ฟัง ศิษย์-มิตร พูดถึง ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ก่อนรายงานตัวคดีกระเป๋าภริยานายกฯ

Published

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เตรียมพบพนักงานสอบสวน ปอท. ข้อกล่าวหาคดีผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ บ่ายวันที่ 31 ม.ค. บางเสียงวิจารณ์ว่านักวิชาการรุ่นใหญ่ "พลาด" ที่ "แชร์ก่อนเช็ค" แต่บรรดาลูกศิษย์เห็นว่าการจัดการชาญวิทย์ สะท้อน "ความไร้สาระของยุคสมัย"

"รู้ว่าสนุกแน่ ๆ แต่ยังไม่ได้ลองเล่น" คือคำพูดของ ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์การเมือง ที่บอกกับลูกศิษย์รายหนึ่ง หลังมีคนชักชวนให้นักวิชาการรุ่นใหญ่ทดลองเล่นเฟซบุ๊กเมื่อหลายปีก่อน ก่อนที่เขาจะก้าวเข้าสู่อาณาจักรใหม่ในโลกออนไลน์ในปี 2552

"อาจารย์เป็นผู้อาวุโสที่ทันสมัย ชอบอยู่กับคนรุ่นใหม่ ให้ความสำคัญกับคนรุ่นใหม่ เพราะมองว่าคนรุ่นใหม่เป็นอนาคต เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป อาจารย์จึงหันมาสื่อสารความคิดในโซเชียลมีเดีย" ฟ้ารุ่ง ศรีขาว ผู้สื่อข่าววอยซ์ทีวี และแอดมินเพจ Fahroong Srikhao ที่มีผู้ติดตาม 4.7 หมื่นคน กล่าวกับบีบีซีไทย

ฟ้ารุ่งคือลูกศิษย์คนนั้น คนที่อาจารย์ชาญวิทย์เคยเล่าให้ฟังว่าถูกกระแนะกระแหน เสียดสี ถากถาง เมื่อปล่อย "ความคิดกระแสรอง" ผ่านกระดานข้อความในโลกออนไลน์

แฟนเพจฟ้ารุ่ง มักนำเรื่องราวของ ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์มาถ่ายทอดอยู่บ่อย ๆ ล่าสุดคือปรากฏการณ์ "กอด" ให้กำลังใจนักวิชาการรุ่นใหญ่จาก "เพื่อน-มิตร-ศิษย์ CK (Charnvit Kasetsiri)" หลังถูกตั้งข้อหากระทำการฝ่าฝืน พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ จากกรณีส่งต่อ (แชร์) ข้อความที่มีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์กระเป๋าถือของ นางนราพร จันทร์โอชา ภริยาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งเข้าข่ายบิดเบือนผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ที่มีผู้ติดตามกว่า 3.1 หมื่นคน

ต่อมานายกรัฐมนตรีออกมาเปิดเผย (16 ม.ค.) ว่ากระเป๋าที่ภริยาใช้เป็นของศูนย์ศิลปาชีพ ไม่ใช่กระเป๋าแบรนด์แอร์เมส (Hermes) ราคา 2 ล้านตามที่สื่อสังคมออนไลน์วิจารณ์แต่อย่างใด

ดร.นันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก หนึ่งในบุคคลที่ร่วมฉาก "กอด" อาจารย์ชาญวิทย์ เพราะเป็นทั้งศิษย์เก่าสมัยเรียนคณะศิลปศาสตร์ มธ. และยังเชิญอาจารย์มาสอนหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต วิทยาลัยสื่อสารการเมืองของ ม.เกริก มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ สะท้อนความไร้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ มันเหมือนเป็นการปรามไม่ให้แสดงความคิดเห็น พร้อมตั้งคำถามว่า "ผิดด้วยหรือที่จะวิจารณ์เครื่องแต่งกาย เครื่องใช้ ซึ่งเป็นการวิจารณ์ต่อบุคคลสาธารณะ"

ไม่ต่างจากศิษย์อีกคน ผศ.ดร.อรอนงค์ ทิพย์พิมล อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มธ. ผู้เข้าสวม "กอดชุดแรก" แด่อาจารย์ชาญวิทย์เพื่อแสดงความรัก เคารพ และให้กำลังใจ

จากเคยเป็นนักเรียนในชั้นเรียนของอาจารย์ชาญวิทย์เมื่อ 20 ปีก่อน ผศ.ดร.อรอนงค์ กำลังทำหน้าที่ส่งต่อความรู้ให้คนรุ่นหลัง-แบบอาจารย์ของเธอในรั้วธรรมศาสตร์ เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น จึงอดตั้งคำถามไม่ได้

"ตอนแรกคิดว่าไม่ใช่เรื่องจริง มันดูไร้สาระเกินไปที่จะเป็นคดีความ มันไม่น่ามีใครโดนแจ้งข้อหาเพราะแชร์ข่าวในเฟซบุ๊ก แต่สุดท้ายมีการบอกว่าข่าวปลอม" ผศ.ดร.อรอนงค์กล่าวกับบีบีซีไทย

อาจารย์สาวเชื่อว่า บทบาทที่แหลมคมหลังรัฐประหารปี 2557 และการเป็นปัญญาชนแถวหน้าที่ออกมาท้าชนกับอำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง คือเหตุผลที่ทำให้อาจารย์ชาญวิทย์ถูกจับจ้อง

"จริง ๆ เฟซบุ๊กอาจารย์ชาญวิทย์ ไม่ใช่เพจการเมืองเลยนะ เราจะเห็นว่ามีเพื่อนทุกสีอยู่ในนั้น" ผศ.ดร.อรอนงค์กล่าว ก่อนเล่าว่าสไตล์การเขียนเว้นวรรคเยอะ ๆ หรือสอดแทรกประเด็นประวัติศาสตร์ไปในโพสต์ เป็นสิ่งที่อาจารย์ชาญวิทย์ทำมาตลอด ก่อนยุคโซเชียลมีเดีย อาจารย์มักแบ่งปันความรู้-ความคิดให้ลูกศิษย์ผ่านอีเมล

ในฐานะอาจารย์สอนประวัติศาสตร์ ผศ.ดร.อรอนงค์เห็นว่าการจัดการกับอาจารย์ชาญวิทย์ จะทำให้ "คนกลับมามองยุคนี้ด้วยความฉงนว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องได้อย่างไร สะท้อนความอ่อนด้อย ไร้น้ำยาของประวัติศาสตร์ช่วงนี้ และความไร้สาระของยุคสมัย"

ระยะเวลาเกือบ 2 ใน 3 ของชีวิตชายวัย 76 ปีรายนี้ ทำหน้าที่ "ครู" แม้เกษียณอายุราชการมากว่า 10 ปีแล้ว แต่ ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ไม่เคยหยุด "สอน" และ "เรียนรู้" และมีหัวใจที่คงความเป็นหนุ่มอยู่ตลอด

"คนหนุ่มสาวต้องมีจิตวิญญาณที่ขบถ ถ้าความรู้สึกนี้ไม่เกิดขึ้นในวัยหนุ่มสาว อย่าหวังว่าจะไปขบถในวัยไหน" คำพูดของอาจารย์ชาญวิทย์ในวันวานที่ยังดังก้องหูอาจารย์อรอนงค์ในวันนี้

เธอเชื่อว่า ความศรัทธาในพลังคนหนุ่มสาวอาจได้รับอิทธิพลจากการที่ ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์มองเห็นโลกกว้าง เพราะในช่วงที่ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก (2508-2515) ในสหรัฐฯ เป็นห้วงเวลาที่ขบวนการนักศึกษากำลังเติบโตทั่วโลก และเมื่อกลับมาเป็นอาจารย์ที่ มธ. (2516) ก็เป็นช่วงที่ขบวนการนักศึกษาไทยเติบโต-แข็งแรง

ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์จึงเป็นครูที่คอยดันหลังลูกศิษย์เสมอแม้ไม่เคยสอนโดยตรง อย่างในคราวที่นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มธ. (ขณะนั้น) ถูกอุ้มจากหน้า มธ. ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2559 หลังเขากับเพื่อนนักกิจกรรมเคลื่อนไหวตรวจสอบกรณีความไม่โปร่งใสในการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ อาจารย์ชาญวิทย์เรียกเหตุการณ์นี้ว่า "อธรรมศาสตร์"เพราะผู้บริหารมหาวิทยาลัยไม่ยืนอยู่กับหลักการ พร้อมเรียกร้องให้คนเป็นครูบาอาจารย์ใช้ "เมตตาธรรม" กับศิษย์บ้าง (แฟนเพจ ฟ้ารุ่ง ศรีขาว, 1 ก.พ. 2559)

หรือเมื่อ 7 นักศึกษาที่เรียกตัวเองว่าขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (NDM) ถูกจับกุมคุมขัง หลังเผยแพร่เอกสารความเห็น "ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ" ในช่วงประชามติปี 2559 ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์เป็นหนึ่งในคณาจารย์ที่ไปร่วมกิจกรรม "รณรงค์เป็นสิทธิ ไม่ผิดกฎหมาย" ที่หอประชุมศรีบูรพา มธ. ท่าพระจันทร์ เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2559 ทิ้งวรรคทองที่ว่า "สังคมใดก็ตามที่จับคนหนุ่มสาวมาขังคุก สังคมนั้นไม่มีอนาคต"

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหาก 1 ใน 4 เงื่อนไขที่สมาชิกกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) "ขีดเส้น" ขอคำตอบจาก คสช. จะมีประเด็นยกเลิกการตั้งข้อหากับอดีตอธิการบดี มธ. รวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังประกาศเชิญชวนประชาชนไปร่วมให้กำลังใจอาจารย์ชาญวิทย์ในระหว่างเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ในวันที่ 31 ม.ค. เวลา 13.00 น.

นายรังสิมันต์ โรม นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มธ. ผู้เป็นสมาชิกกลุ่ม DRG และเป็น 1 ใน 7 ผู้ต้องหาคดีประชามติ เชื่อว่าการให้แสดงความคิดเห็นของอาจารย์ชาญวิทย์ในเฟซบุ๊กเป็นไปอย่างสุจริตใจ และในเมื่อบ้านเมืองกำลังจะเดินไปสู่การเลือกตั้ง ก็จำเป็นต้องผ่อนปรนสถานการณ์เปิด จึงไม่เห็นด้วยกับการดำเนินคดีกับอาจารย์รายนี้

สำหรับนายรังสิมันต์ไม่ได้เป็นลูกศิษย์โดยตรง แต่ถือเป็นผู้มีไมตรีจิตต่อกัน

อย่างไรก็ตามมีข้อทักท้วงจากฝ่ายผู้เห็นต่างว่ากรณีนี้ ถือเป็นความ "พลาด" ของ ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์เอง ที่ "แชร์ก่อนเช็ค" และไม่ใช่เรื่องสิทธิ-เสรีภาพ-ความชอบธรรมในการแสดงความคิดเห็น นายรังสิมันต์ยอมรับว่าในโซเชียล มันยากมากที่จะคาดหวังให้คนรู้ข้อเท็จจริงเท่ากัน

"ในการวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ได้หมายความว่าจริง 100 เปอร์เซ็นต์ เราถึงเรียกมันว่า 'วิจารณ์' โดยรัฐมีเครื่องมือตั้งมากมายในการให้ข้อมูลอีกด้าน ไม่เห็นต้องดำเนินคดี หากอาจารย์เขาเข้าใจผิด ประชาชนก็จะเห็นอีกอย่างอยู่แล้ว" นายรังสิมันต์กล่าวทิ้งท้าย

การส่งข้อมูลปลอม เป็นเท็จ เป็นภัยมั่นคง ลามก ผ่านคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 14 ของ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ คือการจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

"ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายและศีลธรรม และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม" อดีตอธิการบดีผู้ต้องเป็นผู้ถูกกล่าวหาประกาศผ่านเฟซบุ๊ก

ที่มา : ความเคลื่อนไหวนี้เป็นเพียงบางส่วนที่รวรวมสำนักข่าวไทยพับลิก้า (4 พ.ย. 2555), สำนักข่าวประชาไท, มติชนออนไลน์