ระเบิด กทม. : นักวิชาการ-นักการเมืองตั้งคำถามกับสมมติฐานว่าระเบิดเกิดจาก "แรงจูงใจทางการเมือง"

ที่มาของภาพ, Getty Images
นักวิชาการด้านความมั่นคงและนักการเมืองไม่เชื่อว่าเหตุระเบิดและวางเพลิงหลายจุดในกรุงเทพฯ และ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 1-2 ส.ค. 2562 เป็น "ระเบิดการเมือง" หลังจาก พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร.ระบุว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเป็น "ส่วนผสมขององค์กรอาชญากรรมกับแรงจูงใจทางการเมือง"
ศ.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคงและอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ซึ่งมี ส.ส.ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 6 คน ให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า คำว่า "แรงจูงใจทางการเมือง" นั้นตีความได้หลายอย่าง ตำรวจจึงต้องอธิบายให้ชัดเจนว่าหมายถึงการเมืองในลักษณะใด แต่หากหมายถึงการเมืองในระบบ เช่น นักการเมือง พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลหรือ "กลุ่มเสื้อเหลือง-เสื้อแดง" แล้ว ไม่น่าจะเป็นไปได้
ความคืบหน้าคดีในรอบ 20 วัน
เหตุระเบิด-วางเพลิงป่วนกรุงอย่างน้อย 9 จุด เกิดขึ้นตั้งแต่เย็นวันที่ 1 ส.ค. ต่อเนื่องเช้าวันที่ 2 ส.ค.ในพื้นที่รับผิดชอบของ 5 สถานีตำรวจ คือ สน.ปทุมวัน, สน.พญาไท, สน.ทุ่งสองห้อง, สน.ยานนาวา กรุงเทพฯ และ สภ.อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ช่วงเดียวกับที่รัฐบาลไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่โรงแรมเซนทารา แกรนด์ ย่านปทุมวัน
หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้แต่งตั้ง พล.ต.ท.สุวัฒน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีนี้
ในรอบ 20 วันนับตั้งแต่เกิดเหตุ ตำรวจแถลงข่าวความคืบหน้าการสืบสวนเพียงไม่กี่ครั้ง ขณะที่หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระดับสูงของตำรวจว่า จะมีการโอนคดีนี้ให้กองบังคับการปราบปรามทำ แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้รับการยืนยันจากตำรวจ
ล่าสุด พล.ต.ท.สุวัฒน์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังการประชุมพนักงานสอบสวนของคณะทำงานคดีระเบิด กทม. เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม โดยเปิดเผยว่าการทำคดีมีความคืบหน้าไป 60-70% แล้ว

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
บีบีซีไทยสรุปความคืบหน้าคดีระเบิด กทม. ในช่วง 3 สัปดาห์หลังเกิดเหตุและจากการให้สัมภาษณ์ของหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีระเบิด กทม. ดังนี้
- 6 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว 9 คน รวมผู้ต้องสงสัย 2 คนแรกที่ถูกจับกุมบนรถทัวร์ที่ จ.ชุมพร คืนวันที่ 1 ส.ค. คือนายลูไอ แซแง และ นายวิลดัน มาหะ ชาว จ.นราธิวาส
- 20 ส.ค. กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยแพร่ภาพผู้ต้องหาคดีระเบิด กทม. 7 คน ตั้งรางวัลนำจับคนละ 100,000 บาท ทั้งหมดเป็นผู้ชายอายุระหว่าง 23-36 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาส
- 21 ส.ค. พล.ต.ท.สุวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตำรวจออกหมายจับผู้ต้องหาร่วมก่อเหตุแล้วทั้งหมด 9 คน ในจำนวนนี้บางคนมีมากกว่า 1 หมายจับ เพราะเป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุมากกว่า 1 จุด เช่น เหตุวางเพลิงร้านค้านย่านประตูน้ำ ออกหมายจับ 3 คน 5 หมาย คาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีการออกหมายจับเพิ่มเติม ทั้งนี้ตำรวจได้รับรายงานว่ามีผู้ต้องสงสัยบางคนหลบหนีออกนอกประเทศในช่วง 1-2 วันหลังเกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป ส่วนบางคนยังหลบหนีอยู่ในประเทศ
- 21 ส.ค. พล.ต.ท.สุวัฒน์ กล่าวว่ามีการสอบปากคำพยานไปแล้วกว่า 100 ปาก และยังต้องสอบสวนเพิ่มอีกหลายปาก พร้อมกับระบุว่าคดีนี้น่าจะเข้าข่ายความผิดฐานก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 135 เพราะเป็นการก่อเหตุที่สร้างความปั่นป่วนโดยให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน

ที่มาของภาพ, กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
รู้ตัว "มาสเตอร์มายด์"
หลังการประชุมพนักงานสอบสวนฯ เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ผู้สื่อข่าวถาม พล.ต.ท. สุวัฒน์ว่ารู้ตัวผู้บงการก่อเหตุหรือ "มาสเตอร์มายด์" หรือยัง เขาตอบว่า "เราก็พอรู้ แต่ถามว่ามีพยานหลักฐานที่จะไปดำเนินคดีกับเขาได้ไหม...ไม่มี"
พล.ต.ท. สุวัฒน์ขยายความเพิ่มเติมถึงผู้อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุด้วยว่า "ที่เรามองคือ เป็นส่วนผสมขององค์กรอาชญากรรมกับแรงจูงใจทางการเมือง" ก่อนจะรีบย้ำกับผู้สื่อข่าวว่าที่เขากล่าวเช่นนี้ไม่ได้หมายถึงว่ามีนักการเมืองเกี่ยวข้อง
"สมมตินักการเมืองต้องการการเปลี่ยนแปลงจากรัฐบาล องค์กรอาชญากรรมก็อาจจะอยากได้อำนาจรัฐ ทำแบบนี้ก็อาจจะได้ทั้งคู่ คาดหวังทั้งคู่ แต่ถึงจะมีนักการเมืองเกี่ยว เราก็พูดยาก เพราะหลักฐานอาจจะไปไม่ถึง ซึ่งเราก็พยายามทำอยู่ แต่ไม่ใช่ว่าเรามีธง มันเป็นไปตามพยานหลักฐาน ถ้ามันถึงก็ถึง แต่ส่วนใหญ่แล้ว เกือบทุกคดีในรอบ 10 กว่าปีมานี้ มีแรงจูงใจทางการเมืองทั้งนั้น" พล.ต.ท.สุวัฒน์กล่าว
นักวิชาการ-นักการเมืองมองอย่างไรเรื่อง "แรงจูงใจทางการเมือง"
จากข้อมูลเท่าที่ตำรวจและรัฐบาลเปิดเผยต่อสาธารณะ รวมทั้งผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวและถูกออกหมายจับ นักวิเคราะห์การเมืองและความมั่นคงส่วนหนึ่งเห็นตรงกันว่าลักษณะการก่อเหตุ การประกอบระเบิด และตัวผู้ต้องสงสัย คล้ายเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ประเด็นที่ยังเห็นต่างกันคือ กลุ่มผู้บงการคือใครและเป้าหมายของการก่อเหตุคืออะไร
นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งมองว่า เหตุการณ์นี้มีกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลอยู่เบื้องหลังโดย "จ้าง" ขบวนการก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาก่อเหตุ อีกส่วนหนึ่งมองว่าน่าจะเป็นปฏิบัติการของกลุ่มบีอาร์เอ็นที่ต้องการแสดงศักยภาพในการก่อเหตุนอกพื้นที่ชายแดนใต้
ขณะที่ความเห็นของ พล.ต.ท. สุวัฒน์ ที่ว่าเหตุระเบิด กทม. เป็นส่วนผสมระหว่าง "กลุ่มอาชญากรรม" กับ "แรงจูงใจทางการเมือง" กลายเป็นอีกสมมติฐานหนึ่งที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
บีบีซีไทยสอบถามความคิดเห็นของนักวิชาการด้านความมั่นคงและนักการเมืองที่มีบทบาทในประเด็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อสมมติฐานดังกล่าว
ศ.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคงและอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าเหตุรุนแรงที่เกิดจากการร่วมมือกันของกลุ่มอาชญากรรมและกลุ่มคนที่มีแรงจูงใจทางการเมืองนั้นพบได้ในประเทศที่มีปัญหาอาชญากรรมในระดับสูง เช่น ในละตินอเมริกาที่มีขบวนการค้ายาเสพติด หรือประเทศที่มีกลุ่มอาชญากรรมที่มีอิทธิพลสูงมาก ๆ แต่ในเมืองไทย เขาคิดว่ายังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
"ถ้าจะมุ่งเป้าว่ามีกลุ่มการเมืองทำ ต้องพูดให้ชัดว่า กลุ่มการเมืองนี้คือนักการเมืองหรือกลุ่มไหน ต้องอย่าลืมว่า ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีแรงจูงใจทางการเมืองแบบหนึ่ง อย่างกรณีของกลุ่มบีอาร์เอ็นซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นกลุ่มการเมืองเช่นกัน" ศ.สุรชาติกล่าว
*ตำรวจระบุภายหลังว่าเยาวชน 3 คน รับสารภาพว่าเป็นผู้นำระเบิดปิงปองมาซุกซ่อนไว้ ไม่เกี่ยวกับเหตุระเบิดป่วนกรุง
ศ.สุรชาติตั้งข้อสังเกตว่า ในอดีตประเทศไทยเคยมี "ระเบิดการเมือง" เกิดขึ้น แต่ลักษณะการก่อเหตุจะแตกต่างจากเหตุการณ์วันที่ 2 ส.ค.
"ระเบิดการเมืองจะไม่เป็นระเบิดใหญ่ และมักจะเป็นการวางระเบิดในถังขยะหรือที่ที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน ไม่หวังผลถึงชีวิต แต่ระเบิดที่เอาไปวางในจุดที่หวังผลให้เกิดความเสียหายจริง ๆ อย่างระเบิด กทม. ครั้งล่าสุด ไม่ใช่ลักษณะของระเบิดการเมืองแบบเก่าแน่ ๆ เพราะถ้าสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ประชาชนจะรับไม่ได้" ศ.สุรชาติกล่าว
อีกเหตุหนึ่งที่ ศ.สุรชาติ ไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้เป็นระเบิดการเมืองเพราะเขาคิดว่าสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ได้เลยจุดความขัดแย้งของ "สีเสื้อ" ไปแล้ว
"ผมคิดว่าเราเลยจุดของความขัดแย้งระหว่างเสื้อเหลือง-เสื้อแดงที่จะก่อความรุนแรงในการเมืองไทยไปแล้ว โจทย์สำคัญคงไม่ใช่ปัญหาความขัดแย้งสีเสื้ออย่างแต่ก่อน แต่ในกรณีนี้เราก็ไม่มีข้อมูลมากพอที่จะชี้ไปว่าตกลงใครเป็นผู้ก่อเหตุ"
นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เห็นไปในทิศทางเดียวกับ ศ.สุรชาติว่า คำว่า "แรงจูงใจทางการเมือง" ที่ พล.ต.ท.สุวัฒน์ พูดถึงนั้นยังไม่ชัดเจนว่าหมายถึงใครหรือคนกลุ่มไหน เพราะการเมืองมีหลายกลุ่ม

ที่มาของภาพ, BBC Thai
"ถ้าเป็นการเมืองในระบบรัฐสภา ส.ส. พรรคการเมืองหรือนักการเมืองท้องถิ่น พูดง่าย ๆ คือคนอย่างพวกผม เราไม่ยุ่งเกี่ยวอยู่แล้ว เพราะเรามาจากการเลือกตั้งของประชาชน อะไรที่เป็นเหตุให้ประชาชนเดือดร้อน เช่น การวางระเบิด ทำให้มีการเสียชีวิต ทรัพย์สินของประชาชนเสียหาย เราไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว อย่าว่าแต่ไปร่วมมือเลย เราไม่เห็นด้วยและขอประณามคนทำด้วย ผมคิดว่าเขายังพูดคลุมเครือว่าหมายถึงการเมืองในระบบหรือนอกระบบ" หัวหน้าพรรคประชาชาติกล่าว
หากแรงจูงใจทางการเมืองนั้นหมายถึงกลุ่มการเมืองนอกระบบ อย่างเช่น กลุ่มบีอาร์เอ็นหรือกลุ่มที่นอกเหนือกว่านั้น ตำรวจก็ควรจะต้องสืบสวนสอบสวนอย่างจริงจังและแถลงให้ประชาชนรับทราบอย่างตรงไปตรงมาที่สุด นายวันมูหะหมัดนอร์กล่าว




























