ชุมนุม 20 มี.ค.: นายกฯ ปกป้องปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ เตือนสื่ออย่าอยู่ใกล้แนวปะทะ

ที่มาของภาพ, EPA
สองวันหลังเหตุสลายการชุมนุมของกลุ่ม "รีเด็ม" ทั้งตำรวจ ผู้ชุมนุม สื่อมวลชน ผู้เห็นเหตุการณ์ยังคงออกมาให้ข้อมูลและความเห็นที่แตกต่างกันต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนวันที่ 20 มี.ค. รวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ปกป้องการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ว่าเป็นไปตามขั้นตอนและเป็นฝ่ายถูกกระทำก่อน
ขณะที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) แถลงข่าวเป็นวันที่สองติดต่อกัน ระบุว่ามีตำรวจบาดเจ็บถึง 50 นาย และยอมรับว่ามีผู้สื่อข่าวได้รับบาดเจ็บจากการยิงกระสุนยางของตำรวจ พร้อมกับเปิดเผยว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์วันที่ 20 มี.ค. ทั้งหมดเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์
ด้านการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมนั้น บช.น. รายงานว่ามีผู้ถูกจับกุมในที่เกิดเหตุทั้งหมด 20 ราย วันนี้ (22 มี.ค.) ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางได้ให้ประกันตัวผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนจำนวน 4 รายแล้ว ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นผู้ใหญ่อีก 16 คน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ศาลอนุญาตให้ประกันตัวทั้ง 16 คน โดยนายประกันด้วยวางหลักประกันเป็นเงินสดคนละ 35,000 บาท
นายกฯ บอกสื่อว่าห่วงใย แต่ให้รู้จักหลบ
นอกจากข้อถกเถียงเรื่องใครเป็นผู้เริ่มใช้ความรุนแรงก่อนระหว่างผู้ชุมนุม กลุ่มคนไม่ทราบฝ่าย หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคำถามที่ว่าเจ้าหน้าที่ใช้มาตรการรุนแรงเกินกว่าเหตุในการควบคุมสถานการณ์หรือไม่แล้ว กรณีที่มีสื่อมวลชนได้รับบาดเจ็บจากปฏิบัติการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งถูกกีดกันไม่ให้ทำข่าวในพื้นที่ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่เป็นประเด็นร้อนที่ตามมาหลังเหตุชุลมุนที่สนามหลวง-ถ.ราชดำเนิน-แยกคอกวัวในคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา
วันนี้ (22 มี.ค.) สื่อมวลชนทำเนียบรัฐบาล ถาม พล.อ. ประยุทธ์ถึงเรื่องปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ที่กระทบการทำงานของผู้สื่อข่าวและช่างภาพ นายกฯ บอกว่าเขามีความเป็นห่วงสื่อมวลชน และได้กำชับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ถึงการดูแลความปลอดภัยของสื่อมวลชนในพื้นที่ชุมนุมแล้ว
ผู้สื่อข่าวให้ข้อมูลนายกฯ ว่าเมื่อสื่อทำงานอยู่ในพื้นที่แล้ว ไม่สามารถเลี่ยงความรุนแรงได้ นายกฯ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวว่า "คุณก็รู้อยู่แล้วมันจะรุนแรงตอนไหน คุณก็รู้อยู่แล้ว ทำไมจะเลี่ยงไม่ได้"
"ถ้าเขาจะแรงกัน ตำรวจเริ่มจะปรับ (ปฏิบัติการ) คุณก็ออกไปถ่ายข้าง ๆ โน่น เพราะเขาต้องทำงานไงเล่า เขาประกาศแล้วไม่ใช่หรือว่าต่อไปนี้จำเป็นต้องทำให้เหตุการณ์มันสงบ"
นายกฯ อ้างว่าเหตุที่ตำรวจต้องใช้มาตรการเข้มข้นเพราะเป็นฝ่ายถูกกระทำด้วยความรุนแรงก่อน และเตือนว่า "การใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนี่ไม่ถูกต้องนะ"

ที่มาของภาพ, EPA
"เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกกระทำอะไรบ้าง ไม่เห็นเหรอ ไม่เห็นรึไง แล้วตำรวจเขาทำอะไรก่อนมั้ยละ เขาทำอะไรก่อนมั้ยถ้าไม่มีอะไรเขาทำมั้ย เขาเคลื่อนกำลังไปหาผู้ชุมนุมมั้ย ถ้าไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น" นายกฯ ย้อนถามผู้สื่อข่าว และพูดต่อว่าปฏิบัติการควบคุมฝูงชนของตำรวจไทยเป็นปฏิบัติการที่ประเทศอื่นก็ทุกประเทศเขาก็ทำกันอย่างนี้"
"จะปล่อยให้มันไปทั่วพื้นที่หรือไง มันได้มั้ยล่ะ ทุกประเทศเขาก็เป็นอย่างนี้ ควบคุมให้อยู่ในพื้นที่ที่กำหนด ชุมนุมก็ชุมนุมไปเถอะในพื้นที่ชุมนุม แต่การเคลื่อนย้ายไปโน่นไปนี่มันทำให้เกิดผลกระทบต่อคนอื่นด้วย แล้วถ้ารัฐบาลไม่ทำ เจ้าหน้าที่ไม่ทำ แล้วคนพวกนั้นเขาร้องเรียนขึ้นมา ไม่ดูแลเขาหรือไงล่ะ"
แม้ว่าเขาจะย้ำว่าเป็นห่วงผู้สื่อข่าว แต่ในการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกหลังเหตุการณ์ 20 มี.ค. นายกฯ ก็ได้ตำหนิสื่อมวลชนว่ามักเสนอแต่ภาพปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่มานำเสนอ ทำให้คนเข้าใจผิดว่าตำรวจใช้ความรุนแรงกับประชาชน
"คุณก็ถ่ายรูปแต่เจ้าหน้าที่อย่างเดียว แล้วคุณก็ลงหน้าหนึ่ง มันดีอะไรกับประเทศเราบ้าง มีความรับผิดชอบบ้างมั้ย...ต่างประเทศเขาเข้าใจผิดมั้ย ทำไมไม่มีรูปทำร้ายตำรวจบ้างล่ะ มายิงอะไรใส่ตำรวจ รับได้เหรอ รับได้มั้ยเธอ ได้มั้ย ถามว่าได้มั้ย... แล้วตำรวจเขาทำอะไรล่ะ ตำรวจเขาทำอะไรที่มันรุนแรงมั้ย เริ่มต้นเขาทำอะไรมั้ย เขาไปประคับประคอง พูดจา พูดคุย อย่าทำผิดกฎหมายนะ เขาพูดจนคอจะแตกอยู่แล้ว" นายกฯ กล่าวอย่างมีอารมณ์

นายกฯ กล่าวว่าผู้ชุมนุมมีหลายกลุ่ม บางกลุ่มใช้ความรุนแรง บางกลุ่มไม่ใช้ความรุนแรง แต่สิ่งที่เขากังวลก็คือ มีคนจํานวนหนึ่งที่ไม่ชอบกลุ่มชุมนุม ก็ต้องระมัดระวังทางนั้นเพื่อไม่ให้เกิดการทำร้ายซึ่งกันและกัน
"รัฐบาลก็มองว่าทำยังไงให้เหตุการณ์มันสงบและมีความปลอดภัย เราก็ยังมองผู้ชุมนุมเป็นประชาชนคนไทยเหมือนกัน" นายกฯ ทิ้งท้าย
นักข่าวได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยางอย่างน้อย 3 คน
นายมงคล บางประภา นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลกับบีบีซีไทยว่า ข้อมูลที่รวบรวมได้ขณะนี้มีผู้สื่อข่าวได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยางอย่างน้อย 3 คน คนที่ได้รับบาดเจ็บมากที่สุดเป็นนักข่าวหญิงของช่อง 8 ถูกกระสุนยางที่ศีรษะ อีกสองคนเป็นผู้สื่อข่าวสำนักข่าวประชาไทและข่าวสด
นายมงคลกล่าวว่าทางสมาคมวิชาชีพสื่อมวลชนกำลังประสานงานกับทุกฝ่ายเพื่อพูดคุย ทั้ง บช.น. และผู้จัดการชุมนุม รวมทั้งจะเชิญนักข่าวภาคสนามมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย
นายกสมาคมนักข่าวฯ ประชาสัมพันธ์ให้ผู้สื่อข่าวที่ลงทะเบียนรับปลอกแขนสื่อมวลชนเข้าร่วมกลุ่มไลน์เพื่อแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการบาดเจ็บหรือรายงานการคุกคามการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อ เพื่อรวบรวมเป็นฐานข้อมูลและดำเนินการต่อไป
เมื่อวานนี้ (21 มี.ค.) องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนได้ออกแถลงการณ์ร่วมเรื่องการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ชุมนุม จนทุกฝ่ายได้รับบาดเจ็บทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้ชุมนุม และสื่อมวลชนที่รายงานข่าว โดยมีข้อเรียกร้องและข้อเสนอแนะถึงฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 4 ข้อ คือ
1. การชุมนุมของประชาชนกลุ่มต่างๆ หากเป็นการการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากการยั่วยุ อาวุธและการใช้ความรุนแรง ย่อมเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ตามระบอบประชาธิปไตย
2. การปฏิบัติการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจควรดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอนโดยก่อนการปฏิบัติการต่างๆ ต้องแจ้งให้ผู้ชุมนุมรวมทั้งสื่อมวลชนได้รับทราบอย่างชัดเจนเพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ
3. ผู้สื่อข่าวและช่างภาพที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ชุมนุมต้องปฏิบัติตามแนวปฏิบัติในการรายงานข่าวในสถานการณ์วิกฤตโดยเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียอันอาจเกิดแก่ร่างกาย ชีวิตและทรัพย์สิน
4. องค์กรสื่อมวลชนต้นสังกัดต้องร่วมประเมินสถานการณ์เพื่อให้การสั่งการต่อผู้สื่อข่าวและช่างภาพในพื้นที่ได้รับความปลอดภัย รวมทั้งสนับสนุนและเน้นย้ำให้บุคคลากรในสังกัดได้รับและใช้อุปกรณ์ป้องกันตัวอยู่ตลอดเวลา
บช.น. เล่าเหตุการณ์ตำรวจยิงกระสุนยางพลาดโดนนักข่าวช่อง 8
พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ โฆษก บช.น. แถลงข่าววันนี้ (22 มี.ค.) ว่าในปฏิบัติการสลายการชุมนุมวันที่ 20 มี.ค. นั้นเกิดเหตุการณ์ขึ้นหลายจุด สำหรับจุดที่มีผู้สื่อข่าวช่อง 8 ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยางนั้นเกิดที่บริเวณสะพานวันชาติ
พล.ต.ต. ปิยะกล่าวว่าเนื่องจากมีผู้ก่อเหตุจุดไฟเผาทรัพย์สินราชการและของประชาชนบริเวณสะพานวันชาติและแยกคอกวัว และได้หลบหนีเข้าไปในซอยใกล้สะพานวันชาติ จากนั้นได้มีผู้สื่อข่าวช่อง 8 วิ่งเข้าไปทำข่าว

ที่มาของภาพ, Reuters
"ตำรวจได้ส่งสัญญาณว่าจะใช้กระสุนยาง ผู้สื่อข่าวจึงก้มหลบ ทำให้กระสุนพลาดถูกศีรษะ ส่งตัวเข้ารักษาที่ รพ.เกษมราษฎร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความเสียใจ" รอง ผบช.น.กล่าวและอธิบายว่า โดยหลักการแล้วในการยิงกระสุนยาง เจ้าหน้าที่จะยิงในพื้นที่ส่วนหนาของร่างกายระดับอกลงมา
"กรณีนี้นักข่าวคงได้ยินคำว่าเตรียมก็เลยก้มลงหลบ ทำให้ยิงพลาดไปโดนศีรษะ"
พล.ต.ต.ปิยะกล่าวเพิ่มเติมว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับผู้บาดเจ็บทั้งตำรวจและประชาชนที่ได้รับลูกหลงจากการจับกุมผู้ก่อเหตุ เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ "นำมาซึ่งความปลาบปลื้มปิติแก่ ตำรวจและคนไข้อย่างหาที่สุดไม่ได้"
หลักฐานในโลกออนไลน์
นับตั้งแต่คืนวันที่ 20 มี.ค. โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนจำนวนมาก
หนึ่งในคลิปที่มีการพูดถึงกันมากเป็นคลิปเหตุการณ์ที่แยกคอกวัว เผยแพร่ทางยูทิวบ์สำนักข่าวประชาไท เป็นเหตุการณ์ที่มีชายวัยรุ่น 2 คน คนหนึ่งแต่งกายคล้ายชุดนักเรียน เดินถอดกระดุมเสื้อเข้าหาแนวตำรวจที่เพื่อพิสูจน์ว่าเขาปราศจากอาวุธ ทั้ง 2 คนตะโกนด่าทอตำรวจด้วยความโกรธแค้นที่ยิงกระสุนยางและแก๊สน้ำตาใส่ประชาชน และผู้สื่อข่าว
นายพิภพ อุดมอิทธิพงษ์ นักวิชาการอิสระซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่แชร์คลิปดังกล่าวแสดงความเห็นว่า "คุณจะเข้าใจว่าที่เขาขว้างกระถางดอกไม้ จุดไฟเผาสิ่งของ เผาภาพนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ ความโกรธแค้นมันมีที่มาจากการปฏิบัติหน้าที่ของ ตร.ด้วย"




























