You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
หลักฐานใหม่ชี้ หลุมดำยักษ์หมุนได้จริงตามทฤษฎีสัมพัทธภาพ
ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ นำโดยจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอิตาลี ประกาศการค้นพบหลักฐานโดยตรงชิ้นแรกที่พิสูจน์ว่า หลุมดำขนาดยักษ์อย่างหลุมดำมวลยิ่งยวด M87* สามารถหมุนรอบตัวเองได้ ตามที่ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป (GR) ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้ทำนายไว้
ผลการศึกษาข้างต้นได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Nature ฉบับวันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยการติดตามความเคลื่อนไหวของลำไอพ่นหรือ “เจ็ต” (jet) ซึ่งประกอบด้วยอนุภาคพลังงานสูงที่ยิงออกมาจากหลุมดำ M87* ในระยะยาว ชี้ว่าหลุมดำใจกลางกาแล็กซี Messier 87 แห่งนี้ มีการแกว่งตัวขณะที่หมุนรอบตัวเองเหมือนลูกข่าง โดยมีคาบการหมุนยาวนานถึง 11 ปีต่อหนึ่งรอบ
แม้ก่อนหน้านี้นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จะได้ทำนายไว้นานแล้วว่า หลุมดำสามารถจะหมุนรอบตัวเองได้ แต่นี่ถือเป็นครั้งแรกที่พบหลักฐานยืนยันเรื่องดังกล่าวโดยตรง หลังจากที่มนุษย์สามารถบันทึกภาพหลุมดำได้เป็นครั้งแรก เมื่อปี 2019
ก่อนหน้านั้น เราไม่สามารถจะมองเห็นหรือบันทึกภาพหลุมดำขณะที่มัน “หลับใหล” อยู่ได้ เนื่องจากตำแหน่งของห้วงอวกาศที่มันตั้งอยู่จะมืดสนิท เพราะแม้แต่แสงก็ไม่สามารถหลุดพ้นออกจากแรงโน้มถ่วงมหาศาลของหลุมดำได้
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุ EHT ที่ติดตามศึกษาหลุมดำ M87* มาเป็นเวลานานกว่าสองทศวรรษ ทำให้สามารถบันทึกภาพหลุมดำขณะตื่นตัว (active) ซึ่งกำลังกลืนกินสสารและแผ่รังสีความร้อนออกมาโดยรอบ จนเห็นเป็นวงแหวนสุกสว่างได้สำเร็จ
เทคโนโลยีดังกล่าวยังช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ติดตามความเคลื่อนไหวของไอพ่นหรือเจ็ตของหลุมดำได้ด้วย โดยหนึ่งในสิบของไอพ่นอนุภาคพลังงานสูงที่มาจากหลุมดำ สามารถเดินทางด้วยความเร็วถึง 99.9% ของความเร็วแสงเลยทีเดียว
ไอพ่นหรือเจ็ตนี้เกิดจากอนุภาคที่ถูกเร่งด้วยสนามแม่เหล็กทรงพลัง ซึ่งดำรงอยู่ได้ด้วยการหมุนปั่นอย่างรวดเร็วของตัวหลุมดำนั่นเอง โดยการหมุนของดาวฤกษ์ที่ให้กำเนิดหลุมดำ, การดูดกลืนสสารจากภายนอกเข้าไปเพิ่ม, และการรวมตัวกับหลุมดำอื่น ล้วนเป็นแรงส่งให้หลุมดำยักษ์หมุนเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ทีมผู้วิจัยพบว่า หลุมดำ M87* ซึ่งมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ 6,500 ล้านเท่า มีการปลดปล่อยไอพ่นที่เปลี่ยนตำแหน่งกลับไปกลับมาทุก 11 ปี ซึ่งแสดงว่ามันมีการแกว่งตัวรอบแกนหมุน ไม่ต่างจากลูกข่างที่หมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วสูง
ดร.ซุย ยู่จู ผู้นำทีมวิจัยจากห้องปฏิบัติการเจ้อเจียงในนครหางโจวของจีน บอกว่า “การแกว่งตัวจากการหมุน ทำให้ตำแหน่งของหลุมดำและจานพอกพูนมวลไม่ตรงกัน แต่ความคลาดเคลื่อนนี้ปรากฏอยู่น้อยมาก และคาบการหมุนของหลุมดำที่กินเวลายาวนานถึง 11 ปี ทำให้เราต้องติดตามเก็บข้อมูลนานกว่าสองทศวรรษ ก่อนจะได้หลักฐานชิ้นนี้มา”
นอกจากจะพิสูจน์ว่าทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ถูกต้องแล้ว การพบหลักฐานยืนยันว่าหลุมดำหมุนได้ ยังเปิดประตูสู่โอกาสการวิจัยใหม่ ๆ เช่นการหาคำตอบว่าเหตุใดหลุมดำบางแห่งจึงหมุนปั่นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งปูทางสู่การค้นหา “โฟตอนสเฟียร์” (photon sphere) วงแหวนของแสงจาง ๆ รอบหลุมดำ ที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจทฤษฎีความโน้มถ่วงควอนตัม (quantum gravity) ได้