วิเชียร ชิณวงษ์ : หัวหน้าเขตฯ ทุ่งใหญ่ ขอย้ายไปอีสาน ปัดโดนกดดันคดีเสือดำ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จ.กาญจบุรี แถลงที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชวันนี้ (18 ธ.ค.2562) ว่าได้ทำหนังสือขอย้ายออกจากพื้นที่ไปประจำในจังหวัดภาคอีสาน โดยยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดีล่าเสือดำที่เขาเป็นผู้นำการจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูตและพวก ซึ่งล่าสุดศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแล้ว
นายวิเชียรยืนยันว่าเขาไม่ได้รับแรงกดดันอะไรทั้งสิ้นในการทำคดีนี้ แต่ถึงแม้ว่าจะมีแรงกดดันจากทางใด กรมอุทยานฯ ก็ไม่เคยเกรงกลัว
นายวิเชียรเป็นผู้นำทีมเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าจับกุมนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งที่ลักลอบตั้งแคมป์พักแรมในบริเวณห้วยปะชิ เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2561 ซึ่งพบว่าหนึ่งในนั้นคือนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ และพวก 3 คน ของกลางที่พบ คือ ซากเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา เก้ง และเครื่องกระสุนปืน
การจับกุมในครั้งนั้นนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีกับ "เจ้าสัวเปรมชัย" และพวกในหลายข้อหาเช่น ร่วมกันพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ที่มาของภาพ, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช
เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ศาลจังหวัดทองผาภูมิ นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไปเมื่อเดือน มี.ค. โดย
ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นเพิ่มโทษนายเปรมชัย จากจำคุก 16 เดือน เป็นจำคุก 2 ปี 14 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2-4 ซึ่งเป็นคนขับรถ แม่บ้าน และนายพราน ศาลสั่งเพิ่มโทษเช่นกัน
นายยงค์ โดดเครือ คนขับรถ จำเลยที่ 2 ศาลเพิ่มโทษ เป็นจำคุก 2 ปี 17 เดือน นางนที เรียมแสน แม่บ้าน จำเลยที่ 3 ลงโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับ 40,000 บาท รอการลงโทษไว้สองปีตามคำพิพากษาชั้นต้น ส่วนจำเลยที่ 4 นายธานี ทุมมาศ นายพราน เพิ่มโทษจำคุกเป็น 2 ปี 21 เดือน
"ถ้าสุขภาพแย่คงดูแลป่าไม่ได้"
"ไม่มีแรงกดดันอะไรทั้งสิ้น ส่วนหนึ่งคือสุขภาพไม่ค่อยดี ที่ทุ่งใหญ่ฯ การเดินทางค่อนข้างลำบาก และการรักษาตัวต้องออกจากพื้นที่ ในอนาคตอาจต้องมีการผ่าตัด จึงคิดเรื่องสุขภาพเป็นหลัก ถ้าสุขภาพแย่คงดูแลป่าไม่ได้" นายวิเชียรกล่าว
เขาเปิดเผยว่าปัญหาสุขภาพที่กล่าวถึงนั้นคือโรคริดสีดวงทวารที่มีอาการกำเริบหนักมากว่าหนึ่งปีแล้ว คาดว่ามีส่วนจากปัจจัยเรื่องการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่รับผิดชอบ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นอกจากนี้ นายวิเชียรระบุว่ายังมีปัจจัยเรื่องครอบครัว เนื่องจากเขตรักษาพันธุ์ฯ ทุ่งใหญ่ฯ ห่างจากบ้านที่ครอบครัวอยู่ใน จ.อุบลราชธานี เกือบพันกิโลเมตร สามเดือนถึงจะได้กลับบ้านไปพบหน้าลูกชายครั้งหนึ่ง
"จะอยู่ในเมืองหรือในป่าก็ทำงานได้"
นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานฯ ยืนยันเช่นกันว่ากรมอุทยานฯ ไม่ได้ถูกกดดันในการทำคดีล่าเสือดำ และเห็นว่าการย้ายครั้งนี้จะเป็นผลดีต่อนายวิเชียรที่จะสามารถดูแลเรื่องสุขภาพได้ ใกล้โรงพยาบาลและใกล้ครอบครัวที่ จ.อุบลราชธานี
ทั้งนี้ นายสมโภชน์ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลว่านายวิเชียรจะย้ายไปที่พื้นที่ใดหรือหน่วยงานใดของกรมอุทยานฯ
"เชื่อได้ครับว่ายังไงเสือก็ต้องเข้าป่า...จะอยู่ในเมืองหรือในป่าก็ทำงานได้ทั้งหมด" โฆษกกรมอุทยานฯ กล่าว
ผู้พิทักษ์ป่ามือรางวัล
เดือนพ.ย. 2561 นายวิเชียรได้รับมอบรางวัลจากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) เพื่อเชิดชูเกียรติความกล้าหาญ, การสร้างสรรค์นวัตกรรม และความมีจริยธรรม จากการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เกรงกลัวอิทธิพล จากการนำกำลังบุกจับกุมนายเปรมชัยกับพวกที่เข้าไปล่าเสือดำ
วันที่ 22 พ.ย. 2561 โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP)ได้มอบรางวัลให้แก่หัวหน้าวิเชียร ซึ่งเป็นรางวัลยกย่องพิเศษ (Special Commendation) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ทางโครงการระบุว่า ในกรณีนายวิเชียรนั้น แม้จะไม่ใช่การทำงานป้องกันอาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อมข้ามชาติ แต่ก็ถือเป็นความสำเร็จอันโดดเด่น

ที่มาของภาพ, Getty Images
ในครั้งนั้นหัวหน้าวิเชียร ได้ขอบคุณสื่อมวลชนและประชาชนที่นึกถึงและส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ส่วนรางวัลนี้จะเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเข้มแข็ง ดูแลอุทยานฯ ต่อไป
"เจ้าหน้าตระเวนป่าก็มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น หลาย ๆ ภาคส่วน รวมทั้งกรมอุทยานฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักก็ได้ให้ความช่วยเหลือ การที่เกิดกระแสขึ้นมาก็ทำให้โครงการต่าง ๆ ดำเนินการไปอย่างรวดเร็ว อย่างเช่นโครงการลาดตระเวนป่าเชิงคุณภาพของทางกรม ฯ ก็ทำให้ได้ค่าเสบียงอาหารมาสำหรับเจ้าหน้าที่ที่เพียงพอมากขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่าน" หัวหน้าวิเชียร กล่าวกับบีบีซีไทย




























