ทีมข่าวสืบสวนบีบีซีเผยรัสเซียอยู่เบื้องหลังการวางเพลิงโจมตีทรัพย์สินของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ

A composite image with a picture of Sir Keir Starmer on the left and on the right, a still from a video showing a car on fire, which was one of the arson attacks on property linked to him. Behind the image of Sir Keir is a Russian flag.
คำบรรยายภาพ, บีบีซีพบว่า รัสเซียอยู่เบื้องหลังเหตุวางเพลิงที่มุ่งเป้าไปยังทรัพย์สินที่มีความเกี่ยวข้องกับเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ
    • Author, แดเนียล เดอ ซิโมเน
    • Author, ทอม บีล
    • Author, โอลกา มัลเชฟสกา
    • Role, ทีมสืบสวนข่าวบีบีซี และรายการบีบีซีพาโนรามา
  • Published
  • เวลาอ่าน: 18 นาที

แม้เขาจะก่อเหตุวางเพลิงบ้านของเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรแล้ว โรมัน ลาฟรินโนวิช ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานสมคบคิดก่อเหตุวางเพลิงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ก็ยังแทบไม่รู้จักนายกรัฐมนตรีคนนี้ราวกับกระสุนปืนที่ไม่รู้จักเป้า

บุคคลนิรนามซึ่งเป็นผู้บงการเขาใช้ชื่อย่อว่า "อีแอล (EL)" บอกเขาผ่านข้อความว่า

"ฟังนะ แกเพิ่งโจมตีบ้านของบุคคลระดับสูงมากในอังกฤษ ฉันจะส่งเงินให้ แกต้องออกจากเมืองนี้"

แต่ก็สายเกินไป ลาฟรินโนวิชถูกจับกุมภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

ช่างก่อสร้างชาวยูเครนวัย 22 ปีผู้นี้ ถูกนำมาเป็นเครื่องมือเพื่อโจมตีผู้นำรัฐบาลของสหราชอาณาจักร แต่เบื้องหลังเขาเป็นฝีมือของใคร

เราสืบสวนพบว่า การวางเพลิงครั้งนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปฏิบัติการขนาดใหญ่ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงรัสเซียที่มีแผนทั้งการก่อวินาศกรรม ยุแยงคนในสังคม และเผยแพร่ข้อมูลเท็จ

ตามข้อความที่บีบีซีพบผู้บงการที่ชื่อนายอีแอลซึ่งเป็นผู้สั่งการลาฟรินโนวิชได้เสนอให้เขาก่อเหตุอื่น ๆ อีกโดยเสนอว่าจะให้สัญชาติรัสเซียเป็นแรงจูงใจ พร้อมทั้งยกย่องประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน

เราพบหลักฐานที่บ่งชี้ว่านายอีแอลน่าจะเป็นนักการทูตหนุ่มของรัสเซียผู้ทั้งได้รับการฝึกฝนด้านสงครามข้อมูลข่าวสารจากสายลับและนักโฆษณาชวนเชื่อและมีความใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจระดับสูงในกรุงมอสโก นักการทูตผู้นี้มีชื่อว่า เยฟเกนี ลยูคชิน อายุ 23 ปี และเป็นบุตรของเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสรายหนึ่ง

บีบีซีพบว่า เครือข่ายปฏิบัติการของรัสเซียได้ใช้สื่อสังคมออนไลน์และแอปฯ ส่งข้อความเทเลแกรมดำเนินปฏิบัติการยั่วยุและส่งเสริมการก่อวินาศกรรมจากระยะไกล โดยมีการสร้างกลุ่มขวาจัดปลอมและกลุ่มมุสลิมปลอมบนโลกออนไลน์และกระพือความแตกแยกและความหวาดกลัวเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการก่อเหตุทำลายทรัพย์สินในสหราชอาณาจักรต่อไป

บัญชีผู้ใช้ที่มีต้นทางจากรัสเซียยังได้เผยแพร่ข้อมูลแรงจูงใจของการวางเพลิงที่มุ่งเป้าไปที่สตาร์เมอร์อันเป็นเท็จ ต่อมาข้อมูลนี้ถูกขยายผลโดยบุคคลอย่างทอมมี โรบินสัน นักเคลื่อนไหวขวาจัดต่อต้านอิสลาม

สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียระบุว่า "เราปฏิเสธข้อกล่าวหาที่จะพยายามใด ๆ ที่จะโยงรัสเซียหรือกระทรวงการต่างประเทศของเราเข้ากับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย"

นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า รัสเซีย "ไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อสหราชอาณาจักรหรือประชาชนสหราชอาณาจัก และไม่ได้มีเจตนารุกรานต่ออังกฤษ"

ด้านลยูคชินไม่ได้ตอบคำถามของบีบีซี แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เราติดต่อเขา ช่องทางโฆษณาชวนเชื่อที่เรานำไปสอบถามเขากลับหายไป

"จงทำงานเพื่อเกียรติยศของชาติ"

โรมัน ลาฟรินโนวิช ซึ่งเป็นชาวยูเครน และสตานิสลาฟ คาร์ปิอุก ชาวโรมาเนียเชื้อสายยูเครน วัย 27 ปี ถูกศาลอาญากลางโอลด์เบลีย์ตัดสินว่ามีความผิดฐานสมคบคิดกันโจมตีทรัพย์สินและยานพาหนะที่มีความเกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร

ขณะที่ชายอีกคนหนึ่ง คือเปโตร โพชิน็อค อายุ 35 ปี ถูกตัดสินว่าไม่มีความผิดในข้อหาสมคบคิดก่อเหตุวางเพลิง

เหตุเพลิงไหม้ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว โดยรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าซึ่งเคยเป็นของนายกรัฐมนตรี ถูกวางเพลิงในย่านลอนดอนเหนือ หลังจากนั้นยังมีเหตุวางเพลิงอีกสองครั้ง ได้แก่ บริเวณทางเข้าอาคารแฟลตที่สตาร์เมอร์เคยพักอาศัย และบริเวณทางเข้าบ้านของเขา ซึ่งได้ปล่อยเช่าให้พี่สะใภ้อาศัยภายหลังจากที่เขาย้ายไปอยู่บ้านเลขที่ 10 ซึ่งเป็นทำเนียบนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาคดีของชายทั้งสามกลับมีความผิดปกติ เนื่องจากตัวผู้บงการที่แท้จริงของเหตุการณ์ทั้งหมดไม่เคยถูกเปิดเผย

คดีนี้มุ่งเน้นไปที่แรงจูงใจทางการเงินอย่างเคร่งครัด ขณะที่การระบุตัวตน ความเชื่อมโยง และแรงจูงใจของผู้บงการซึ่งเสนอเงินให้ลาฟรินโนวิชเพื่อแลกกับการก่อเหตุ กลับถูกหลีกเลี่ยงไม่กล่าวถึงโดยเจตนา

A composite image showing police photos of the three defendants: Petro Pochynok is a man with short brown hair wearing a dark hoodie, Roman Lavrynovych has lighter brown hair styled in a quiff and wears a grey sweatshirt, while Stanslav Carpiuc has longer dark brown hair which falls over his forehead and wears a pale blue hoodie.

ที่มาของภาพ, Metropolitan Police

คำบรรยายภาพ, (จากซ้าย)เปโตร โพชิน็อค, โรมัน ลาฟรินโนวิช และสตานิสลาฟ คาร์ปิอุก ถูกตั้งข้อหาสมคบคิดก่อเหตุวางเพลิง โดยโพชิน็อคได้รับการตัดสินว่าไม่มีความผิด

ในชั้นศาล ตัวผู้บงการรายนี้ถูกเรียกว่า "อีแอล มันนีย์ (EL Money)" ซึ่งเป็นชื่อที่ลาฟรินโนวิชบันทึกไว้ในโทรศัพท์ของเขา ขณะที่บนแอปฯ เทเลแกรม เขาใช้เพียงอักษรย่อว่า "อีแอล" เท่านั้น โดยแอปฯ ดังกล่าวเป็นช่องทางที่นายอีแอลใช้ในการดึงตัวลาฟรินโนวิชเข้าร่วมแผนการ หลังพบเขาในกลุ่มชาวยูเครนในกรุงลอนดอนที่กำลังหางานทำ

จากจุดเริ่มต้นที่ดูไม่มีพิษภัยนั้น ลาฟรินโนวิชได้รับมอบหมายให้ทำกิจกรรมที่มีความผิดมากขึ้นเป็นลำดับ ตั้งแต่การติดโปสเตอร์ การพ่นกราฟฟิตี ไปจนถึงการวางเพลิง แม้เขาจะรู้ว่าเป็นสิ่งที่ผิด แต่ก็ยังคงลงมือทำต่อไป โดยคาดหวังว่าจะได้รับค่าตอบแทน

ในชั้นศาล มีข้อความจากนายอีแอลที่ส่งถึงลาฟรินโนวิชและคาร์ปิอุกแสดงเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ดี ข้อความเหล่านั้นบ่งชี้ว่าเขาใช้ภาษารัสเซียได้ดี แต่ใช้ภาษายูเครนได้ไม่ค่อยคล่อง อย่างไรก็ตาม เราสามารถเปิดเผยกิจกรรมในวงกว้างของนายอีแอลได้จากการใช้เครื่องมือสืบค้นแบบโอเพนซอร์ส

แนวคิดและเป้าหมายของนายอีแอลปรากฏอย่างชัดเจนบนข้อความเหล่านี้

ข้อความจากบัญชีของนายอีแอลในช่องทางเทเลแกรมต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าเขายกย่องปูตินและรัสเซีย โจมตีชาวยูเครน และเผยแพร่แนวคิดตามแบบฉบับของรัสเซีย

"เห็นได้ชัดว่าปูตินเป็นผู้นำของชนชาติผิวขาว" เขาโพสต์ไว้ในหนึ่งในห้องสนทนา

นายอีแอลได้โพสต์ข้อความในกลุ่มหางานของชาวยูเครน เพื่อมองหา "ช่างทาสีสำหรับทำกราฟฟิตี" ในกรุงลอนดอน แต่ในกลุ่มสนทนาอื่น ๆ เขากลับใช้คำภาษารัสเซียที่หยาบคายและดูหมิ่นชาวยูเครนอย่างรุนแรง

นายอีแอลยังได้ยุยงให้เกิดการโจมตีศูนย์เกณฑ์ทหารในยูเครนซึ่งอยู่ในภาวะสงครามนับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานครั้งใหญ่ในปี 2022 โดยเขากล่าวว่าผู้ที่สนับสนุน "กลุ่มชาติพันธุ์สลาฟผิวขาว" ควรเข้าร่วมกับ "อาณาจักรโรมันที่สามตัวจริง" ซึ่งเป็นการอ้างถึงแนวคิดที่ว่ารัสเซียคือผู้สืบทอดจักรวรรดิโรมัน

"จงทำงานเพื่อเกียรติยศของชาติ เพื่อตอบโต้ศัตรูของคุณ" นายอีแอลกล่าวเสริม ก่อนเสนอเงิน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 36,000 บาท) และสัญชาติรัสเซียเป็นรางวัลสำหรับการก่อเหตุวางเพลิง

นายอีแอลยังให้เบาะแสถึงตัวตนของเขา โดยเสนอให้ชาวรัสเซียในกลุ่มเทเลแกรมอื่น ๆ เข้าถึงเอกสารของนาโตและซีไอเอ "พ่อของผมให้ข้อมูลบางส่วนมา การไปยุโรปของเขาไม่สูญเปล่าเลย" เขากล่าว

นี่คือสงคราม

ในระหว่างการพิจารณาคดีไม่มีการกล่าวถึงว่า โปสเตอร์ที่ลาฟรินโนวิชนำไปติดตามคำสั่งของนายอีแอลนั้น แท้จริงแล้วเป็นการโฆษณาของกลุ่มขวาจัดที่อ้างว่ามีชื่อว่า Direct Action UK

กลุ่มดังกล่าวพยายามทำให้ดูเหมือนเป็นการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเองจากประชาชนในสหราชอาณาจักร แต่เราพบว่า Direct Action ถูกสร้างขึ้นบนโลกออนไลน์โดยปฏิบัติการของรัสเซีย เพื่อสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชนทั่วไปในสหราชอาณาจักร

ข้อความที่ถูกส่งภายในกลุ่มแสดงเวลาเป็นเขตเวลากรุงมอสโก ใช้อักษรซีริลลิก และวางเครื่องหมายปอนด์ไว้ท้ายตัวเลข แทนที่จะอยู่ด้านหน้า ซึ่งเป็นรูปแบบการใช้ของภาษารัสเซีย

บัญชีผู้ใช้ที่มีบทบาทหลักในการดำเนินการ Direct Action โดยเฉพาะบัญชีของนายอีแอลยังได้ใช้ช่องทางอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมเป้าหมายทางการเมืองของรัสเซีย และใช้ภาษารัสเซียในการสื่อสาร

Direct Action ปรากฏตัวครั้งแรกบนโลกออนไลน์ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2024 หลังเหตุจลาจลที่เกิดขึ้นภายหลังเหตุฆาตกรรมในเซาท์พอร์ต และโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มได้ฉวยใช้ภาพจากความไม่สงบดังกล่าวไปใช้

A photo of a phone showing a message from one of the accounts linked to Direct Action UK, with a graphic showing a Union Flag, a molotov cocktail and a police car. The message says "Fire + Police car = 2.500£ for you", using the Russian style for writing currency figures.
คำบรรยายภาพ, โปสเตอร์ของ Direct Action มีการเสนอเงินสดให้คนที่โจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่กลับใช้สัญลักษณ์สกุลเงินในรูปแบบของรัสเซีย

โปสเตอร์เหล่านั้นโฆษณาช่องทางโซเชียลมีเดียของกลุ่ม ภายในช่องทางโซเชียลมีเดียเหล่านั้นมีการเผยแพร่วิดีโอที่ตีตราสตาร์เมอร์ว่าเป็นผู้ทรยศ ปลุกปั่นความเกลียดชังต่อชาวมุสลิม และเสนอเงินให้ผู้ที่ใช้ความรุนแรงและการวางเพลิง รวมถึงโจมตีมัสยิดและเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกทั้ง Direct Action ยังยกย่องทอมมี โรบินสันอีกด้วย

"นี่คือสงคราม" กลุ่มดังกล่าวประกาศ

อย่างไรก็ตาม แม้ Direct Action จะเป็นกลุ่มปลอม แต่กลับก่อให้เกิดเหตุการณ์โจมตีในโลกจริง โดยในกรุงลอนดอน มัสยิด 6 แห่งและโรงเรียนอิสลามอีก 1 แห่งตกเป็นเป้าการทำลายทรัพย์สินในปีที่ผ่านมา หลังจากกลุ่มเสนอเงินให้คนออกไปพ่นกราฟฟิตีต่อต้านอิสลาม

คำขวัญอย่าง "remigration (ส่งผู้อพยพกลับประเทศต้นทาง)" และ "Stop Islam (หยุดลัทธิอิสลาม)" ถูกพ่นลงบนผนังมัสยิด ตั้งแต่ย่านครอยดอนทางตอนใต้ของกรุงลอนดอน ไปจนถึงเลย์ตันทางตะวันออก โดย Direct Action ได้นำคลิปวิดีโอของการทำลายทรัพย์สินเหล่านี้ไปตัดต่อเป็นวิดีโอในโซเชียลมีเดีย เพื่อขยายความเกลียดชังและสร้างความหวาดกลัว

เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากมัสยิดและโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในเลย์ตันถูกทำลายจากการโจมตีของ Direct Action นั้นนายอีแอลได้โพสต์ประกาศหางานที่ดูเหมือนไม่มีพิษภัยในกลุ่มแชตของชาวยูเครนที่มองหางานในกรุงลอนดอนว่า "งานพาร์ตไทม์วันนี้! เขตเลย์ตัน ต้องการคนไปถ่ายรูปอาคาร 2 แห่ง" แท้จริงแล้วเขาต้องการภาพของความเสียหาย เพื่อให้นำไปเผยแพร่ต่อบนโลกออนไลน์

แม้แต่การสนับสนุนของ Direct Action ที่ดูเหมือนจะเกิดขึ้นจริงในพื้นที่ ก็เป็นสิ่งที่ถูกจัดฉากขึ้น และเกิดจากการจ่ายเงินให้คนไปทำเท่านั้น ตามที่ศาลระบุ ในกรณีที่ลาฟรินโนวิชปฏิบัติการตามคำสั่งของนายอีแอลก็เป็นไปเพื่อเหตุผลทางการเงิน ไม่ใช่เพราะเขามีอุดมการณ์ร่วมกับ Direct Action

A composite image showing a red pillar box with a poster taped up on it advertising Direct Action UK and its social media channels, with Unon Flags and images of rioting. A second image shows a wall on which someone has spray-painted "Stop Islam".
คำบรรยายภาพ, โปสเตอร์ของ Direct Action โปรโมตช่องทางโซเชียลมีเดียของกลุ่ม ขณะที่มีการพ่นกราฟฟิตีต่อต้านอิสลามลงบนมัสยิด

องค์กรต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ Hope Not Hate ได้สืบสวนกลุ่ม Direct Action และรายงานข้อกังวลของตนต่อหน่วยตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายตั้งแต่เดือน ก.พ. ปีที่แล้ว นับเป็นเวลาหลายเดือนก่อนเหตุวางเพลิงที่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรี โดย Hope Not Hate สรุปว่ามีกลุ่มชาวรัสเซียอยู่เบื้องหลัง

องค์กรดังกล่าวได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มนี้อาจกำลังชักจูงผู้อยู่อาศัยในสหราชอาณาจักรให้ก่อ "การโจมตีแบบก่อการร้ายต่อมัสยิดหรือเป้าหมายที่ระบุได้ว่าเป็นมุสลิมในสหราชอาณาจักร"

อย่างไรก็ตาม นิค โลว์ลส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Hope Not Hate ระบุว่า ไม่มีผู้ใดจากหน่วยดังกล่าวตอบกลับ ต่อมาหลังจากนั้นองค์กรจึงได้ร่วมทำงานกับบีบีซีเพื่อการสืบสวนกลุ่ม Direct Action และผู้ที่อยู่เบื้องหลัง

ด้าน Tell Mama ซึ่งเป็นกลุ่มที่ติดตามความเกลียดชังต่อชาวมุสลิม ก็ได้ส่งหลักฐานให้กับตำรวจต่อต้านการก่อการร้าย และสรุปเช่นกันว่า Direct Action ดูเหมือนจะเป็นปฏิบัติการของรัสเซีย โดยกลุ่มได้รับการตอบรับจากตำรวจ แต่ไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติม

อีมาน อัตตา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tell Mama กล่าวกับเราว่า เธอเชื่อว่าการกระทำลักษณะนี้ไม่ได้รับความสำคัญเท่าที่ควรจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และน่ากังวลที่เห็นว่ามีกลุ่มเสนอคริปโทเคอร์เรนซีเพื่อล่อลวงให้ก่อเหตุทำลายมัสยิดและสร้างความแตกแยกจนเสี่ยงสร้างอันตรายต่อชุมชนมุสลิม

"สิ่งนี้เริ่มจากบนโลกออนไลน์ แต่กำลังกลายเป็นความเสียหายทางอาชญากรรม และความรุนแรงบนท้องถนนจริง ๆ" เธอกล่าว

ตำรวจนครบาลกรุงลอนดอน (MET) บอกกับบีบีซีว่า กำลังสืบสวนเหตุทำลายทรัพย์สิน 7 คดีในฐานะอาชญากรรมความเกลียดชังต่อชาวมุสลิม โดยยังไม่มีการจับกุม และ "ยังไม่สรุป" ว่าคดีต่าง ๆ เชื่อมโยงกันหรือไม่

ใบปลิวสร้างความเกลียดชัง

ก่อนที่นายอีแอลจะเริ่มสร้างกลุ่มขวาจัดปลอม เขาเคยมีส่วนช่วยก่อตั้งองค์กรอิสลามปลอมที่ใช้ชื่อว่า มูลนิธิตักบีร (Takbir Foundation)

เราค้นพบเรื่องนี้ เนื่องจากชื่อผู้ใช้ในบัญชีเทเลแกรมของนายอีแอลเคยใช้ชื่อเดียวกับมูลนิธิปลอมดังกล่าว

มูลนิธินี้พยายามชักชวนชาวมุสลิมให้พ่น "กราฟฟิตีศักดิ์สิทธิ์" ในสหราชอาณาจักร แต่เป้าหมายที่แท้จริงนั้นชัดเจน คือเพื่อยั่วยุให้กลุ่มขวาจัดโกรธแค้นจากการกระทำดังกล่าว โดยบัญชีเทเลแกรมที่แสร้งทำเป็นผู้เคร่งศาสนาอิสลาม ยังสามารถเปลี่ยนบทบาทไปสู่การนำเสนอเนื้อหาต่อต้านอิสลามอย่างแข็งกร้าวได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านกลุ่ม Direct Action

ในกลุ่มเทเลแกรมสำหรับชาวมุสลิมอีกแห่ง หนึ่งในบัญชีที่ใช้ชื่อว่า "El" ได้โพสต์ว่า "มูลนิธิตักบีร อุทิศตนเพื่อสนับสนุนทางการเงินแก่ญิฮาดทั่วอังกฤษ โอ้มูญาฮิดีน จงกล้าหาญและยื่นมือไปรับรัฐเคาะลีฟะฮ์ที่กำลังจะมาถึง"

มูลนิธิดังกล่าวเสนอเงินสูงสุดถึง 150 ปอนด์ (ราว 6,600 บาท) ให้คนพ่นกราฟฟิตีในหนึ่งสถานที่ พร้อมระบุว่า "นี่คือเงินฮาลาลเพื่อเผยแพร่พระวจนะของอัลลอฮ์"

อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับที่ Direct Action จ่ายเงินให้กับผู้ที่ไม่ได้เป็นแนวคิดขวาจัดจริง มูลนิธิตักบีรก็เสนอเงินให้กับผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม เพื่อให้พ่นกราฟฟิตีเนื้อหาอิสลามเช่นกัน

บีบีซีได้ติดตามตัวศิลปินกราฟฟิตีสองรายในเมืองบริสตอล ซึ่งต่างคนต่างตอบรับประกาศจากบัญชีเฟซบุ๊กปลอมที่ใช้ชื่อว่า "Michael John" ซึ่งระบุว่าเป็น "งานมีค่าตอบแทน งบเยอะ" โดยไม่มีการกล่าวถึงศาสนาอิสลามแต่อย่างใด

ทั้งสองถูกขอให้พ่นข้อความชะฮาดะห์ของอิสลาม ซึ่งเป็นถ้อยประกาศแห่งศรัทธา เป็นภาษาอาหรับ บนอาคารเดเบนแฮมส์ที่เลิกกิจการแล้วในย่านใจกลางเมือง หนึ่งในนั้นยังถูกขอให้พ่นข้อความจากคัมภีร์อัลกุรอานเรื่อง "การกระทำของซาตาน" บนสโมสรของพรรคอนุรักษนิยมในเมืองด้วย

พวกเขาได้รับภาพของอาคารพร้อมระบุจุดอย่างชัดเจนว่าควรพ่นกราฟฟิตีบริเวณใด นายอีแอลเองก็เคยใช้แนวทางในทำนองเดียวกัน โดยเคยส่งภาพลักษณะคล้ายกันของมัสยิดต่าง ๆ เมื่อสั่งให้มีการทำลายด้วยกราฟฟิตีต่อต้านอิสลาม

ศิลปินทั้งสองได้รับข้อเสนอค่าจ้างจากมูลนิธิตักบีร แต่ต่างปฏิเสธงานดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าคำขอนั้นผิดกฎหมาย

A composite image showing, on the left, a photo of the disused Debenhams building in Bristol with a graphic of the Islamic shahada or declaration of faith
คำบรรยายภาพ, ศิลปินสตรีทอาร์ตในเมืองบริสตอลได้รับภาพตัวอย่างจำลองของกราฟฟิตีเนื้อหาอิสลาม เพื่อให้นำไปพ่นบนอาคารต่าง ๆ ในเมือง

อีกหนึ่งความเชื่อมโยงระหว่างนายอีแอลกับมูลนิธิตักบีร ยิ่งตอกย้ำว่า ผู้บงการรายนี้และเครือข่ายกลุ่มปลอมของเขามุ่งหวังที่จะยั่วยุและสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชนทั่วไป

นายอีแอลเคยมอบโปสเตอร์ต่อต้านชาวมุสลิมให้กับโรมัน ลาฟรินโนวิช โดยออกแบบให้ดูเหมือนว่าถูกเขียนขึ้นโดยชาวฮินดูรายหนึ่ง ผ่านการอ้างถึงเหตุการณ์ทำลายมัสยิดโบราณในอินเดียเมื่อปี 1992 โดยกลุ่มฮินดูชาตินิยมฝ่ายขวา โปสเตอร์ดังกล่าวมีข้อความว่า "ทุกมัสยิดที่ถูกปิด = อาชญากรรมน้อยลง 100 ครั้ง"

ลาฟรินโนวิชถูกสั่งให้นำโปสเตอร์ไปติดบนถนนสายหนึ่งในย่านเซาท์ฮอลล์ ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นที่ตั้งของชุมชนมุสลิมขนาดใหญ่ และมีมัสยิดสำคัญคือมัสยิดกลางเซาท์ฮอลล์

ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า ลาฟรินโนวิชได้ดำเนินการตามคำสั่งหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เราพบว่าบัญชีเฟซบุ๊กของมูลนิธิตักบีรได้โพสต์ภาพของโปสเตอร์เดียวกัน ซึ่งดูเหมือนจะถูกติดอยู่บนกำแพงอิฐ ภายในกลุ่มชุมชนมุสลิม พร้อมอ้างว่ามีการนำไปติดในเซาท์ฮอลล์ โดยระบุว่า "พบใบปลิวสร้างความเกลียดชังใกล้มัสยิดกลางเซาท์ฮอลล์"

การกระทำดังกล่าวชี้ให้เห็นว่านายอีแอลเป็นผู้หว่านความเกลียดชังลงบนท้องถนนในสหราชอาณาจักร ขณะเดียวกัน มูลนิธิปลอมของเขาก็ทำหน้าที่ขยายข้อความนั้นไปยังชุมชนมุสลิมผ่านโลกออนไลน์

Nick Lowles, a man with greying hair and dark-rimmed glasses, wearing a grey-green jacket over a blue shirt
คำบรรยายภาพ, นิค โลว์ลส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Hope Not Hate ระบุว่า องค์กรของเขาได้รายงานเรื่อง Direct Action ต่อทางการสหราชอาณาจักรแล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ

การโจมตีทรัพย์สินของนายกรัฐมนตรียังถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อบนโลกออนไลน์ด้วย

หนึ่งในข้อมูลเท็จที่ถูกเผยแพร่โดยบัญชีซึ่งมีต้นทางจากรัสเซีย และได้รับความสนใจอย่างมาก คือการกล่าวอ้างว่าผู้ต้องสงสัยชาวยูเครนทั้งสามคนเป็นผู้ค้าบริการทางเพศ โดยมีนัยว่าการวางเพลิงเกิดจากเรื่องอื้อฉาวส่วนตัวทางเพศ

ทั้งหมดนี้ไม่เป็นความจริง ผู้ต้องสงสัยไม่ได้รู้จักนายกรัฐมนตรีเป็นการส่วนตัว และไม่ได้เป็นผู้ค้าบริการทางเพศแต่อย่างใด แต่ข้อมูลเท็จดังกล่าวกลับถูกขยายต่อโดยทอมมี โรบินสัน บุคคลคนเดียวกันกับที่ได้รับการโปรโมตโดย Direct Action ซึ่งเป็นกลุ่มขวาจัดปลอมของนายอีแอล

โรบินสัน ซึ่งมีชื่อจริงว่า สตีเฟน แยกซ์ลีย์-เลนนอน โพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) กล่าวอ้างว่าเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์มีความสัมพันธ์ทางเพศกับชายค้าบริการชาวยูเครน พร้อมเผยแพร่ภาพปลอมของนายกรัฐมนตรีคู่กับผู้ต้องสงสัย นอกจากนี้ คีริล ดิมิทริเยฟ ทูตพิเศษของประธานาธิบดีรัสเซีย ยังได้แชร์ข้อความกล่าวหาข้อความหนึ่งของเขานี้ต่ออีกด้วย

ยุยงให้เกิดความเกลียดชังและความรุนแรง

การโจมตีลักษณะนี้สอดคล้องกับรูปแบบของกระแสการก่อวินาศกรรมที่มีรัสเซียหนุนหลัง ซึ่งเกิดขึ้นทั่วยุโรปในช่วงห้าปีที่ผ่านมา โดยมุ่งเป้าไปที่ยูเครนและพันธมิตรของประเทศ ตั้งแต่เหตุระเบิดบนเส้นทางรถไฟ ไปจนถึงการลอบวางเพลิงบนเครื่องบินที่มุ่งหน้าสู่สหราชอาณาจักร

รัสเซียคัดเลือกบุคคลมาเป็น "ตัวแทนปฏิบัติการ" โดยเสนอค่าตอบแทนเพื่อให้ดำเนินการใช้ความรุนแรง ก่อวินาศกรรม และจารกรรม เครือข่ายนี้อาจมีหลายชั้น ทำให้รัสเซียสามารถปฏิเสธความเกี่ยวข้องได้ง่ายขึ้น ภายในรัสเซียเองก็มีหลายองค์กรที่ดำเนินปฏิบัติการลักษณะนี้ โดยไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลอย่างเป็นทางการทั้งหมด

ชาวยูเครนมักตกเป็นเป้าหมายในการชัดชวนให้เข้ามาเป็นผู้ปฏิบัติการก่อวินาศกรรมของรัสเซียทั่วยุโรป โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติยูเครนระบุว่า ในเครือข่ายหนึ่งที่วางแผนก่อวินาศกรรมใน 11 ประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักร ซึ่งเพิ่งถูกเปิดโปงจากปฏิบัติการร่วมกับสหภาพยุโรปนั้น หนึ่งในสามของผู้เข้าร่วมเป็นชาวยูเครน

"วิธีนี้ทำให้รัสเซียดำเนินการได้ง่ายขึ้น เพราะเป็นการบ่อนทำลายภาพลักษณ์ของยูเครนในสายตาของพันธมิตรและประเทศในยุโรป" วิตาลี โซวา เจ้าหน้าที่สืบสวนระดับอาวุโสกล่าว

Vitaliy Sova, a man with a shaved head and a long brown beard, speaking on a video call in his laptop while he is filmed from a different angle in the office, which has black bookshelves behind him.
คำบรรยายภาพ, วิตาลี โซวา เจ้าหน้าที่สืบสวนระดับอาวุโส กล่าวว่า ยูเครนและสหภาพยุโรปได้เปิดโปงเครือข่ายของรัสเซียที่วางแผนก่อวินาศกรรมใน 11 ประเทศ

โดยทั่วไปแล้ว สิ่งที่ดึงดูดผู้ที่ถูกชักชวนให้เข้าร่วมการก่อวินาศกรรมมักไม่ใช่สัญชาติ แต่เป็นอายุ เขากล่าว โดยเยาวชนที่ถูกติดต่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์จะถูกเสนอ "งานง่าย ๆ ได้เงิน" เพื่อแลกกับการก่ออาชญากรรมเล็กน้อย ซึ่งมักถูกอำพรางให้ดูเหมือนเป็นงานธรรมดา ก่อนจะถูกข่มขู่หากพยายามปฏิเสธการกระทำในขั้นต่อไป

สหรัฐอเมริกาเป็นเป้าหมายของสงครามพันทาง (Hybrid Warfare) ของรัสเซียมาเป็นเวลานาน โดยในกรณีหนึ่ง รัฐบาลสหรัฐฯ ได้กล่าวหาองค์กรสื่อที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐอย่างไรบาร์ (Rybar) ว่าพยายาม "สร้างความแตกแยก ปลุกปั่นความขัดแย้งทางสังคม กระพือความขัดแย้งทางการเมืองและเชื้อชาติ และยุยงให้เกิดความเกลียดชังและความรุนแรง" ทั้งนี้ ไรบาร์ยังถูกทางการสหราชอาณาจักรคว่ำบาตร โดยระบุว่าใช้ "ยุทธวิธีบิดเบือนข้อมูลแบบรัสเซียฉบับดั้งเดิม"

ไรบาร์ได้ดำเนินแคมเปญออนไลน์ชื่อ เท็กซัส ปะทะ สหรัฐฯ (TEXASvsUSA) ซึ่งถูกออกแบบให้ดูเหมือนการเคลื่อนไหวจริง ในช่วงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งล่าสุดในปี 2024 โดยฉวยใช้ประเด็นผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารข้ามพรมแดนเข้าสู่สหรัฐฯ

องค์กร Hope Not Hate ได้ระบุบัญชีบนเทเลแกรมที่เป็นผู้สร้างช่อง TEXASvsUSA และพบว่าบัญชีเดียวกันนี้ยังได้สร้างช่องทางอีกชุดหนึ่งที่มุ่งเป้าไปที่สหราชอาณาจักรจำนวน 5 ช่อง รวมถึงช่องชื่อเรดิโอ เซาท์พอร์ต (Radio Southport) ซึ่งปรากฏขึ้นภายหลังเหตุจลาจลในช่วงฤดูร้อนปี 2024

ช่องทางทั้งหมดนี้นำเสนอภาพลักษณ์ของสหราชอาณาจักรในแง่ลบอย่างต่อเนื่อง และเผยแพร่ถ้อยคำเหยียดเชื้อชาติต่อผู้อพยพและชาวมุสลิม ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่ใช้ในปฏิบัติการของ Direct Action

ชาวรัสเซียผู้มีความเชื่อมโยงระดับสูงในกลุ่มแชต

ในกลุ่มแชตเทเลแกรมของ Direct Action บีบีซีพบสมาชิกคนหนึ่งซึ่งเป็นบุคคลในแวดวงชนชั้นนำของรัสเซีย และมีความเชื่อมโยงกับกระทรวงการต่างประเทศ นั่นคือ เยฟเกนี ลยูคชิน ซึ่งอักษรย่อ "EL" ของเขาตรงกับชื่อย่อของผู้ที่สั่งการโจมตีนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร

เรายังพบลยูคชินอีกครั้งในแชตส่วนตัวของเรดิโอ เซาท์พอร์ต ซึ่งเป็นช่องที่ถูกสร้างขึ้นโดยไรบาร์ นอกจากนี้ เขายังอยู่ในอีกกลุ่มแชตหนึ่งที่ยกย่ององค์กรแวกเนอร์ (Wagner Group) องค์กรทหารภายใต้การควบคุมของรัสเซีย ซึ่งผู้ก่อตั้งคนก่อนอย่างเยฟเกนี ปริโกชิน เคยเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนให้กับไรบาร์

ภาพถ่ายที่เผยแพร่โดยกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียแสดงให้เห็นว่า ลยูคชินยืนอยู่ด้านหลังอเล็กซานเดอร์ กรูชโก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างงานวันนักการทูตในกรุงมอสโกเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งมีเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้กล่าวสุนทรพจน์

Russian Deputy Foreign Minister Alexander Grushko, a man with white hair, wearing a dark overcoat and a scarf, stands with his head bowed, in front of a display of red flowers seemingly laid as a memorial. Behind him stands Evgeny Lyukshin, a young man with dark hair and glasses, wearing a dark overcoat and tie, holding a couple of red flowers. There is a crowd of people further behind in what appears to be a snowy Moscow public square them and a man is filming the event with a camera on a tripod.

ที่มาของภาพ, Telegram

คำบรรยายภาพ, เยฟเกนี ลยูคชิน ซึ่งถูกวงด้วยวงกลมสีแดง ปรากฏอยู่ในภาพถ่ายร่วมกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย

อีกภาพหนึ่งที่เขาโพสต์บนโซเชียลมีเดียเผยภาพเขาอยู่ในลานจอดรถของกระทรวงการต่างประเทศในกรุงมอสโก และอีกภาพหนึ่งแสดงบัตรผ่านเข้าสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียของเขา ขณะที่ภาพเพิ่มเติมอีกภาพเผยให้เห็นเขาสวมเครื่องแบบทหารและถือกระสุน

ลยูคชิน วัย 23 ปี เป็นบุตรของนักการทูตรัสเซียระดับอาวุโส ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสถานเอกอัครราชทูตในเดนมาร์ก

นั่นหมายความว่า บิดาของลยูคชินเคยอยู่ในยุโรป อาจมีโอกาสเข้าถึงและรับรู้ข้อมูลที่มีความอ่อนไหว สอดคล้องกับข้อความที่นายอีแอลโพสต์บนเทเลแกรม ซึ่งระบุว่าเขาสามารถเข้าถึงเอกสารของนาโตและซีไอเอได้ เนื่องจากบิดาของเขาเคยอยู่ในยุโรป

ลยูคชินยังศึกษาอยู่ที่สถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งรัฐมอสโก (Moscow State Institute of International Relations - MGIMO) ซึ่งเป็นสถาบันฝึกอบรมนักการทูตภายใต้การควบคุมของกระทรวงการต่างประเทศ และเป็นที่ตั้งของ "โรงเรียนสื่อ" ของไรบาร์

ในกลุ่มเทเลแกรมของนักศึกษา MGIMO ซึ่งลยูคชินทำหน้าที่เป็นผู้ดูแล บีบีซีพบการพูดคุยเกี่ยวกับ "การดำเนินการโฆษณาชวนเชื่อที่สนับสนุนรัสเซีย" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียน

ในบรรดากลุ่มเทเลแกรมสาธารณะที่นักศึกษาใช้ร่วมกัน มีช่องของลยูคชินเองชื่อ "The Lost Britain" หรือ อาจแปลเป็นไทยได้ว่าสหราชอาณาจักรที่หายไป ซึ่งในช่องนั้นเขาโพสต์ข้อความเป็นภาษาอังกฤษ เรียกร้องให้นำเงินภาษีไป "จัดสรร" ให้กับระบบสาธารณสุขแห่งชาติ (NHS) แทนที่จะนำไปใช้กับ "การสนับสนุนยูเครน"

เรายังพบภาพหนึ่งที่เผยแพร่โดยไรบาร์บนเทเลแกรม ซึ่งแสดงให้เห็นลยูคชินอยู่ในกลุ่ม "นักการทูตในอนาคต" ที่ "ผ่านการฝึกอบรมโดยใช้คู่มือของไรบาร์" แม้ใบหน้าของเขาจะถูกทำให้พร่ามัวในภาพ แต่เราสามารถยืนยันตัวตนของเขาได้จากเสื้อฮู้ดที่มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งตรงกับภาพในโซเชียลมีเดียที่เขาสวมใส่เสื้อตัวเดียวกัน

ในภาพของไรบาร์นั้น ลยูคชินปรากฏตัวร่วมกับผู้อำนวยการขององค์กร มิคาอิล ซวินชุค ซึ่งถูกสหราชอาณาจักรคว่ำบาตร และเป็นผู้ที่ถูกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ ต้องการตัว จากกรณีแคมเปญ TEXASvsUSA โดยซวินชุคมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และเป็นสมาชิกใน "คณะทำงานพิเศษ" ที่จัดตั้งขึ้นโดยประธานาธิบดีรัสเซียเพื่อดำเนินการเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสงครามในยูเครน

A composite image showing Evgeny Lyukshin wearing a navy hoodie with a flash of white on the left upper arm as he poses with friends whose faces we have blurred. Alongside this is a photo posted by Rybar of the organisation's director Mikhail Zvinchuk posing with a large group of young people who hold up certificates and bags saying "Rybar". In the front of the image, Lyukshin is highlighted crouching down, also holding a certificate. Although Rybar blurred his face and those of the other young people, his navy hoodie has the same flash of white on the left arm as in the social media pic.

ที่มาของภาพ, Instagram/Telegram

คำบรรยายภาพ, ลยูคชินถูกพบว่าปรากฏตัวในภาพบนโซเชียลมีเดียขณะอยู่ร่วมกับผู้อำนวยการของไรบาร์ เขาสวมเสื้อตัวเดียวกันกับที่เห็นในภาพถ่าย ขณะที่ใบหน้าของเขาถูกปกปิดไว้

หลักสูตรของไรบาร์ที่ลยูคชินเข้าร่วมศึกษา เป็นส่วนหนึ่งของโครงการขนาดใหญ่ด้าน "สงครามข้อมูลข่าวสาร" ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อสองปีก่อน ตามคำสั่งของรัฐบาลรัสเซีย

โครงการนี้ดำเนินการร่วมกันระหว่างฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีปูติน และอันเดรย์ ซูเชนต์ซอฟ ซึ่งถูกสหภาพยุโรปคว่ำบาตรจากความใกล้ชิดกับปูตินและการมีส่วนเกี่ยวข้องกับนโยบายที่คุกคามประชาธิปไตยและความมั่นคง

หลักสูตรดังกล่าวสอนโดยเจ้าหน้าที่ข่าวกรองหรือสายลับ และพันธมิตรใกล้ชิดของปูติน

หนึ่งในนั้นคือ อันเดรย์ เบซรูกอฟ ซึ่งใช้เวลาหลายทศวรรษปฏิบัติภารกิจสายลับในโลกตะวันตก โดยใช้อัตลักษณ์ของชาวแคนาดาที่เสียชีวิตไปแล้ว ก่อนจะถูกจับกุมในปฏิบัติการของเอฟบีไอในปี 2010 โดยชีวิตของเบซรูกอฟและภรรยาเขาที่ใช้อัตลักษณ์ปลอมเช่นกัน ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจบางส่วนให้กับซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง "The Americans"

อาจารย์อีกคนหนึ่งคือ เซอร์เกย์ นาโลบิน ก็ถูกกล่าวหาอย่างกว้างขวางว่าเป็นสายลับ และเคยปฏิบัติหน้าที่ที่สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียในกรุงลอนดอน

Man with brown and greying hair, wearing a grey suit with blue short and brown tie. A red lanyard is around his neck.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, อันเดรย์ เบซรูกอฟ เคยใช้ปลอมตัวเป็นบุคคลอื่นในระหว่างปฏิบัติภารกิจสายลับในโลกตะวันตก ปัจจุบันเขาเป็นผู้สอนหลักสูตร "สงครามข้อมูลข่าวสาร" ในรัสเซีย

ลยูคชินเคยศึกษาอยู่ที่สถาบันโรงเรียนนายร้อยมอสโกแห่งที่หนึ่ง (First Moscow Cadet Corps) อันโด่งดัง ครอบครัวของเขาเคยเผยแพร่ภาพที่เขาสวมเครื่องแบบทหารทางออนไลน์ รวมถึงภาพหนึ่งที่ระบุว่าถ่ายในทำเนียบเครมลิน

บีบีซียังไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่าเยฟเกนี ลยูคชิน คือนายอีแอลหรือไม่ โดยบีบีซีติดต่อเขาไปและนำเสนอหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเขาอาจเป็นบุคคลดังกล่าว ทว่าลยูคชินไม่ได้ตอบกลับ

อย่างไรก็ตาม เขาปรากฏอยู่ในกลุ่มขวาจัดปลอมที่ถูกสร้างขึ้นโดยปฏิบัติการของรัสเซียเพื่อกระตุ้นความเกลียดชังในสหราชอาณาจักร รายละเอียดของเขาสอดคล้องกับนายอีแอลเขาได้รับการฝึกฝนด้านสงครามข้อมูลข่าวสาร และแวดล้อมไปด้วยผู้ใกล้ชิดของปูติน

เรานำเสนอหลักฐานเกี่ยวกับการโจมตีที่มุ่งเป้าไปยังนายกรัฐมนตรีให้กับเบน วอลเลซ อดีตรัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีด้านความมั่นคงจากพรรคอนุรักษนิยม ซึ่งดำรงตำแหน่งในช่วงเหตุโจมตีด้วยสารพิษประสาทที่เมืองซอลส์บรี และช่วงการรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบ

เขาระบุว่า หลักฐานดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ารัสเซียกำลังดำเนินการ "ยกระดับต่อรัฐอังกฤษอย่างมีเจตนาและชัดเจน"

การเปิดฉากโจมตีทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรถือเป็นการเปลี่ยนนโยบาย ซึ่ง "ไม่น่าจะมาจากบุคคลระดับล่าง แต่ต้องมาจากระดับสูงสุด" เขากล่าว

Ben Wallace, a greying hair at the sides of his head, wearing a navy suit and a dark tie, sitting in a dark, wood-panelled room
คำบรรยายภาพ, เบน วอลเลซ อดีตรัฐมนตรีกลาโหม กล่าวว่า การ "ยกระดับ" ดังกล่าวนี้น่าจะเป็นคำสั่งที่มาจาก "ระดับสูงสุด"

ผู้บัญชาการเฮเลน ฟลานาแกน หัวหน้าหน่วยงานตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายแห่งกรุงลอนดอน ระบุว่า เป้าหมายของการโจมตีครั้งนี้ชี้ชัดเจนว่าต้องการ "ข่มขู่และสร้างความหวาดกลัวให้นายกรัฐมนตรี รวมถึงเป็นการโจมตีสหราชอาณาจักร" อย่างไรก็ดี เธอกล่าวว่าตำรวจยังไม่สามารถพิสูจน์ตัวตนของนายอีแอล หรือบุคคลที่เขาทำงานให้ได้ และ "เราไม่มีหลักฐานที่ชี้ว่าการกระทำนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ"

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวได้เปิดเผยกับเราว่า หน่วยงานของสหราชอาณาจักรและยูเครนได้สรุปเป็นการภายในว่า รัสเซียอยู่เบื้องหลังเหตุวางเพลิงดังกล่าว

เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เราติดต่อลยูคชิน โดยระบุว่าเราทราบว่าเขาเป็นสมาชิกของช่องเทเลแกรมของเรดิโอ เซาท์พอร์ต ช่องดังกล่าวก็หายไป

พร้อมกันนั้น ช่องอื่นอีกสี่ช่องซึ่งสร้างขึ้นโดยไรบาร์ เพื่อปลุกปั่นความเกลียดชังในสหราชอาณาจักรก็หายไปด้วย และภาพของลยูคชินที่ถ่ายร่วมกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ถูกนำออกจากเว็บไซต์ข่าวของรัสเซีย