ลูกชิ้นเนื้อช้างแมมมอธที่สูญพันธุ์ไปนานกว่า 4,000 ปี สู่ว่าที่อาหารแห่งอนาคต

Published

ลูกชิ้นเนื้อช้างแมมมอธ จะกลายเป็นอาหารแห่งอนาคตจริงหรือ

ลูกชิ้นเนื้อนี้ ผลิตขึ้นในห้องทดลอง จากการบ่มเพาะเซลล์ช้างแมมมอธขนยาวที่สูญพันธุ์ไปกว่า 4,000 ปีก่อน โดยมีการเปิดตัวลูกชิ้นเนื้อนี้ที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์นีโม ในประเทศเนเธอแลนด์เมื่อไม่นานมานี้

นี่ถือเป็นครั้งแรกของโลก ที่ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์เซลล์ช้างแมมมอธ จนนำมาทำเป็นลูกชิ้นเนื้อได้

ผู้อยู่เบื้องหลังโครงการนี้ คือ บริษัท วาว ฟู้ดส์ (Vow Foods) ด้วยจุดประสงค์หาเนื้อทางเลือก สำหรับประชากรโลกในอนาคต เพราะปัจจุบัน ปศุสัตว์ที่เลี้ยงไว้เพื่อเป็นอาหารของมนุษย์นั้น ส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศโลก เนื่องจากคิดเป็น 14.5% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

“เราต้องการสร้างสิ่งที่แตกต่างจากอะไรที่คุณเคยเห็น” ทิม โนเอกสมิธ ผู้ร่วมก่อตั้ง วาว ฟู้ด กล่าว

แล้วลูกชิ้นเนื้อนี้ เกิดขึ้นได้อย่างไร

สัตว์ทั้งหลายบนโลก เกิดจากสเต็มเซลล์ ที่ก่อร่างขึ้นกลายเป็นเนื้อเยื่ออย่าง เซลล์ประสาทและเซลล์ผิวหนัง

นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบการสกัดสเต็มเซลล์จากสัตว์ แล้วนำมาเพาะเพื่อเพิ่มจำนวนในบรรจุภัณฑ์พิเศษที่เรียกว่า จานเพาะเชื้อ

จากเซลล์กล้ามเนื้อเล็กจิ๋วเซลล์เดียว ขยายตัวจนในที่สุดกลายเป็นเซลล์หลายหมื่นล้านเซลล์ เกาะกลุ่มกันจนกลายเป็นกล้ามเนื้อ และเมื่อกล้ามเนื้อทับซ้อนรวมกัน ก็กลายเป็น ‘เนื้อ’ ในที่สุด

วิธีทำลูกชิ้นเนื้อแมมมอธ

ทางบริษัทได้ร่วมงานกับศาสตราจารย์ เออร์เนสต์ วูฟแทง จากมหาวิทยาลัยแห่งควีนแลนด์ เพื่อสร้างลูกชิ้นเนื้อนี้ขึ้น

ลูกชิ้นเนื้อนี้ ประกอบด้วยส่วนผสมของ ไมโอโกลบิน หรือโปรตีนแบบทรงกลมจากตัวแมมมอธ ซึ่งเป็นส่วนที่ให้รสชาติ และเนื้อเยื่อของช้างทั่วไป

ทิม โนเอกสมิธ ผู้ร่วมก่อตั้ง วาว ฟู้ด บอกกับ เดอะ การ์เดียน ว่า “เราเลือกช้างแมมมอธขนยาว เพราะมันคือสัญลักษณ์ของการสูญเสียทางความหลากหลายทางชีววิทยา และสัญลักษณ์ของสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง”

รสชาติล่ะ ?

อย่างไรก็ดี แม้ทีมงานของทางบริษัท จะบ่มเพาะเซลล์จนกลายเป็นลูกชิ้นเนื้อได้สำเร็จ แต่พวกเขายอมรับว่า ไม่รู้ว่าอร่อยไหม เพราะยังไม่มีใครได้ลองทาน

แต่เท่าที่ได้ดมดู มีกลิ่นเหมือนกับเนื้อจระเข้

ศ.วูฟแทง บอก เดอะ การ์เดียน ว่า ถ้าพวกเขาจะสร้างลูกชิ้นเนื้อแมมมอธอีก อาจต้องปรับเปลี่ยนบางอย่าง เพื่อให้มั่นใจว่า ลูกชิ้นจะอร่อย

เขาบอกว่า “เราไม่ได้เห็นโปรตีน (แมมมอธ) มาหลายพันปีแล้ว เราไม่รู้เลยว่า ระบบภูมิคุ้มกันมนุษย์จะมีปฏิกิริยาอย่างไร หากทานเข้าไป”