ศาลยกฟ้องกลุ่ม “คนอยากเลือกตั้ง” คดีชุมนุมที่ลานสกายวอล์ก

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษายกฟ้อง คดี 9 แกนนำผู้ชุมนุมกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "คนอยากเลือกตั้ง" จัดชุมนุมเรียกร้องการเลือกตั้งที่สกายวอล์ก หน้าห้างสรรพสินค้า MBK Center ชี้ปราศรัยเรียกร้องเลือกตั้ง ไม่เข้าข่ายยุยงปลุกปั่นฯ
ภายหลังรับทราบคำพิพากษา แกนนำอย่างน้อย 2 คนคอื นายนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว และนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้เรียกร้องรัฐไทยให้หยุดใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งประชาชนหากไม่เข้าองค์ประกอบความผิดอย่างแท้จริง
นักกิจกรรมการเมือง 9 คน ที่ตกเป็นจำเลยในคดีนี้ ประกอบด้วย นายวีระ สมความคิด, นายรังสิมันต์ โรม, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว, น.ส. ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์, นายอานนท์ นำภา, นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ, นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก. ลายจุด ทั้งหมดถูกฟ้องใน 3 ฐานความผิดคือ ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การชุมนุมสาธารณะ กรณีจัดการชุมนุมในรัศมี 150 เมตรจากวังของพระบรมวงศ์ และฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 ข้อ 12 ห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

ที่มาของภาพ, Reuters
ต่อมาคำสั่งหัวหน้า คสช. ถูกยกเลิก ศาลจึงพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบใน 2 ประเด็น
ผิด พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ หรือไม่
พยานโจทก์เบิกความไม่มีใครทราบมาก่อนว่าพื้นที่ชุมนุมอยู่ในระยะ 150 เมตร จนกระทั่งมีการวัดภายหลัง และไม่มีป้ายติดประกาศห้ามชุมนุม จำเลยทั้ง 9 และประชาชนย่อมไม่ทราบว่าเป็นระยะห้ามชุมนุม
อีกทั้งหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ใกล้กว่าที่เกิดเหตุ มีการจัดกิจกรรมบ่อยครั้ง ทำให้จำเลยเข้าใจว่าไม่อยู่ในข้อห้าม "เชื่อได้ว่าจำเลยทั้ง 9 ไม่มีเจตนาฝ่าฝืน พยานโจทก์ไม่พอฟังว่าจำเลยทั้ง 9 กระทำความผิดฐานนี้"
ผิด ม. 116 หรือไม่
แม้กลุ่มผู้ชุมนุมจะจัดการชุมนุมและกล่าวปราศรัยให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้งในเดือน พ.ย. มีการปราศรัยสื่อความหมายเชิญชวนชุมนุม แต่การไม่ต้องการเลื่อนการเลือกตั้งไม่ใช่การยุยงปลุกปั่น เป็นไปตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ ข้อความปราศรัยและสัมภาษณ์ของพวกจำเลยไม่ถึงขนาดยุยงปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน
พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมา จึงมีน้ำหนักไม่เพียงพอรับฟังได้ว่าจำเลยทั้ง 9 คนร่วมกันกระทำความผิด พิพากษายกฟ้อง

ที่มาของภาพ, JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI
คดีนี้เป็นผลจากการชุมนุมเมื่อ 27 ม.ค. 2561 ซึ่งเป็นการชุมนุมคัดค้านการเลื่อนโรดแมปเลือกตั้งของรัฐบาล คสช. ภายหลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. มีมติขยายเวลาการบังคับใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ออกไปอีก 90 วัน ส่งผลให้การเลือกตั้งทั่วไปไม่อาจเกิดขึ้นได้ภายในปี 2561 ตามที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เคยลั่นวาจาเอาไว้ สร้างความไม่พอใจแก่ฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตย ทำให้นักศึกษากลุ่ม "ฟื้นฟูประชาธิปไตย (DGR)" และกลุ่ม "Start Up People" นัดจัดกิจกรรม "หยุดยื้อเลือกตั้ง หยุดสืบทอดอำนาจ" ก่อนถูกฝ่ายกฎหมายของ คสช. เข้าแจ้งความดำเนินคดีในเวลาต่อมา

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
สิ้นสุดคดีชุมนุมหน้า MBK
สำหรับคดี "MBK39" มีประชาชนตกเป็นผู้ต้องหาและจำเลยรวม 39 ราย แบ่งเป็นแกนนำ 9 รายที่ศาลอ่านคำพิพากษาในวันนี้ และแนวร่วมอีก 30 รายซึ่งคดีจบไปแล้ว
- แกนนำ 9 ราย ต่อสู้คดีนาน 3 ปี ก่อนศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษายกฟ้อง
- ผู้ชุมนุม 2 ราย ให้การรับรับสารภาพ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ สั่งจำคุก 6 วัน และปรับ 3,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษ 1 ปี
- ผู้ชุมนุม 28 ราย ให้การปฏิเสธ ต่อมาอัยการและสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความเห็น "สั่งไม่ฟ้องคดี" หลังต่อสู้คดีดำเนินมานาน 1 ปี 9 เดือน เนื่องจากคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ข้อ 12 ถูกยกเลิกไปแล้ว และเห็นว่า ผู้ต้องหาเป็นเพียงผู้ร่วมชุมนุม รวมทั้งการชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ




























