ชิงทองลพบุรี : ผอ.กอล์ฟ รับมีปัญหาการเงิน ทำก่อเหตุชิงทองลพบุรี ก่อน "อารมณ์หลุด" ยิงตายสามศพ

    • Author, สมิตานัน หยงสตาร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวพิเศษบีบีซีไทย
  • Published

14 วันหลังเกิดเหตุอุกฉกรรจ์ชิงทรัพย์ที่ร้านทองออโรร่า ภายในห้างโรบินสัน จ.ลพบุรี ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ล่าสุดวันนี้ (23 ม.ค.) ประชาชนทั้งประเทศได้ยินเสียงบอกเล่า "แรงจูงใจ" พร้อมคำรับสารภาพผิดจากปากคำของนายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือ ผอ.กอล์ฟ ผู้ต้องหาคดีนี้ ในระหว่างการเปิดแถลงข่าวของตำรวจ

แม้นายประสิทธิชัยไม่ได้ปรากฏตัวบนเวทีแถลงข่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำทีมโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ร่วมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปราม "ทีมหนุมาน" และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แต่ก็มีการต่อสายตรงไปยังผู้ต้องหารายสำคัญซึ่งอยู่ที่กองปราบฯ เพื่อให้ตอบสารพัดคำถามจากสื่อมวลชน

ผอ.กอล์ฟ ระบุว่า มูลเหตุในการก่อเหตุครั้งนี้ "เกิดจากปัญหาส่วนตัว และปัญหาเกี่ยวกับการเงินของตัวเอง" พร้อมปฏิเสธข่าวที่ปรากฏตามสื่อมวลชน/สื่อสังคมออนไลน์บางสำนักที่ว่าต้องการฆ่าตัวด้วยการให้ตำรวจวิสามัญ โดยบอกว่า "ไม่ได้เป็นตามข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้"

เมื่อถูกสื่อมวลชนถามว่า หากต้องการทอง แล้วทำไมต้องยิงคนอื่น เขาตอบว่า เป็นการยิงเพื่อเปิดทางหรือว่าให้กลัวเท่านั้น

"ผมยิงไปที่ตู้กระจกสองนัด แต่ไม่คิดว่าลูกกระสุนจะไปโดนพนักงานหญิง พอไปเจอผู้ชายกับผู้หญิง มันเหมือนกระทำไปแล้ว มันเหมือนกับอารมณ์มันหลุดไปแล้วน่ะครับ ก็ต้องเสียใจและขอโทษด้วยครับ" ผอ.กอล์ฟกล่าว

สำหรับกรณียิง ด.ช.ภาณุวิทย์ วงษ์อยู่ หรือน้องไทตัล วัย 2 ขวบเสียชีวิตด้วยนั้น ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่เห็น แต่ยิง รปภ. เพื่อเปิดทาง "ผมคาดว่าลูกกระสุนจะแฉลบไปโดนเด็ก ผมไม่ได้ตั้งใจเรื่องการยิงเด็ก" และ "อยากจะกล่าวคำว่าเสียใจ ขอโทษกับครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะน้องไทตัล พนักงาน และทุกคนที่ผมยิง"

อย่างไรก็ตามเขายอมรับว่า มีการคิดไว้ก่อน 2-3 วันก่อนก่อเหตุ แต่ยืนยันว่า "ไม่ได้ปรึกษาใคร เพราะการกระทำทั้งหมดทำผู้เดียว" และย้ำ 2 ครั้งว่า "สำนึกผิด"

เมื่อสื่อมวลชนถามว่า หลังยิงแล้ว ทำไมกลับไปใช้ชีวิตสุขสบายตามที่เป็นข่าว เขากล่าวอย่างติดขัดเล็กน้อย โดยบอกว่า " เอ่อ... ผมก็พยายามทำตัวให้เป็นปกติ ไม่ได้คิดหนี ไม่ได้คิดอะไร แต่ในใจทุกครั้งที่เห็นข่าวก็เสียใจกับการกระทำ"

การตอบข้อซักถามสื่อมวลชนของผู้ต้องหารายนี้จบลงในเวลาเพียง 12 นาที เมื่อ ผอ.กอล์ฟแจ้ง ผบ.ตร. ว่า "ผมขออนุญาตตอบคำถามเท่านี้" ถึง 2 ครั้ง ก่อนที่สัญญาณโทรศัพท์ของฝ่ายผู้ต้องหาจะดับลง

เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า จะไม่มีการทำแผนประกอบการรับสารภาพใด ๆ และจะยื่นเรื่องต่อศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เพื่อขออนุมัติฝากขังต่อไปในช่วงเย็นวันนี้

ด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ชี้แจงว่า การสืบสวนยังไม่เป็นที่สิ้นสุด ยังมีการสืบค้นพยานหลักฐานอยู่ โดยเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีผู้อื่นร่วมกระทำความผิด แม้ปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นของบิดานายประสิทธิชัย แต่ "ถึงวันนี้เรายังไม่พบว่าพ่อเกี่ยวข้องหรือเปล่า"

"เราต้องแยกระหว่างคำให้การกับหลักฐานออกจากกัน คำพูดด้วยเหตุจูงใจจะเกิดจาก หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เป็นคำพูด จริงเท็จเราไม่ทราบนะครับ แล้วคำพูดก็เปลี่ยนได้เรื่อย ๆ เป็นสิทธิผู้ต้องหา แต่ว่าตำรวจยืนยันตามกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา การที่เขาเข้าไปเอาปืนยิงคนตายเอาทองไป เอาทองไปเก็บไปซุกซ่อน เราก็ฟันธงเลยว่าเขาเจตนาฆ่า เจตนาชิงทรัพย์ ส่วนที่อ้างอะไรก็เป็นเรื่องของเขา เพราะฉะนั้นขอให้ชัดเจนว่าเราตั้งข้อหาตามการกระทำ ไม่ได้ตั้งข้อหาตามว่าเขาพูดว่าอะไร" พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว

รอง ผบ.ตร. ระบุด้วยว่า ปืนรุ่น CZ ที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุมีอยู่นับแสนกระบอกในเมืองไทย จึงเป็นการยากที่จะเรียกมาตรวจสอบได้ในตอนแรก แต่ด้วยข้อมูลจากพยาน มาประกอบการสังเคราะห์จากวัตถุพยานต่าง ๆ จากหลายหน่วยงาน มีความเชื่อมโยงกัน และมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สนับสนุนด้วย จึงเป็นเหตุให้ออกหมายจับได้

ตำรวจได้ตั้ง 7 ข้อหาหนักนายประสิทธิชัย ซึ่งเป็นไปตามคำร้องพนักงานสอบสวนตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 12/2563 ลงวันที่ 13 ม.ค. 2563 ประกอบด้วย

  • ฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการกระทำผิดอย่างอื่น
  • ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์ อันเกิดแต่การกระทำผิดอื่น หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้
  • พยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น
  • ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนและใช้ยานพาหนะเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
  • ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน
  • พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย โดยไม่มีเหตุอันควร และโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว
  • มีและใช้อาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้และมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับพยานหลักฐานสำคัญที่ผู้ต้องหาใช้ และทางเจ้าหน้าที่ตรวจพบทั้งในที่เกิดเหตุ และระหว่างเส้นทางหลบหนี ประกอบไปด้วย

  • สร้อยทอง ซึ่งมีตำหนิรูปพรรณทองตรงกับของร้าน
  • อาวุธปืนพก CZ 75 SP-01 ขนาด 9มม.
  • รองเท้า, กระเป๋า (เผาทิ้งข้างห้องน้ำโรงเรียน)
  • ปลอกลดเสียง (ทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยา สะพานบางระจัน)
  • กางเกงลายพราง เสื้อแขนยาวสีดำ ถุงมือ ( ทิ้งระหว่างเส้นทางหลบหนี)
  • รถจักรยานยนต์
  • พบ DNA ที่หมวกไหมพรม ตรงกับของผู้ต้องหา

หลักฐานที่ยังค้นหาไม่พบคือ ลำกล้องปืน และท่อเก็บเสียง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังรอหลักฐานเจ้าหน้าที่ที่ทำการงมหาอยู่

หนึ่งในบุคคลสำคัญที่คลี่คลายคดีคือ "สายลับ" ซึ่งเป็นผู้มอบท่อเก็บเสียงให้กับผู้ต้องหา และบ้านพักของสายลับคนดังกล่าว เป็นสถานที่ซึ่งผู้ต้องหาซ้อมยิงปืนก่อนวันก่อเหตุ โดยกองพิสูจน์หลักฐานตรวจพบปลอกกระสุนปืนในบ้านพักดังกล่าวตรงกับปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุ

ย้อนคดีสะเทือนขวัญ

ย้อนกรณีคนร้ายปล้นร้านทองออโรร่า ภายในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จ.ลพบุรี ในคืนวันที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา ด้วยพฤติการณ์อุกอาจกราดยิงประชาชนและพนักงานในร้าน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 คน หนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นเด็กชายวัย 2 ขวบ ได้ทองคำรูปพรรณ น้ำหนักประมาณ 28 บาท (32เส้น) มูลค่าราว 6 แสนบาท ก่อนจะหลบหนีไปอย่างลอยนวล

ต่อมาวันที่ 21 ม.ค. ศาลได้อนุมัติหมายจับ นายประสิทธิชัย เขาแก้ว อายุ 39 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สิงห์บุรี ก่อนที่ตำรวจจะรวบตัวเขาได้ในวันรุ่งขึ้น

นายประสิทธิชัยเพิ่งจะรับตำแหน่งผู้อำนวยการเมื่อปีที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้รับราชการครูอยู่ใน จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิด