You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
โรคตับที่คร่าชีวิตเบโธเฟน ไม่ได้เกิดจากการดื่มสุราเพียงอย่างเดียว
ลูดวิช ฟอน เบโธเฟน (Ludwig van Beethoven) คีตกวีชาวเยอรมันผู้มีชื่อเสียงก้องโลกจากศตวรรษที่ 19 เสียชีวิตลงเมื่อราว 200 ปีก่อน ด้วยอาการที่บ่งชี้ว่าเขาป่วยเรื้อรังมานานด้วยโรคตับแข็งและได้รับพิษจากสารตะกั่ว
ทว่าผลตรวจวิเคราะห์ดีเอ็นเอที่ได้จากเส้นผมของเบโธเฟน ซึ่งเหล่าญาติมิตรได้ตัดเก็บเอาไว้อย่างดีเพื่อเป็นที่ระลึกนั้น ชี้ว่าโรคตับแข็งที่คร่าชีวิตของเขาไป ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมชอบดื่มสุราเป็นอาจิณเพียงอย่างเดียว แต่การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีและพันธุกรรมบางอย่างที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคตับ ทำให้มีหลายโรครุมเร้าจนเขาต้องจบชีวิตลงในวัย 56 ปี
ดร. ทริสตัน เบ็กก์ ผู้นำทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ของสหราชอาณาจักร เพิ่งตีพิมพ์ผลการศึกษาข้างต้นลงในวารสาร Current Biology ฉบับล่าสุด โดยบอกว่าผลวิเคราะห์ทางการแพทย์จากเส้นผมรวมทั้งข้อความในจดหมายของเบโธเฟนที่หลายทีมวิจัยได้ทำไปก่อนหน้านี้ มีความผิดพลาดอยู่หลายประการที่ไม่เป็นธรรมต่อยอดคีตกวีผู้วายชนม์
“ตอนที่เบโธเฟนยังมีชีวิตอยู่ เขาอ่อนไหวอย่างมากต่อการถูกตราหน้าว่าเป็นคนขี้เมา อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาของเราชี้ว่าแม้เขาจะมีนิสัยดื่มจัดก็จริง แต่นั่นไม่ใช่ปัจจัยเดียวหรือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เขาเสียชีวิต” ดร. เบ็กก์กล่าว
ก่อนที่เบโธเฟนจะเสียชีวิต เขาล้มป่วยติดเตียงมานานเป็นปี โดยมีอาการดีซ่าน แขนขาและท้องบวมเป่ง รวมทั้งหายใจลำบาก งานวิจัยในอดีตบางชิ้นวิเคราะห์ว่า นอกจากการดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำให้ตับแข็งแล้ว เขายังน่าจะได้รับพิษจากสารตะกั่วด้วย โดยอาจมาจากถังบรรจุไวน์ซึ่งบุด้วยตะกั่วที่นิยมกันในยุคนั้น ทำให้เกิดการปนเปื้อนในเหล้าไวน์และเข้าสู่ร่างกายนักดื่มได้
อย่างไรก็ตาม ผลตรวจดีเอ็นเอครั้งล่าสุดชี้ว่าข้อสันนิษฐานดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะเส้นผมช่อที่ตรวจพบสารตะกั่วนั้นแท้จริงแล้วไม่ใช่ของเบโธเฟน แต่มีลักษณะทางพันธุกรรมที่บ่งชี้ว่าเป็นของหญิงเชื้อสายยิวผู้หนึ่ง ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นใครกันแน่
เบโธเฟนยังมีปัญหาเรื่องท้องเสียเรื้อรังและปวดท้องโดยไม่ทราบสาเหตุอยู่เป็นประจำ ซึ่งก่อนหน้านี้มีผู้สันนิษฐานว่าเขาอาจเป็นโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) แพ้น้ำตาลแล็กโตสในนม หรือเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตนเองเนื่องจากแพ้กลูเตน (coeliac disease) ก็เป็นได้
แต่ผลวิเคราะห์ดีเอ็นเอของทีมดร. เบ็กก์ ไม่พบการกลายพันธุ์ของยีนที่โดดเด่นพอจะชี้ชัดลงไปได้ว่า เบโธเฟนป่วยเป็นโรคเหล่านั้น ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงอาจมาจากการดูแลรักษาสุขอนามัยที่ไม่ดีพอก็เป็นได้
นอกจากนี้ ทีมวิจัยของดร.เบ็กก์ยังไม่พบหลักฐานทางพันธุกรรมที่อาจทำให้เบโธเฟนต้องสูญเสียการได้ยินไปตั้งแต่วัยหนุ่ม แต่ก็ยังไม่อาจปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ว่า พันธุกรรมน่าจะมีส่วนสำคัญต่อความผิดปกติของประสาทหูในกรณีนี้
อย่างไรก็ตาม พันธุกรรมของเบโธเฟนมียีนหลายตัวที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคตับอยู่แล้ว บวกกับการที่เขาติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและอาจจะดื่มไวน์มากกว่าวันละ 1 ขวด เนื่องจากยุคนั้นขาดแคลนน้ำสะอาดที่นำมาใช้บริโภค จึงทำให้ตับของเขาเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็วและกลายเป็นตับแข็งไปในที่สุด