You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ : เสียงต้านในบ้านใหม่ หลัง "มัดมือชก" ลั่นเป็นแคนดิเดตนายกฯ พปชร.
สมาชิกระดับบริหารพรรคของพลังประชารัฐ เปิดหน้าแสดงความไม่พอใจต่อการประกาศตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ระหว่างการแถลงข่าวเปิดตัวเป็นสมาชิกใหม่ พปชร. ย้ำ หัวหน้าพรรคไม่มีสิทธิตัดสินใจ ต้องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น
"เรื่องเป็นแคนดิเดตนายกฯ ต้องเข้ากรรมการบริหารพรรคก่อน" ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรี ดีอีเอส และรองหัวหน้าพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์กับรายการ "เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์" วันที่ 8 ธ.ค.
แต่นายชัยวุฒิ ชี้แจงด้วยท่าทีประนีประนอมว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรคการเมืองมีได้ 3 คน แต่ละคนก็ต้องคัดสรรบุคคลที่มีความสามารถ และจะช่วยพรรคได้ในการหาเสียงเลือกตั้ง ที่จะมีขึ้นในปีหน้า
"ส่วนตัวผมไม่ได้ติดขัด ท่านมิ่งขวัญก็เป็นอดีตรัฐมนตรี เป็นที่รู้จักของพี่น้องประชาชน" แต่ "บางคนอาจจะมองว่าท่านมิ่งขวัญ พูดจาตรงไปตรงมา แนวคิดอาจจะยังไม่ตรงกับคนในพรรค"
แต่สมาชิกระดับกรรมการบริหาร พปชร. คนอื่น ๆ แสดงท่าทีไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ต่อพฤติกรรมที่สื่อไทยหลายสำนักเรียกว่า "มัดมือชกประกาศตนเป็นแคนดิเดตนายกฯ"
"คุณมิ่งขวัญเป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ผมก็เชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อพรรคแน่นอน แต่ถึงขั้นเป็นแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่ ต้องเป็นเรื่องของกรรมการบริหาร" นายวีรกร คำประกอบ ส.ส. นครสวรรค์ และรองผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.
นายวีรกร ย้ำว่า เรื่องการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ถือเป็นวาระใหญ่ของพรรคการเมือง และอาจถึงขั้นต้องคัดสรรในการประชุมใหญ่พรรค พปชร. ด้วยซ้ำ "หากมีการคุยกับท่านหัวหน้าพรรค ก็ตัดสินใจคนเดียวไม่ได้"
อีกคนที่ออกมาเปิดหน้ายืนกรานว่า แคนดิเดตนายกฯ ของ พปชร. ต้องมาจากฉันทามติของพรรคเท่านั้น คือ รศ.ดร. รงค์ บุญสวยขวัญ
“ตนได้สอบถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็บอกว่ายังไม่ถึงขั้นตอนของการที่จะบอกว่าใครอยู่ในลิสต์ ของบุคคลที่ถูกเสนอชื่อ ตอนนี้กำลังปวดหัวว่า มีคนเสนอตัวเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคจำนวนมาก จึงต้องมีการคัดสรร” นายรงค์ กล่าว
แต่เขายอมรับว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจนกลายเป็นประเด็น ถือเป็น "เรื่องปกติในการแถลงข่าว ไม่ได้ผูกพันอะไร" และ "ใครจะเป็นผู้ได้รับการเสนอบัญชีรายชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ต้องผ่านกลไกนี้ ไม่ใช่ผ่านการแถลงข่าว"
"ลุงมิ่งโป๊ะแตก" อีกครั้ง ?
วันที่ 6 ธ.ค. มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่ลาออกไปเปิดพรรคโอกาสไทย เตรียมไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ โดยพรรค พปชร. ได้จัดการแถลงข่าวต้อนรับนายมิ่งขวัญ เข้าเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการ
"ขอแสดงความยินดีกับคุณมิ่งขวัญ และแสดงความยินดีกับตัวพรรคเองด้วย เพื่อให้ประชาชนอยู่ดี กินดีขึ้น" พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
ส่วนคำถามสำคัญคือ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังอยู่และจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคหรือไม่ พล.อ. ประวิตร ตอบว่า "พลเอกประยุทธ์ ไปแล้ว คุณมิ่งขวัญก็บอกว่าออกไปแล้ว"
นายดำรงค์ พิเดช พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ที่เพิ่งประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น “โอกาสไทย” เมื่อไม่นานมานี้ โดยมีนายมิ่งขวัญ เป็นหัวหน้าพรรค ยืนยันว่า นายมิ่งขวัญได้ลาออกจากหัวหน้าพรรคแล้ว เพื่อไปร่วมงานกับ พปชร. แล้ว
สาเหตุที่เปลี่ยนชื่อพรรคเป็นโอกาสไทย เพื่อเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งแบบ “บัตรสองใบ” และคาดว่า จะใช้สูตรคำนวณบัญชีรายชื่อแบบหาร 500 แต่เมื่อเปลี่ยนกลับไปใช้ 100 หาร นายดำรงค์ มองว่า พรรคเล็กน่าจะสู้ไม่ไหว เป็นปัจจัยให้นายมิ่งขวัญ “หันไปซบพรรคใหญ่”
ไม่ "ตระบัดสัตย์"
นายมิ่งขวัญ ใช้โอกาสเปิดตัวเข้าพรรค พปชร. ชี้แจง เหตุผลที่เข้าร่วมพรรค ยืนยันว่า ไม่เคย "ตระบัดสัตย์" ที่ให้ไว้ว่า จะไม่เข้าร่วมกับฟากฝั่งของ พล.อ. ประยุทธ์ โดยย้ำว่า ณ วันที่ตนเองเข้าร่วมพรรค พปชร. พล.อ. ประยุทธ์ ไม่ได้อยู่กับพรรคแล้ว
"พลเอกประยุทธ์ ไม่ได้อยู่ในพรรคนี้แล้ว และท่านก็ไม่เคยอยู่ แต่ท่านเป็นแคนดิเดตนายกฯ ท่านก็ไปอยู่พรรคอื่นอยู่แล้ว" นายมิ่งขวัญ กล่าว
เขายังชี้แจงว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา อภิปรายวิจารณ์บุคคลเพียงคนเดียว คือ พล.อ. ประยุทธ์ เพราะเป็นนายกฯ ที่ไม่สำเร็จ แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่สำเร็จ และรับมือโควิดไม่สำเร็จ จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 2 หมื่นคน ณ วันที่ยุบ ศบค.
ส่วนเหตุผลที่เข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ มี 3 เหตุผลด้วยกัน คือ
- "ผมให้เครดิตกับท่านพลเอกประวิตร วงส์สุวรรณ ในการเชิญผมว่า ตอนนี้ เรากำลังมีปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ หลายปีที่ผ่านมา... และกล่าวกับผมว่า มิ่งขวัญมาช่วยผมแก้ปัญหาเศรษฐกิจหน่อย"
- ไม่ขอเป็นกรรมการบริหารพรรค
- เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคพลังประชารัฐ
"พลเอกประวิตรจึงบอกผมว่า ให้มิ่งขวัญเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ ขอบคุณครับ นี่คือสิ่งที่ท่านได้พูดกับผมไว้"
จากนี้ พล.อ. ประวิตร จะนำชื่อนายมิ่งขวัญ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการพรรค เพื่อลงมติว่าจะให้นายมิ่งขวัญ เป็นหนึ่งในแคนดิเดตหรือไม่ต่อไป
บีบีซีไทย ชวนย้อน 4 ปี กับ 3 พรรคของนายมิ่งขวัญ นักการตลาด และนักอภิปรายในสภา
พลังประชาชนถึงเพื่อไทย และเศรษฐกิจใหม่
นายมิ่งขวัญเคยอยู่ในสังกัดพรรคพลังประชาชน (พปช.) และพรรคเพื่อไทย (พท.) ก่อนเว้นวรรคการเมืองไปราว 6 ปี (นับจากปี 2556) แล้วกลับมาเล่นการเมืองอีกครั้งในนามหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.)
สำหรับพรรคเศรษฐกิจใหม่ ยื่นจดจัดตั้งพรรค 3 พ.ย. 2561 ก่อนได้รับรองให้เป็นพรรคการเมืองเมื่อ 6 พ.ย. 2561 โดยผู้ร่วมก่อตั้งพรรคเป็นนักเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย รุ่น 133 เตรียมอุดมศึกษารุ่น 46 และนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่น 2529
พรรครณรงค์หาเสียงเลือกตั้งด้วยคำขวัญหลัก "ได้เวลาของคนไทยทั้งประเทศก้าวสู่ระบบเศรษฐกิจใหม่" และเสนอชื่อนายมิ่งขวัญเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพียงหนึ่งเดียวของ ศม. เพื่อแข่งขันกับแคนดิเดตอีก 68 คน ที่มาจากพรรคการเมืองอื่นรวม 44 พรรค ในการเลือกตั้งปี 2562
พรรคส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. รวม 412 คน แบ่งเป็น แบบแบ่งเขต 331 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 81 คน โดยนายมิ่งขวัญ ได้รับเลือกเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อในนามพรรคเศรษฐกิจใหม่ โดยสามารถนำ ส.ส. เข้าสภาได้รวม 6 คน ซึ่งต่อมา ส.ส. 5 คนของพรรค ย้ายจุดยืนไปสนับสนุนรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา แทน
#ลุงมิ่งโป๊ะแตก
ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองวิเคราะห์ว่า คะแนนเสียง 4.8 แสนเสียงที่ ศม. ได้ส่วนหนึ่งมาจากกระแสคนรุ่นใหม่ ขณะที่อีกส่วนมาจากความเบื่อหน่ายและต้องการออกจากสภาพเศรษฐกิจตกต่ำในปัจจุบัน ซึ่งนายมิ่งขวัญ อดีตหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลพรรคพลังประชาชน (2550) จับสัญญาณได้และแปรออกมาเป็นนโยบาย ทำให้พรรคที่ก่อร่างสร้างตัวมาเพียงปีเดียว สามารถหิ้วว่าที่ ส.ส. เข้าสภาฯ ได้ถึง 6 คน
ต่อมาไม่นาน นายมิ่งขวัญได้มีแฮชแท็กเป็นของตัวเองคือ #ลุงมิ่งโป๊ะแตก และ #มิ่งขวัญ ขึ้นเป็นเทรนด์ยอดฮิตของทวิตเตอร์ไทย หลังสื่อมวลชนอย่างน้อย 2 สำนัก รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่านายมิ่งขวัญจะนำ ศม. พลิกไปร่วมงานกับ พปชร. แทน เนื่องจาก "ลุงมิ่ง" มีสัมพันธ์อันดียิ่งกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่เวลานั้นเป็นบุคคลที่แกนนำ พปชร. เรียก "อาจารย์" ทุกคน จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงไปทั่ว
พรรคพันธมิตรอย่างพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ชิง "ล็อกเสียง" ศม. เอาไว้ก่อนหน้านี้ จึงออกมาดักคอว่า "เชื่อมั่นในคำพูดลูกผู้ชายของหัวหน้า #มิ่งขวัญ มากกว่าหัวหน้าบางพรรค" และ "ประวัติศาสตร์ไทยไม่เคยยอมรับนักการเมืองที่ตระบัดสัตย์เพื่อชาติ"
ร้อนถึงเจ้าตัวต้องร่อนแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กเมื่อ 13 เม.ย. ปฏิเสธว่า "ไม่เคยเจรจาทางการเมืองกับ พปชร."
มิ่งขวัญ กับโอกาสไทย
วันที่ 17 ก.พ. 2565 นายมิ่งขวัญ ได้ประกาศลาออกจากการเป็น ส.ส. กลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่ตนได้อภิปรายการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว. กลาโหม มุ่งเน้นไปที่การบริหารเศรษฐกิจที่ล้มเหลว พร้อมถามคนไทยทั้งประเทศว่าการบริหารประเทศของ พล.อ. ประยุทธ์ ที่กำลังจะครบ 8 ปี คนไทยมีความสุขหรือความทุกข์
“2 ปีเศษผมไม่มีความสุขกับการทำงาน” นี่คือเหตุผลการลาออกของนายมิ่งขวัญ ที่กล่าวเสียงสั่น
“พล.อ.ประยุทธ์ และหรือลูกน้องท่าน ไปทำอะไร เขาถึงเปลี่ยนจุดยืน แล้วต้านกระแสสังคมอย่างนั้น และสิ่งสุดท้ายที่จะฝากไปยังประชาชนไทยทุกท่าน ผมจะยังคงดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ผมจะใช้องค์ความรู้ ความสามารถที่มีทำงานให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน”
“สิ่งที่สำคัญที่สุดจะออกไปพิสูจน์ว่าแม้จะไม่ได้เป็นรัฐบาลความเหลื่อมล้ำจะถูกแก้ไขได้ไหม แล้วผมจะไปเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไปด้วย เราได้เจอกันแน่นอน”
ต่อมา วันที่ 8 มิ.ย. 2565 นายมิ่งขวัญ อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ และ อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรค ได้ตั้งพรรคการเมืองใหม่ในชื่อ "โอกาสไทย"
นายมิ่งขวัญแถลงว่าได้ยื่นใบลาออกจากการเป็น ส.ส. ตั้งแต่ 17 ก.พ. และยืนยันจะยังคงดำเนินการทางการเมืองเพื่อเตรียมการเลือกตั้งครั้งต่อไป และวันนี้เป็นการประกาศเจตนารมณ์ว่ายังมุ่งหน้าแน่วแน่แก้ปัญหาเศรษฐกิจทั้งระดับมหภาค คือ การหารายได้เข้าประเทศ การส่งออก และเศรษฐกิจขนาดเล็ก
เขายืนยันว่าหากมีอำนาจรัฐในมือ จะดูแลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อคนไทยทั้งประเทศให้ได้รับโอกาสที่จะมีชีวิตโดยเท่าเทียมกัน จึงตั้งพรรคโอกาสไทย เพื่อโอกาสของคนไทยทุกคน โดยจะเป็นหัวหน้าพรรคและพร้อมเป็นนายกฯ
นายมิ่งขวัญกล่าวว่าจะใช้พื้นโลโก้สีชมพู เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ในรุ่นที่แตกต่าง ที่หลอมรวมแล้วเป็นคนไทย 60 กว่าล้านคนไม่ว่ารุ่นไหน ตัวหนังสือสีเขียวหมายถึง ความสดใหม่ และสื่อถึงความเขียวของพืชหรือเกษตรกร