โควิด-19: ศบค. เผยหมอ-พยาบาลติดโควิดระลอกนี้ 146 ราย

ประชาชนเข้าแถวตรวจโควิด

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ประชาชนในกรุงเทพฯ เข้าคิวเพื่อเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในการระบาดระลอกเดือน เม.ย. 2564
Published

วันแรกของสัปดาห์ใหม่หลังผ่านพ้นวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ยอดผู้ป่วยโควิด-19 หน้าใหม่ลดลงเล็กน้อยไปอยู่ที่ 1,390 ราย แต่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย ทั้งหมดมีโรคประจำตัว หมอเผยมี "คนไข้หัวใส" บิดเบือนไทม์ไลน์ หวังลดเวลากักตัว

ในจำนวนผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ (1-18 เม.ย.) ที่มีอยู่ 14,879 ราย พญ. อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยว่า มีบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขติดเชื้อแล้ว 146 ราย ในรอบ 18 วันที่ผ่านมา

ในจำนวนนี้มีอยู่ 33 ราย ที่ติดเชื้อจากการทำงาน โดยสัมผัสจากผู้ป่วยที่ไม่ยอมเปิดเผยไทม์ไลน์ และสัมผัสจากผู้ใกล้ชิดในครอบครัว ทำให้ต้องเสียแพทย์และพยาบาลในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนไปส่วนหนึ่ง

ไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2564 เริ่มต้นจากคลัสเตอร์สถานบันเทิงย่านทองหล่อ กรุงเทพฯ ก่อนที่ไวรัสร้ายจะกระจายตัวไปใน 77 จังหวัด

พญ.อภิสมัยชี้ว่า วันนี้ทิศทางผู้ติดเชื้อรายใหม่มีลักษณะกราฟพุ่งลง ซึ่งเป็นผลจากมาตรการลดการเคลื่อนย้ายและจำกัดกิจการกิจกรรม ทั้งนี้มาตรการปิดสถานบันเทิง ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์นี้ลดลงอย่างชัดเจน แต่ยังคงพบจากการติดเชื้อก่อนหน้า ทว่ากลุ่มตลาด ชุมชน รวมถึงขนส่ง ยังต้องเฝ้าระวัง และขอความร่วมมือทุกจังหวัดอย่าให้มีการรวมตัวกันเกิน 50 คน

Nope

ตามแผนที่

จำนวนผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้วทั่วโลก

Group 4

โปรดอัพเกรดเบราเซอร์ของคุณเพื่อประสบการณ์รับชมอย่างเต็มรูปแบบ

ที่มา : มหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์, หน่วยงานสาธารณสุขระดับประเทศต่าง ๆ

ตัวเลขล่าสุด 5 กรกฎาคม 2565 14:59 GMT+7

เสียชีวิตเพิ่ม 3 รายทั้งหมดมีโรคประจำตัว

สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในไทยในรอบ 24 ชั่วโมง จากการรายงานของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) มีข้อมูลสำคัญ ดังนี้

  • มีผู้ป่วยรายใหม่ 1,390 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,384 ราย (จากการเฝ้าระวัง 1,058 ราย, จากการค้นหาเชิงรุก 326 ราย) และอยู่ในสถานที่กักกันของรัฐ 6 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 43,742 ราย
  • มีผู้ป่วยสะสมการระบาดระลอกใหม่ ตั้งแต่ 1 เม.ย. จำนวน 14,879 ราย
  • จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (293 ราย) เชียงใหม่ (197 ราย) ชลบุรี (98 ราย) ประจวบคีรีขันธ์ (23 ราย) และนนทบุรี (39 ราย)
  • มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 3 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 104 ราย

ผู้เสียชีวิตรายที่ 102 เป็นชายไทย อายุ 56 ปี อาชีพพนักงานเสริฟในสถานบันเทิงกรุงเทพฯ มีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูง เส้นเลือดในสมองตีบ โดยมีประวัติกลับบ้านที่บุรีรัมย์ เริ่มต้นมีอาการไอเล็กน้อยเมื่อวันที่ 13 เม.ย. จึงซื้อยารับประทานเอง ก่อนที่จะเริ่มมีอาการหายใจติดขัดวันที่ 17 เม.ย. แต่อาการทรุดลงจนเสียชีวิตในวันถัดมา

ผู้เสียชีวิตรายที่ 103 เป็นหญิง อายุ 84 ปี มีโรคประจำตัวคือเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจตีบ และไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย มีประวัติหลานชายทำงานสถานบันเทิง กรุงเทพฯ แล้วไปเยี่ยมที่บ้านเมื่อวันที่ 3 เม.ย. ก่อนที่หลานจะได้รับการยืนยันติดเชื้อ ต่อมาจึงเริ่มมีอาการป่วยในวันที่ 8 เม.ย. แล้วอาการแย่ลงจนเสียชีวิต

ผู้เสียชีวิตรายที่ 104 เป็นหญิงไทยอายุ 61 ปี อาชีพค้าขาย มีโรคประจำตัวคือเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและไทยรอยด์ มีประวัติรับประทานอาหารกับผู้ป่วยยืนยันที่ไปสถานบันเทิงในหัวหิน เมื่อเป็นผู้สัมผัสก็รีบเข้ารับการตรวจเชื้อ แต่อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว จากภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด และกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ

บุคลากรทางการแพทย์

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, บุคลากรทางการแพทย์ทำงานท่ามกลางความเสี่ยงติดเชื้อโรคโควิด-19

หมอเผยมี "คนไข้หัวใส" บิดเบือนไทม์ไลน์ หวังลดเวลากักตัว

นายแพทย์คลินิกโรคทางเดินหายใจโรงพยาบาลรัฐ ผู้ไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ในแต่ละวันเขาต้องนั่งสอบทานข้อมูลไทม์ไลน์ของผู้ป่วยนับร้อยคน ซึ่งพบว่ามีทั้งผู้ป่วยที่ไปสนามมวย ไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงในร้านอาหารกึ่งผับ หรือเปิดโรงแรมจัดปาร์ตี้ส่วนตัว ฯลฯ สะท้อนให้เห็นถึง "ความไม่รับผิดชอบต่อสังคมของคนบางส่วน" รวมถึงความล่าช้าในการออกมาตรการของรัฐเพื่อป้องกันการชุมนุมรวมกลุ่มของคนในช่วงต้นเมื่อโควิด-19 กลับมาระบาดระลอกใหม่ ทำให้เกิดคลัสเตอร์ซ้อนคลัสเตอร์มากมาย

"คำถามหลักวันนี้คือเราจะจัดการคลัสเตอร์ใหม่ ๆ อย่างไร เพราะตัวเลขที่ ศบค. รายงานหลักพันในแต่ละวัน ยังเป็นเพียงผู้ติดเชื้อวงที่หนึ่ง ถ้าตามไล่ไทม์ไลน์และตรวจเชิงรุกเก็บผู้สัมผัสเสี่ยงสูงไม่ครบ ก็จะลามไปสู่วงที่สอง และวงที่สาม จึงอยากให้รัฐจัดการพวกแอบปาร์ตี้อย่างจริงจัง" แพทย์ผู้ต้องปฏิบัติหน้าที่สอบโรคผู้ป่วยโควิดกล่าว

อีกปัญหาที่นายแพทย์รายนี้พบคือ "คนไข้หัวใส" ที่จงใจปกปิด/บิดเบือนไทม์ไลน์ เพราะหวังได้ใบรับรองการกักตัวที่ตรงกับเงื่อนไขส่วนตัว เพราะเวลาสอบประวัติ "ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง" แพทย์และพยาบาลจะถามว่าเจอผู้ป่วยโควิด-19 ครั้งสุดท้ายเมื่อไร และออกไปรับรองการกักตัวนับจากวันสัมผัสผู้ป่วย ไม่ใช่วันที่มาสวอปที่โรงพยาบาล เช่น ถ้าเจอผู้ป่วยครั้งสุดท้ายวันที่ 8 เม.ย. นับไปอีก 14 วัน คือต้องกักตัวถึงวันที่22 เม.ย. ถึงจะกลับไปทำงานได้

โรงพยาบาลสนาม

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่ตรวจความพร้อมของโรงพยาบาลสนามที่จัดตั้งโดยกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ศูนย์กีฬาบางกอกอารีนา เขตหนองจอก

"เรื่องนี้ละเอียดอ่อน เพราะสถานประกอบการบาง ถ้าออกไปใบรับรอง แล้วไม่ไปทำงาน เขาไม่จ่ายเงินให้ หรือถูกหักเงิน เลยมีคนโกหกไทม์ไลน์ สมมติมาสวอปวันที่ 19 เม.ย. ก็แจ้งว่าเจอผู้ป่วยครั้งสุดท้ายวันที่ 6 เม.ย. เพราะผลการตรวจจะแจ้งวันรุ่งขึ้น (20 เม.ย.) หากออกมาเป็นลบ เขาก็ไม่ต้องกักตัวเลยเพราะครบระยะเวลา 14 วันพอดี ซึ่งการให้ประวัติที่ไม่ตรง ส่งผลต่อการออกใบรับรองการกักตัวที่ไม่ตรง และกระทบต่อการควบคุมโรคด้วย" เขากล่าว

สำหรับประชาชนเสี่ยงสูงที่มีพฤติกรรมปกปิดไทม์ไลน์ โดยให้ข้อมูลเท็จ บิดเบือน ไม่สอดคล้อง ปกปิด หรือมีการปฏิเสธ อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มาตรา 9 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กราฟิกสถานการณ์โควิดรายวัน

ผู้ติดเชื้อกักตัวอยู่บ้านยังไม่ได้

บ่ายวันเดียวกัน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงยืนยันว่าผู้ติดเชื้อทุกคนจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของบุคลาการแพทย์และ สธ. พร้อมย้ำว่าเอกสารแนวทางให้ผู้ป่วยอยู่ที่บ้านที่เผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ "เป็นเพียงแนวคิดที่เตรียมการไว่ล่วงหน้า สำหรับกรณีเกิดการระบาดระลอกใหม่ที่ผู้ป่วยเพิ่มขึ้นกว่านี้" แต่ปัจจุบันแนวทางนี้ใช้เป็นข้อปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยที่อยู่บ้านในระหว่างรอเตียงเท่านั้น

"นี่คือการเตรียมการล่วงหน้า ไม่ได้ใช้ในปัจจุบันนี้... น่าจะไม่ได้ใช้ ถ้าแนวโน้มคนไข้ยังพันกว่าแบบนี้" นพ.สมศักดิ์กล่าว

นพ.สมศักดิ์อธิบายด้วยว่า แนวทางการกักตัวที่บ้าน จะใช้กับผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ อายุไม่เกิน 40 ปี สุขภาพแข็งแรง มีผู้อยู่ร่วมกันไม่เกิน 1 คน ไม่มีภาวะอ้วน ไม่มีโรคร่วม และยินยอมแยกตัวอยู่ในที่พัก ซึ่งแพทย์จะมีการติดตามอาการวันละ 2 ครั้งขณะที่ นพ.สุขสันต์ กิตติศุภกร ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กรุงเทพฯ ให้ข้อมูลว่า ในวันนี้มีกรณีที่ตกค้างอยู่ที่บ้านจากการค้นหาเชิงรุก 505 เตียง อย่างไรก็ตามมีการขยาย รพ.สนาม และสถานกักตัวในโรงแรม (Hospitel) ไว้รองรับแล้ว คาดว่าในวันพรุ่งนี้ (20 เม.ย.) จะดำเนินการรับผู้ป่วยมายังพื้นที่ที่ได้ขยายเพิ่มเติมให้เร็วที่สุด