วัฒน์ วรรลยางกูร : ฟังสองด้านเหตุชุลมุนวันฉายมนต์รักทรานซิสเตอร์ กับประเด็นมาตรา 112

ที่มาของภาพ, The Reporters
กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ถูกประชาชนส่วนหนึ่งที่พำนักอาศัยในชุมชนคลองเตยขับไล่ออกจากพื้นที่ ด้วยคำพูดว่า "ไปเลย ออกไปเลย" "คนคลองเตยเขารักในหลวง" " ไม่เอาม็อบ" และ "เกณฑ์คนมาเยอะ ๆ ไล่ม็อบ" ก่อนส่งเสียงยินดี หลังทางกลุ่มออกไปจากพื้นที่
เหตุชุลมุนที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 15 ก.ค. ก่อนกำหนดฉายหนังกลางแปลงเรื่อง "มนต์รักทรานซิสเตอร์ (2544)" ซึ่งสร้างมาจากบทประพันธ์ของวัฒน์ วรรลยางกูร ก่อให้เกิดข้อถกเถียงในสังคมออนไลน์แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย
ฝ่ายหนึ่งมองว่า "ผิดกาลเทศะ" เพราะไม่อยากให้เชื่อมโยงประเด็นการเมืองกับมาตรา 112 เข้ากับกิจกรรม "กรุงเทพฯ กลางแปลง" ที่ดำเนินตามนโยบายผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ส่วนฝ่ายผู้จัดกิจกรรมรำลึกถึงวัฒน์ มองว่าเป็นการ "ปิดกั้นเสรีภาพการแสดงออก" เพราะผู้ประพันธ์ เป็นผู้ถูกหมายจับในข้อหาหมิ่นสถาบันกษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยกล่าวหาว่าเขาเกี่ยวข้องกับการแสดงละคร "เจ้าสาวหมาป่า" ที่มีเนื้อหาหมิ่นสถาบันฯ ซึ่งต่อมาช่วงเดือน มี.ค. 2565 วัฒน์ได้เสียชีวิตขณะลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส
เกิดอะไรขึ้น
ภาพข่าวที่นำเสนอในรายการ "เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์" ปรากฎภาพมวลชนที่จะเข้ามาจัดซุ้มกิจกรรมเกี่ยวกับวัฒน์ วรรลยางกูร เตรียมนำลูกโป่งที่มีรูปหน้าวัฒน์ และข้อความ "ยกเลิก 112" เข้ามาภายในงาน แต่เจ้าหน้าที่ผู้จัดงานได้เข้ามาห้าม จนเกิดมีปากเสียงกันบริเวณประตูทางเข้า ด้วยเหตุผลว่าไม่ได้แจ้งก่อนว่า จะมีลูกโป่งที่มีข้อความยกเลิก 112 เข้ามา

ที่มาของภาพ, เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาพยายามคลี่คลายสถานการณ์ และยึดลูกโป่งที่มีข้อความดังกล่าวไป
"เขาหาว่าเรามาป่วนงาน ให้เจ้าหน้าที่มาจัดการพวกเรา การที่เราแค่เอาลูกโป่งมาร่วมงาน พวกคุณเห็นว่าเป็นภัยความมั่นคงหรืออย่างไร เช่นนั้นก็อย่าฉายหนังเขา" หญิงผู้เป็นหนึ่งในทีมจัดซุ้มกิจกรรม ประกาศต่อสื่อมวลชน
หญิงสาวอีกคนที่มาร่วมจัดกิจกรรมรำลึกถึงวัฒน์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนต่อว่า "มีเด็กอดข้าวเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม ชื่อใบปอกับบุ้ง ตอนนี้น้องจะตายแล้วค่ะ...แล้วหนู คนที่เป็นนักกิจกรรม อะไรที่หนูทำได้หนูก็ทำ พื้นที่ไหนที่เราจัดได้ เราก็ออกมา"

ที่มาของภาพ, เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์
"เราเลือกที่จะมางานที่ฉายหนังมนต์รักทรานซิสเตอร์ เพราะผู้ที่เขาประพันธ์เขาโดนคดี เราไม่คิดหรอกว่าการที่ถือลูกโป่งข้อความยกเลิก 112 มันจะเป็นเรื่องที่เราโดนไล่ออกมาเหมือนหมูเหมือนหมา"
ฝ่ายผู้จัดงาน...ว่าอย่างไร
จากเหตุวุ่นวายก่อนการฉายหนังกลางแปลงที่ศูนย์เยาวชนคลองเตย ธนทัต มานะเจริญ ทีมรณรงค์ของผู้ว่าฯ กทม. ได้ออกมาชี้แจงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านหน้าเฟซบุ๊ก
"อยากฉายหนังสนุก ๆ ให้ทุกคนได้ดู อยากเห็นรอยยิ้มของคนที่มาดูหนัง....แค่นั้นเอง ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น"

ที่มาของภาพ, Facebook: Thanathat Manacharoen

ที่มาของภาพ, Better Bangkok
ด้านนายธันวา ไกรฤกษ์ ทีมโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า "อ.ชัชชาติเขาจัดหนังกลางแปลง จัดดนตรี เพื่อให้คนมีความสุขร่วมกัน จะได้ไม่แบ่งฝั่งแบ่งฝ่าย แต่คนบางกลุ่มกลับไม่รู้จักกาลเทศะ บุกมาสร้างความแตกแยกเกลียดชัง"
สำหรับเทศกาล "กรุงเทพฯ กลางแปลง" เกิดขึ้นตามแนวนโยบายการเกิดพื้นสาธารณะในกรุงเทพมหานครของผู้ว่าฯ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เพื่อให้คนกรุงเทพฯ ได้พักผ่อนหย่อนใจและได้เสพงานศิลปวัฒนธรรม โดยวันศุกร์ที่ 15 ก.ค. เป็นกำหนดการฉาย เป็นภาพยนตร์เรื่อง "มนต์รักทรานซิสเตอร์" โดยมีผู้กำกับ ดารานำชาย-หญิง มาร่วมสนทนา ก่อนฉายภาพยนตร์
ฝ่ายผู้จัดกิจกรรมรำลึกถึงวัฒน์...ว่าอย่างไร
นิธิวัต วรรณศิริ สมาชิกวงไฟเย็น ที่ปัจจุบันลี้ภัยทางการเมืองอยู่ในฝรั่งเศสได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในฝั่งของ "กลุ่มถือลูกโป่ง-ซุ้มรำลึกวัฒน์ วรรลยางกูร" ที่ถูกทีมผู้จัดงานไล่ "เหมือนหมูเหมือนหมา" ว่าได้ประสานงานล่วงหน้ามา 3 วันแล้ว
กิจกรรมที่ทางกลุ่มประสานไปจัดภายในการฉายหนังกลางแปลงเรื่อง "มนต์รักทรานซิสเตอร์" ซึ่งเป็นบทประพันธ์ของวัฒน์ คือ ไวนิลประวัติของวัฒน์ กิจกรรมเล่นเกมแจกหนังสือ ลูกโป่งประดับซุ้มกิจกรรมและแจกภายในงาน รวมถึงกิจกรรมร้องเพลงของวัฒน์ และเพลงประกอบภาพยนตร์

ที่มาของภาพ, Facebook: Nithiwat Wannasiri
"แต่พอถึงวันจริงโดนทีมออร์แกไนซ์ (ผู้จัด) มาเททีมจัดบูธทิ้งหน้างาน...อ้างว่าไม่ได้แจ้งก่อนว่าในลูกโป่งจัดบูธมีข้อความ 'ยกเลิก 112' " นิธิวัต ชี้แจงในโพสต์ที่มีผู้แชร์ไปอย่างกว้างขวาง
นิธิวัต หรือจอมไฟเย็น ยืนกรานว่าเหล่านักเคลื่อนไหวไม่ได้บุกเข้าไปภายในงาน และประสานติดต่อจัดซุ้มเพื่อจัดกิจกรรมล่วงหน้าหลายวันแล้ว
ด้านวนะ วรรลยางกูร บุตรชายของวัฒน์ มองว่า การต่อต้านมาตรา 112 เกิดได้ทุกหัวระแหง และ "แก่นของมนต์รักทรานซิสเตอร์ คือชีวิตชนชั้นล่าง...โง่จนเจ็บ แบบพี่ชาวสลัมคลองเตยรักในหลวงนั่นแหละ"
"ฉากในหนังการขับไล่แผนกับบักเสี่ยว (ในภาพยนตร์) จากงานเลี้ยงแฟนซีแต่งตัวเป็นคนจน เหมือนกับการไล่กลุ่มรณรงค์ต้าน 112 ในวันนี้แบบตลกร้าย"
"ถ้าประเทศนี้ไม่วิปริต พ่อของผมในฐานะผู้ประพันธ์ต้นฉบับ อาจจะยังนั่งในงานนี้ด้วย และคงไม่มีใครห้ามให้เขาพูดถึงปัญหาทางการเมืองในมนต์รักทรานซิสเตอร์ได้" วนะ ระบุในโพสต์เฟซบุ๊ก

ที่มาของภาพ, Facebook: Wana Wanlayangkoon
"เพราะจุดยืนของผู้ประพันธ์จนกระทั่งเสียชีวิต เขายืนยันในเสรีภาพทางคำพูดและการแสดงออกเสมอมา ไม่ว่าจะชีวิตหรือผลงาน"
ย้อนบทสัมภาษณ์วัฒน์กับบีบีซีไทย
ในปี 2562 วัฒน์ ให้สัมภาษณ์พิเศษบีบีซีไทย ณ สถานที่แห่งหนึ่งในกรุงปารีส ฝรั่งเศส ประเทศที่เขาย้ายมาอาศัยได้ราวหนึ่งเดือนครึ่ง แต่ออกปากว่าเป็น "แดนศิวิไลซ์" ที่เป็นสถานที่แห่งใหม่ และเขาเชื่อว่าจะเป็นแห่งสุดท้ายที่เขาจะใช้ชีวิตอยู่ ซึ่งท้ายสุดเป็นเช่นนั้นจริง
"เป็นเรื่องที่ไม่เคยคิดฝันเลย ความจำเป็นบังคับให้มา ผมไม่เคยคิดฝันว่าจะต้องหลีกลี้ไปยุโรปอเมริกา แต่ในที่สุดก็จำเป็นต้องมา เพราะสถานการณ์บังคับ…เป็นนกปีกหักแต่ยังบินได้ไกล เพราะความเมตตาของประเทศศิวิไลซ์"

ที่มาของภาพ, BBC Thai
ก่อนหน้าจะมาฝรั่งเศส วัฒน์เคยอาศัยอยู่ในลาวและเคยคิดจะปักหลักเขียนหนังสือที่นั่นในจังหวะที่สภาพการเมือง การปกครองไทยยังเป็นเช่นปัจจุบัน แต่สิ่งที่เกิดกับผู้ที่หลบหนีหมายจับของทางการไทย ในข้อกล่าวหาเดียวกันกับเขาที่หายตัวไปและเสียชีวิต ทำให้วัฒน์ต้องเดินทางไกล
นักเขียนเจ้าของรางวัลศรีบูรพาอ้างว่าทางการไทยกดดันทางการลาวให้ส่งตัวผู้ลี้ภัยในลักษณะเดียวกับเขากลับไทย เมื่อทางการลาวไม่ยืนยันว่าบุคคลเหล่านั้นอยู่ในประเทศ จึงทำให้เกิดการไล่ล่า
"มีการทำหนังสือขอตัวมาครั้งแล้วครั้งเล่า มีทั้งรายชื่อและรูปถ่าย และยิ่งกว่านั้นมีรูปที่พักปัจจุบันของเราตอนอยู่ที่นั่นทั้งทางภาคพื้นดินและทางอากาศ เรียกว่าเขารู้หมดเราอยู่ตรงไหน"
การเสียชีวิตของนายภูชนะ (ชัชชาญ บุปผาวัลย์) และนักกิจกรรมที่ใช้ชื่อว่ากาสะลอง กับการหายตัวไปของนายสุรชัย แซ่ด่าน หรือสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ผู้ลี้ภัยคนสำคัญในลาว ซึ่งมีที่พักอยู่ไม่ห่างไกลกัน ทำให้วัฒน์ "จิตตก" และเชื่อว่าเขาอยู่ในคิวถัดไป
"ทั้งสามคนนี้สนิทกับผมหมด โดยเฉพาะภูชนะที่ถูกฆ่าผ่าท้องเอาเสาปูนทางหลวงยัดใส่ท้อง เขาอยู่กับผมที่ทางเหนือของลาวสามปีครับ อยู่บ้านหลังเดียวกัน อยู่ห้องติดกัน"
ในปี 2562 วัฒน์ ในวัย 64 ปี เดินทางถึงกรุงปารีส หลังยื่นเรื่องขอลี้ภัย ผ่านสถานทูตฝรั่งเศสในลาว ด้วยเหตุผลเรื่องความไม่ปลอดภัยในชีวิต และเกรงจะถูกดำเนินคดี อย่างไม่เป็นธรรมหากถูกนำตัวไปลงโทษในไทยภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหาร




























