไตรมาส 3 ปีนี้ ติดลบไป 0.2% และคาดว่า ไตรรมาส 4 จะติดลบอีก  โดยเฉลี่ยทั้งปีนี้เศรษฐกิจน่าจะบวก 4.2% อย่างไรก็ดี คาดว่าเศรษฐกิจจะหดตัว 1.4%  ในปีหน้า แต่องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือโออีซีดีประเมินว่าเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรจะหดตัว 0.4% ในปีหน้า

ขณะที่ในแคว้นเวลส์ มาร์ค ซีด เจ้าหน้าที่องค์กรการกุศลเดอะ แพนทรี ในเมืองโทรว์บริดจ์ ทางตะวันออกของเมืองคาร์ดิฟฟ์ เปิดเผยว่าชาวบ้านบางส่วนในพื้นที่ต้องบริโภคอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน และอุ่นอาหารโดยใช้แผงทำความร้อนในบ้าน หรือเทียนไข แทนเตาที่ใช้ก๊าซจากท่อที่ส่งมาตามบ้าน

เขาระบุด้วยว่าพื้นที่อย่างเมืองโทรว์บริดจ์ จัดอยู่ในบริเวณ “เส้นโค้งแห่งความยากจน” ที่ลากผ่านจากฝั่งตะวันออกไปยังตะวันตกของเมืองคาร์ดิฟฟ์ ที่แม้จะได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีความเจริญแต่ยังมีประชากรยากจนแฝงอยู่ แม้ว่าประชากรเหล่านี้จะทำงานเพื่อหารายได้เลี้ยงชีพ แต่ยังไม่เพียงพอจุนเจือครอบครัวหรือเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับซื้ออาหาร

บีบีซีได้วิเคราะห์ตัวเลขสำมะโนประชากรในเวลส์ พบว่าพื้นที่ 6 แห่ง ที่มีประชากรยากจนมากที่สุดในเวลส์ล้วนอยู่ในเขตชุมชนเมือง

พรรคคอนเซอร์เวทีฟก่อปัญหา

เหตุผลที่สหราชอาณาจักรกำลังเผชิญมรสุมทางเศรษฐกิจและทำให้เป็นประเทศที่จนลงเป็นผลพวงมาจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น และคาดว่าจะเป็นแบบนี้ไปอีกสองสามปี ครัวเรือนที่นี่เผชิญค่าใช้จ่ายราคาน้ำมันและอาหารที่เพิ่มขึ้นมากตั้งแต่ช่วงที่โควิดระบาด และสงครามยูเครนได้ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงอีก

ยังไม่รวมปัญหาที่รัฐบาลพรรคคอนเซอร์เวทีฟก่อไว้ตอนที่ประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่เรียกว่างบประมาณแผ่นดินฉบับย่อในเดือนกันยายน โดยมีการลดภาษี เพิ่มรายจ่าย ให้เงินอุดหนุนประชาชนมากมาย  แต่ไม่มีรายละเอียดว่าจะนำเงินจากไหนมาใช้สำหรับแผนนี้ ส่งผลให้ราคาพันธบัตรรัฐบาลทรุดหนัก ค่าเงินปอนด์ผันผวนร่วงต่ำเป็นประวัติการณ์ อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านพุ่งพรวด จนธนาคารกลางต้องเข้ามาแทรกแซง เพื่อพยุงค่าเงินปอนด์

อัตราเงินเฟ้อของเดือน ต.ค.ในสหราชอาณาจักรสูงที่สุดในรอบ 41 ปี เงินเฟ้อเป็นตัวสะท้อนว่าราคาสินค้าแพงขึ้นแค่ไหน ซึ่ง Office for Budget Responsibility (OBR)  ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระที่เสนอคำแนะนำ และบทวิเคราะห์ถึงสถานะการคลังของประเทศ  คาดว่าสามเดือนสุดท้ายของปีนี้ราคาสินค้าจะเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 11% แต่นี่เป็นเพราะรัฐบาลเข้ามาพยุงราคาพลังงานของครัวเรือนเอาไว้ถึงเดือนมีนาคมปีหน้า ไม่เช่นนั้นครัวเรือนจะต้องเสียค่าพลังงานมากกว่านี้  

ด้านสำนักงานสถิติแห่งชาติบอกว่าราคาอาหารในเดือน ต.ค. ปรับตัวสูงขึ้นในอัตราที่เร็วที่สุดในรอบ 45 ปี

มาตรฐานการดำรงชีวิตตกต่ำ

ในปัจจุบันมาตรฐานการดำรงชีวิตของคนในสหราชอาณาจักรตกต่ำลง รัฐบาลเองบอกว่าตกต่ำมากที่สุดนับตั้งแต่ที่เคยมีการจัดเก็บสถิติ เพราะค่าครองชีพที่สูงขึ้นกระทบคนแทบทุกหย่อมหญ้า รัฐบาลคาดการณ์ว่ารายได้ของครัวเรือนที่นี่จะลดลงไปประมาณ 7% ในช่วงสองสามปีข้างหน้านี้ 

รายได้ที่ลดลงทำให้ผู้คนก็ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด บางบ้านอาจจะเลือกยังไม่เปิดเครื่องทำความร้อน ในขณะที่อากาศเริ่มหนาวเย็นแล้ว เพราะนั่นจะทำให้ต้องเสียค่าก๊าซหรือค่าไฟฟ้ามากขึ้น แต่นี่ก็ส่งผลต่อสุขภาพของคน นอกจากนี้ คนจำนวนหนึ่งที่ไม่มีรายได้เพียงพอจะจ่ายค่าไฟ ค่าก๊าซ ทำให้ไม่สามารถเปิดเครื่องทำความร้อนได้ จนทำให้สุขภาพที่แย่อยู่แล้วแย่ลงไปอีก จนสมาคมแพทย์ได้ตัดสินใจยื่นมือเข้ามาช่วยด้วยการทำโครงการนำร่องช่วยจ่ายเงินให้คนกลุ่มนี้เอาไปเป็นค่าไฟ ค่าก๊าซที่ใช้ในการเปิดเครื่องทำความร้อน  เพื่อรักษาอาการบางโรคที่เกิดจากความหนาวเย็น

รอคิวรถฉุกเฉินนาน 40 ชั่วโมง

เรื่องบริการสาธารณสุขเป็นประเด็นปัญหาในสหราชอาณาจักรตั้งแต่เศรษฐกิจยังไม่แย่เท่าปัจจุบัน คนจำนวนมากต้องรอเข้าคิวพบแพทย์เฉพาะทางนานนับเดือน หรือเป็นปี ทำให้บางรายอาการแย่ลง 

ในทุกฤดูหนาวประชาชนที่เจ็บป่วยฉุกเฉินจะต้องรอคิวรับการรักษาเป็นเวลานานเช่นกัน ล่าสุด บีบีซีได้วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับบริการของรถพยาบาลฉุกเฉินพบว่าแต่ละสัปดาห์ รถพยาบาลฉุกเฉินมากกว่า 11,000 คัน ต้องเข้าคิวรอด้านนอกหน่วยฉุกเฉินของโรงพยาบาลเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง ก่อนที่ผู้ป่วยฉุกเฉินจะได้รับการดูแลจากแพทย์ ทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพเตือนว่าจะเป็นอันตรายต่อคนไข้

ครอบครัวผู้ป่วยรายหนึ่งบอกบีบีซีว่า ผู้สูงอายุวัย 85 ปี มีอาการสะโพกหัก ต้องรอนานถึง 40 ชั่วโมง ก่อนจะได้รับการรักษาในโรงพยาบาล โดยผู้ป่วยรายนี้ต้องรอรถพยาบาลฉุกเฉินอยู่ที่บ้านนาน 14 ชั่วโมง และต้องไปรอต่อในรถซึ่งจอดอยู่ด้านนอกโรงพยาบาลอีกนาน 26 ชั่วโมง  

โฆษกกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่ารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณพิเศษ 500 ล้านปอนด์ (2.12 หมื่นล้านบาท)  เพื่อใช้ในกระบวนการอนุญาตให้ผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลไปพักต่อที่บ้าน ซึ่งจะทำให้มีเตียงพอรองรับผู้ป่วยในห้องฉุกเฉินอย่างน้อย 7,000 เตียง ในฤดูหนาวนี้ และในอีกสองปีข้างหน้ารัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมอีก 6.6 พันล้านปอนด์ เพื่อปรับปรุงการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินให้อยู่ในระดับเดียวกับที่เคยเป็นก่อนการระบาดของโรคโควิด