ตั้งรัฐบาล : "ธรรมนัส" เคลียร์ใจ ส.ส. อีสานตอนบน - กลุ่มด้ามขวานไทย พปชร. ให้จัดโผเลขาฯ รมต.

Published

ประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แถลงข่าวพร้อมแกนนำ ส.ส. กลุ่มอีสาน และกลุ่ม 13 ส.ส. ภาคใต้ ในนาม "กลุ่มด้ามขวานไทย" ซึ่งเป็นสองกลุ่ม ส.ส. พรรค พปชร. ที่ออกมาเคลื่อนไหวส่งสัญญาณต่อการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เผยทำความเข้าใจกันแล้ว โดยจัดให้ทั้งสองกลุ่มมีโควต้าตำแหน่งผู้ช่วย เลขาฯ ที่ปรึกษารัฐมนตรี

"ประเด็นชัดเจนว่าทั้งภาคใต้ ทั้งอีสานตอนบนไม่ได้เรียกร้องตำแหน่งทางการเมือง เพียงแต่เป็นห่วงว่าพี่น้องทางใต้ 14 จังหวัด จะทำยังไงในเรื่องปัญหาของพี่น้องประชาชน เช่นเดียวกับอีสานตอนบน" ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวในการนำทีมแกนนำ ส.ส. อีสาน และใต้ แถลงข่าวเมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ (18 มิ.ย. 2562) และระบุว่า หลังจากการพูดคุยในวันนี้ "ความเป็นห่วงของทั้ง พ.อ. สุชาติ และคุณเอกราช ก็สบายใจขึ้น"

ร.อ.ธรรมนัส ทำหน้าที่เป็นมือประสานอีกครั้ง หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ร่วมพูดคุยกับ 10 "พรรคการเมืองจิ๋ว" ซึ่งตัวแทนบางพรรคได้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ พปชร. เห็นความสำคัญ "พรรคจิ๋ว" ผลการหารือลงตัวที่ทั้ง 10 พรรคไม่ขอต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี

ร.อ. ธรรมนัส ย้ำว่า จากนโยบายที่ได้รับมอบหมายมาให้พูดคุยในวันนี้ จะให้ พ.อ. สุชาติ ดูแลในตำแหน่งทางการเมืองอื่น ๆ ได้แก่ ผู้ช่วยรัฐมนตรี เลขาฯ ที่ปรึกษารัฐมนตรี สำหรับการบริหารพื้นที่ในภาคใต้ ส่วนทางอีสานตอนบน ก็จะมอบหมายให้นายเอกราชไปดูแล และเสนอชื่อบุคคลที่ควรได้รับตำแหน่ง

แกนนำ ส.ส. ใต้ กลุ่มด้ามขวานไทย ชี้ไม่ได้เรียกร้องเก้าอี้ รมต. แค่กังวลความเดือดร้อนชาวใต้

พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล แกนนำกลุ่ม 13 ส.ส. ภาคใต้ในนาม "กลุ่มด้านขวานไทย" กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค. พรรคพลังประชารัฐได้รับการเลือกตั้งในภาคใต้ ทั้งหมด 13 เขต ซึ่งได้รับเลือกตั้งมาเพราะว่าพี่น้องภาคใต้มีความเชื่อมั่นว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะสามารถแก้ปัญหาในภาคใต้ในทุกเรื่อง แต่ในช่วงที่มีการฟอร์มรัฐบาลและจัดสรรบุคคลเป็นรัฐมนตรี พี่น้องประชาชนก็มีความห่วงใยว่า ปัญหาในภาคใต้จะได้ได้รับการแก้ไขหรือไม่ จึงมีความเคลื่อนไหวที่สื่อสารออกมา

"ผู้ใหญ่ของเราภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านจะดูแลภาคใต้ตามนโยบายที่เราได้พูดคุยกับพี่น้องไว้ เพราะฉะนั้นวันนี้ มีความพอดีที่จะดำเนินการทำการเมืองต่อไป ภายใต้การนำของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา"

ความเคลื่อนไหวที่แสดงถึงการต่อรองเก้าอี้ตำแหน่งบริหารของกลุ่ม ส.ส. ภาคใต้ 13 คน เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งใน ส.ส. ของกลุ่ม ออกมาทวงตำแหน่งรัฐมนตรี ให้ พ.อ. สุชาติ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร รุ่น 12 รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์

ประเด็นหนึ่งที่มีการเรียกร้องคือเรื่องสัดส่วน ส.ส. ตามภาคที่ควรได้รับ โดยหากไม่ได้ตำแหน่ง ทางกลุ่มฯ เชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อพื้นที่ภาคใต้จนถึงขั้น "พลังประชารัฐภาคใต้อาจสูญพันธุ์" ภาพที่แสดงถึงพลังของกลุ่มก้อนที่ชัดเจนยังถูกตอกย้ำผ่านการเปิดที่ทำการกลุ่มด้ามขวานไทยที่แยกถนนพิชัย กรุงเทพฯ แยกออกมาต่างหากจากที่ทำการพรรคพลังประชารัฐเมื่อวานนี้ (17 มิ.ย.)

พ.อ.สุชาติ กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มแรกกลุ่ม ส.ส. ภาคใต้ ไม่ได้กดดันพรรคหรือนายกฯ ในเรื่องของตำแหน่ง เพียงแต่ว่าอยากทราบถึงแนวทางปฏิบัติของนโยบายตามที่ให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ราคาพืชผลทางการเกษตร ปาล์ม และยางพารา

"เราไม่ได้คำนึงถึงว่าจะมีฝ่ายบริหารหรือไม่ เป็นแต่เพียงการแก้ปัญหาเรื่องความเดือดร้อนเท่านั้นเอง" พ.อ. สุชาติ กล่าว "เข้ามาทำงานการเมืองไม่ได้คิดถึงตำแหน่ง ให้ผู้นำของเราสบายใจในการจัดตั้งรัฐบาล ตามที่มีกระแสข่าว 2-3 วัน เป็นเพียงว่าจะดำเนินการอย่างไรในการแก้ปัญหาและพัฒนาภาคใต้"

ห่วงการขับเคลื่อนปัญหาให้คนอีสาน

นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. แกนนำ ส.ส. กลุ่มอีสานตอนบน กล่าวว่า ภายหลังการพูดคุยที่มี ร.อ. ธรรมนัส เป็นตัวแทนผู้ประสานงานของพรรค ทั้งศูนย์ประสานงานพรรค จ.ขอนแก่น และ จ.อุบลราชธานี ได้ข้อสรุปว่า พล.อ. ประยุทธ์ มีความเข้าใจในการขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ ที่ พปชร. ได้ให้ไว้กับพี่น้องประชาชน และจะหา "บุคคลที่เหมาะสม" เข้ามาดูแลขับเคลื่อนนโยบาย

เขาเปิดเผยอีกว่านายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร. ให้คำรับรองว่าจะมอบหมายคนที่มีความรู้ มีความใกล้ชิดสนิทสนม ส่วนจะเป็นใครขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ พล.อ. ประยุทธ์ ในการพิจารณา พร้อมยอมรับว่าที่ผ่านมา ไม่มีบุคคลที่จะประสานทำความเข้าใจ และ พปชร. เองเป็นพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นใหม่ แกนนำพรรคอาจไม่ได้มีอาชีพเป็นนักการเมือง แต่เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีการพูดคุยใกล้ชิดมากขึ้น

"ในจำนวนล้านกว่าคะแนนล้วนแต่ฝากความหวังไว้กับเรา แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ความเงียบและความนิ่ง" นายเอกราชกล่าว และยืนยันว่า ส.ส. อีสาน ต้องการเพียงตัวแทนที่ไปขับเคลื่อนแก้ปัญหาให้ชาวอีสานเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นเอกราช และไม่ได้เรียกร้องเพื่อตัวเอง

กี่มุ้งในพลังประชารัฐ

การกำเนิดขึ้นของพรรคพลังประชารัฐ ที่เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่เมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว เป็นการรวมตัวของกลุ่มอดีต ส.ส. และผู้สมัครที่สอบตก หลายมุ้งการเมือง เช่น กลุ่มสามมิตร ที่นำโดย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่รวมผู้สมัคร ส.ส. จากภาคเหนือ บางส่วนของอีสาน และราชบุรี กลุ่มกำแพงเพชร ภายใต้การนำของนายวราเทพ รัตนากร กลุ่มอุบลราชธานี นำโดยนายสุพล ฟองงาม กลุ่มโคราชของนายวิรัช รัตนเศรษฐ์ กลุ่มภาคกลางและตะวันออกของสมาชิกประชาธิปัตย์เดิม กลุ่มชลบุรีจากตระกูลคุณปลื้ม เป็นต้น

ภายหลังการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. ผลคะแนนป๊อปปูลาร์โหวตในพื้นที่ภาคอีสานจำนวนกว่า 1.3 ล้านเสียง กลายเป็นข้อต่อรองของกลุ่ม ส.ส. อีสานตอนบน ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ภายหลังเริ่มมีความชัดเจนของโผคณะรัฐมนตรีมากขึ้นว่า พรรคร่วมรัฐบาลได้โควต้าเก้าอี้รัฐมนตรี ในสัดส่วน ส.ส. 3-7 คน ต่อ เก้าอี้รัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง แต่ ส.ส. อีสานตอนบน 11 คน จาก 15 จังหวัด กลับไม่มีที่ทางในการนั่งเป็นฝ่ายบริหารแม้แต่เก้าอี้เดียว

"ทางอีสานยืนยันตั้งแต่แรกว่าต้องมีผู้นำในการขับเคลื่อน ความหมายของเรา หมายถึงใครก็ได้ ที่จะมีส่วนเชื่อมประสานในการบริหารจัดการงบประมาณให้กับอีสานตอนบน และ จ.อุบลฯ ได้เรียนไปยังหัวหน้าพรรค และ นายกฯ หาตัวแทนที่เหมาะสม" นายเอกราช กล่าวในการแถลงข่าว