You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
โคโรนา : คนไทยในอู่ฮั่นกลุ่มแรกเดินทางถึงไทยแล้ว 138 คน
หลังจากรอคอยมานานนับสัปดาห์ ขณะที่บางคนถึงกับ "เครียด" จากการที่ได้เห็นประชาชนชาติอื่นทยอยเดินทางกลับประเทศของตน ในที่สุดคนไทย 138 คนที่อยู่ในนครอู่ฮั่นได้เดินทางกลับถึงไทยแล้วช่วงค่ำวันนี้ (4 ก.พ.) โดยในจำนวนนี้มี 4 คนที่มีไข้ และได้รับการส่งตัวไปยังโรงพยาบาลแล้ว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดแถลงข่าวก่อนที่คณะคนไทยจะเดินทางถึงสนามบินอู่ตะเภาว่า วันนี้จะมีชาวไทยเดินทางกลับมาทั้งหมด 138 คน จากที่ลงทะเบียนไว้ 141 คน เนื่องจากมีชาวไทย 3 คนที่ไม่ได้เดินทางกลับมาด้วย คือนักศึกษา 2 คน ที่มีไข้สูงเกิน 37.3 องศาเซลเซียสที่ทางการจีนกำหนด ขณะที่อีก 1 คนวีซ่าหมดอายุมาแล้ว 7 เดือน
138 คนสุขภาพแข็งแรงไม่ใช่คนป่วย
นายอนุทิน ยืนยันว่า คนไทยที่เดินทางกลับทั้งหมดไม่ใช่คนป่วย ทุกคนเป็นปกติ สุขภาพแข็งแรง หลังจากนี้จะส่งเข้าที่พัก และเข้าสู่กระบวนการกักกันโรคที่อาคารรับรอง กองบัญชาการยุทธการทหารเรือ กองทัพเรือ เพื่อเฝ้าสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วันก่อนจะได้กลับบ้านไปอยู่กับครอบครัว โดยการควบคุมกักกันโรคเป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์ และหลักการควบคุมโรคและสากล ส่วนการเยี่ยมจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (5 ก.พ.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์
ขณะที่ พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ และโฆษกกองทัพเรือ แสดงความมั่นใจว่าจะดูแลชาวไทยชุดนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเมื่อเครื่องบินลงจอดที่สนามบินอู่ตะเภา มีการจัดรถไปรับที่รันเวย์และเฝ้าดูอาการ หากพบว่าผู้ใดมีอาการไอ มีไข้ ก็จะคัดแยกไปยังโรงพยาบาล ส่วนผู้ที่ไม่มีอาการก็จะเข้าสู่ที่พักที่จัดเตรียมไว้ ซึ่งมีมาตการดูแลอย่างครบถ้วน มีพื้นที่เฉพาะ โดยที่อาคาร 4-5 หลัง จะไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้า-ออกได้ รวมถึงจะมีเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขติดตามดูแล
พล.ร.ท.ประชาชาติ ระบุว่า กองทัพเรือพร้อมที่จะดูแลตลอดเวลา 14 วัน หรือจนกว่าสถานการณ์จะปกติ ขอให้ประชาชนในพื้นที่สบายใจได้ และโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบจะเปิดการเชื่อมต่อกับอาคารที่พัก หากมีญาติต้องการพูดคุยให้ใช้วีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์พูดคุยจากโรงพยาบาล
ส่วนคนไทยที่มีไข้สูงทั้ง 2 คนนั้น ทางการจีนไม่อนุญาตให้เดินทางกลับเนื่องจากไข้สูงเกินเกณฑ์ที่กำหนด จึงต้องอยู่ในจีนต่อไปเป็นเวลา 14 วัน อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ระบุว่า ติดเชื้อไวรัสโคโรนาหรือไม่ โดยทั้ง 2 คนได้รับการดูแลอย่างดี ขณะที่อีก 1 คน ซึ่งวีซ่าหมดอายุ มีเจ้าหน้าที่ไทยดูแลและส่งกลับไปยังที่พัก
คณะคนไทยชุดดังกล่าวเดินทางโดยเครื่องบินของสายการบินแอร์เอเชีย พร้อมด้วย "หน่วยปฏิบัติภารกิจแบบบูรณาการ" ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงสาธารณสุข เดินทางไปรับที่เมืองอู่ฮั่น
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้นำสิ่งของพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ได้แก่ อุปกรณ์ป้องกันตนเองสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชน เช่น เครื่องเวชภัณฑ์ หน้ากากอนามัย ถุงมือยาง เสื้อกาวน์กันน้ำไปมอบแก่ประชาชนชาวจีนเพื่อเป็นกำลังใจให้ประชาชนชาวจีน สามารถต่อสู้ฝ่าฟันสถานการณ์ครั้งนี้ด้วย
"อยากให้คนไทยทุกคนสบายใจ และเข้าใจหัวอกหัวใจคนไทยด้วยกันครับ คือเขาอยู่อู่ฮั่นแล้วก็อยู่ในสภาพที่ปิดเมืองมาสักระยะหนึ่ง แล้วก็อยากจะกลับบ้าน เขากลับมาบ้านเราก็จะมีมาตรการที่ดีที่สุด ที่ทั้งปลอดภัยและเสมือนกับคนไทยที่อยากจะรับคนไทยกลับบ้าน" นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
นพ.ธนรักษ์ระบุว่าทางการไทยเตรียมมีมาตรการที่เป็นสากลเช่นเดียวกับทุกประเทศในการรับพลเมืองกลับจากพื้นที่โรคระบาด คือ มีการคัดกรองก่อนที่จะเดินทางออกจากจีน ระหว่างอยู่บนเครื่องเจ้าหน้าที่ก็จะดูแลทั้งด้านร่างกายและสภาพจิตใจ การสื่อสารกับญาติ รวมทั้งสื่อมวลชน
"ขอยืนยันว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่คนไทยกลุ่มนี้ออกมาเดินในเมืองไทยได้ แสดงว่าเขาปลอดภัยและสามารถที่จะเข้ามาใช้ชีวิตในเมืองไทยได้เหมือนกับทุกคน" รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
ก่อนจะถึงวันกลับบ้าน
ลำดับเหตุการณ์ก่อนที่รัฐบาลไทยจะได้รับอนุญาตให้นำเครื่องบินไปรับคนไทยในนครอู่ฮั่นกลับประเทศ
31 ธ.ค.2562
ทางการจีนยืนยันว่าเกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งมีประชากรกว่า 11 ล้านคน
13 ม.ค. 2563
กระทรวงสาธารณสุขของไทย (สธ.) แถลงพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่รายแรกในไทย เป็นหญิงชาวจีนอายุ 61 ปีที่เดินทางมาจากนครอู่ฮั่น มณฑลหู่เป่ย์ นับเป็นผู้ป่วยรายแรกที่พบนอกประเทศจีน
23 ม.ค. 2563
ทางการจีนประกาศ "ปิดเมือง" อู่ฮั่น ควบคุมการเดินทางเข้า-ออกเมือง เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนา
26 ม.ค. 2563
-จีนประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับสูงสุดเพื่อยับยั้งการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่
-สธ.เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมด่วน 3 กระทรวงเพื่อถกมาตรการรับมือไวรัสโคโรนาระบาด โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และผู้แทนกระทรวงคมนาคมเข้าประชุม มีการหารือเรื่องการอพยพคนไทยในนครอู่ฮั่นกลับประเทศ
27 ม.ค. 2563
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจชี้แจงสถานการณ์และการเตรียมความพร้อมของรัฐบาลไทย เขาย้ำว่าเตรียมเครื่องบินไปรับคนไทยในจีนไว้แล้ว รอเพียงไฟเขียวจากทางการจีน
30 ม.ค. 2563
องค์การอนามัยโลกประกาศให้การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็น "ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ" เนื่องจากมีการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่นอกประเทศจีนอย่างต่อเนื่อง
31 ม.ค. 2563
-สธ.แถลงพบผู้ป่วยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ติดเชื้อจากคนสู่คนในประเทศรายแรกเป็นคนขับแท็กซี่ คาดว่าได้รับเชื้อจากผู้โดยสารชาวจีน ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อที่พบในประเทศไทยเพิ่มเป็น 19 ราย
-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่าทางการจีนอนุญาตให้ไทยส่งเครื่องบินไปรับคนไทยในอู่ฮั่นได้ในเวลา 6.00 น.ของวันที่ 1 ก.พ. แต่ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้นรองนายกฯ อีกคนหนึ่งคือนายอนุทิน ชาญวีรกูลก็ออกมาปฏิเสธข้อมูลดังกล่าว โดยบอกเพียงว่ายังต้องรอ "ไฟเขียว" จากทางการจีน หลังจากนั้นโฆษกรัฐบาลก็ออกมาย้ำอีกว่าข้อมูลเรื่องรับคนไทยกลับบ้านวันที่ 1 ก.พ. นั้น "คลาดเคลื่อน"
4 ก.พ. 2563
สายการบินไทยแอร์เอเชียนำหน่วยปฏิบัติภารกิจแบบบูรณาการภาครัฐ-เอกชนประกอบด้วยกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข กรมการกงสุล เดินทางไปรับคนไทยกลับมาจากนครอู่ฮั่น ซึ่งผู้ที่แจ้งความประสงค์กับสถานเอกอัครราชทูตฯ ว่าจะเดินทางกลับมีทั้งหมด 141 คน โดยเที่ยวบินที่ FD571 เดินทางจากนครอู่ฮั่นมาถึงสนามบินอู่ตะเภาเวลาประมาณ 20.00 น. โดยผู้ที่เดินทางกลับมาจากจีนจะต้องกักกันโรคที่ที่พักของกองทัพเรือเป็นเวลา 14 วัน