โควิด-19: กรมราชทัณฑ์เตรียมฉีดวัคซีนแก่ผู้ต้องขัง ขณะที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีกเกือบ 1,000 ราย

เรือนจำ

ที่มาของภาพ, ประชาสัมพันธ์ กรมราชทัณฑ์

Published

การรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ภายในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้ กรมราชทัณฑ์รายงานว่ายอดผู้ป่วยสะสมทั้งหมดมีจำนวนกว่า 1.3 หมื่นรายแล้ว พร้อมกันนั้นเตรียมวางแผนฉีดวัคซีนให้กับเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์และผู้ติดเชื้อ

นพ. วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวในแถลงข่าววันนี้ (20 พ.ค.) ว่า ศูนย์บัญชาแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กรมราชทัณฑ์ ได้แจ้งความคืบหน้าการติดเชื้อและการระบาดในเรือนจำทัณฑสถานทั่วประเทศ 143 แห่ง พบผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่จำนวน 999 ราย ทำให้มีผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการักษารวมทั้งสิ้น 13,534 ราย

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวมาจากเรือนจำที่พบผู้ติดเชื้อ 11 แห่ง ประกอบด้วย เรือนจำกลางเชียงใหม่, เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร, ทัณฑสถานหญิงกลาง, เรือนจำกลางคลองเปรม, เรือนจำพิเศษธนบุรี, เรือนจำกลางฉะเชิงเทรา, ทัณฑสถานบำบัดกลาง, เรือนจำจังหวัดนนทบุรี, เรือนจำกลางบางขวาง, เรือนจำพิเศษมีนบุรี และเรือนจำกลางสมุทรปราการ

ส่วนการประเมินระดับความรุนแรงผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กรมราชทัณฑ์ได้ใช้หลักเกณฑ์ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ โดยการคัดกรองแบ่งเป็น 3 ระดับ

  • ระดับที่ 1 กลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการเล็กน้อย โดยให้กักตัวในแดนที่คุมขัง รักษาตัวในโรงพยาบาลสนามเรือนจำ
  • ระดับที่ 2 ผู้ป่วยที่ต้องได้รับระดับออกซิเจนต่ำถึงระดับสูง
  • ระดับที่ 3 ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงจนต้องมีการเตรียมให้ท่อช่วยหายใจ

โดยผู้ป่วยระดับ 2 และ 3 ได้รับการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแม่ข่ายในพื้นที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ และมีห้องไอซียูต้องรองรับพื้นที่ลาดยาว สำหรับผู้ป่วยระดับ 2 จำนวน 15 เตียง อยู่ระหว่างการขยายห้องไอซียูเพิ่มอีก 9 เตียง ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องผลิตออกซิเจนไฮโฟลว์จำนวน 12 ตัว รวมทั้งการจัดระบบในการดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโรคโควิด-19 เพื่อไม่ให้ผู้ต้องขังในเรือนจำทัณฑสถานได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย และจัดบุคลากรให้เหมาะสมและดูแลผู้ป่วยให้ทั่วถึงทุกเรือนจำทัณฑสถาน

Please activate Javascript to see the graphic.

ด้านนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยหลังเข้าพบหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรคว่ากระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรค เตรียมจัดสรรวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 สำหรับฉีดให้แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำทัณฑสถานทั่วประเทศ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน โดยจะทยอยนำส่งให้เรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่งต่อไป

getty

ที่มาของภาพ, Getty Images

ห่วงสวัสดิภาพผู้ต้องขังเยาวชน หวั่นติดโควิด-19

จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังลุกลามไปยังทัณฑสถานต่าง ๆ ทั่วประเทศ คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร แสดงความกังวลต่อสวัสดิภาพความปลอดภัยของบรรดาผู้ต้องขังเด็กและเยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ และผู้พิการว่าจะได้รับผลกระทบและเสี่ยงติดเชื้อ

REUTERS

ที่มาของภาพ, Reuters

นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.ก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการดังกล่าวระบุว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการดูแลผู้ต้องขังติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงมีมติให้ส่งหนังสือถึงกรมราชทัณท์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อขอทราบข้อมูลมาตรการดูแลผู้ต้องขังที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งในด้านการรักษาพยาบาลและการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว รวมถึงการติดเชื้อของเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกอบรมต่าง ๆ ในสังกัดกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า เด็กและเยาวชนทุกคนได้รับการดูแลที่เหมาะสมและสอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กและสิทธิประโยชน์

คณะกรรมาธิการฯ ยังเรียกร้องให้มีการคุ้มครองดูแลบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมทั้งตำรวจ พนักงานอัยการ ทนายความ ญาติของผู้ต้องหา เพราะถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และควรจะเข้าถึงวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19โดยเร็วที่สุด

ศบค. รายงานยอดติดเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำไม่ตรงกับกรมราชทัณฑ์

ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 2,636 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,907 ราย ผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 671 ราย และผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 58 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 119,585 ราย โดยหากนับเฉพาะระลอก เม.ย. 2564 พบผู้ติดเชื้อ 90,722 ราย โดยในวันนี้มีการพบผู้ป่วยจากการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 522 ราย

Nope

ผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวอยู่ 42,246 ราย รักษาอยู่ในโรงพยาบาล 17,645 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 1,213 ราย และต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 405 ราย ส่วนผู้ป่วยอีก 24,601 ราย รักษาอยู่ใน รพ.สนาม

gragphic

ที่มาของภาพ, ศบค.

จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ (1,001 ราย) เพชรบุรี (124 ราย) นนทบุรี (99 ราย) ปทุมธานี (89 ราย) และชลบุรี (65 ราย)

โดยผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 25 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ ม.ค. 2563 อยู่ที่ 703 ราย คิดเป็น 0.59%

รายละเอียดผู้เสียชีวิต 25 ราย ดังนี้

  • กรุงเทพฯ 11 ราย ปทุมธานี 3 ราย เชียงใหม่ 2 ราย ลำปาง ลำพูน ยโสธร ราชบุรี เพชรบูรณ์ สระบุรี ร้อยเอ็ด นครศรีธรรมราช สมุทรปราการ จังหวัดละ 1 ราย
  • ค่ากลาง อายุ 64 ปี (41-94 ปี)
  • ปัจจัยเสี่ยง/โรคประจำตัว คือ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง อ้วน หลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง มะเร็ง

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. กล่าวว่า กลุ่มผู้ติดเชื้อที่พบผ่านช่องทางธรรมชาติยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งในวันนี้พบผู้ติดเชื้อถึง 7 ราย ที่มาจากกัมพูชา จึงย้ำเตือนคนไทยว่าไม่ว่าการเดินทางออกไปจะถูกต้องหรือไม่ก็ตาม แต่สามารถเดินทางกลับตามช่องทางปกติได้ทั้งหมด

สำหรับกรุงเทพฯ ซึ่งยังคงเป็นพื้นที่การระบาดสูงสุด ซึ่งพบการระบาดแล้วกว่า 36 คลัสเตอร์ กระจายใน 25 เขต ในวันนี้นั้นพบติดเชื้อ 1,001 ราย โฆษก ศบค. ชี้ว่า การพบผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชนในกลุ่มแรงงานข้ามชาติยังเป็นกลุ่มก้อนกว่า 161 ราย

graphic

ที่มาของภาพ, ศบค.

โดยพื้นที่ที่ยังมีการแพร่กระจายเชื้อสูงนั้น ประกอบไปด้วย ดอนเมือง แคมป์ก่อสร้าง หลักสี่ แฟลตดินแดง ห้วยขวาง ที่พักคนงานก่อสร้างคลองเตย ตลาดพลอยบางรัก เป็นต้น

จากข้อมูลแรงงานข้ามชาติที่ถูกกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีจำนวน 1,318,641 ราย ซึ่งอยู่ในกรุงเทพฯกว่า 580,000 รายโดยประมาณ นอกจากนี้ยังมีแรงงานที่ผิดกฎหมายทั่วประเทศอีกนับล้านราย

นพ.ทวีศิลป์ชี้ว่า จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตซึ่งมีการเคลื่อนย้าย และอาศัยอยู่ในพื้นที่แออัด จึงนำมาสู่ปัจจัยในการควบคุมโรคที่เป็นไปได้ยาก ที่ประชุม ศบค.จึงกำลังวางแผนการเตรียมพื้นที่คัดแยก และการดูแลอย่างเป็นระบบ