ผลคะแนนเรียลไทม์ โหวต เศรษฐา เป็นนายกรัฐมนตรี
สมาชิกรัฐสภาลงคะแนนแล้ว 100 คน
เห็นชอบ: 61
ไม่เห็นชอบ: 25
งดออกเสียง: 8
ไม่ลงคะแนน: 6
บีบีซีไทยเกาะติดสถานการณ์ในวันที่มีความเคลื่อนไหวสำคัญทางการเมือง จากการเดินทางกลับบ้านเกิดของอดีตนายกฯ คนที่ 23 และการโหวตเลือกนายกฯ คนที่ 30 ของไทย
สมาชิกรัฐสภาลงคะแนนแล้ว 100 คน
เห็นชอบ: 61
ไม่เห็นชอบ: 25
งดออกเสียง: 8
ไม่ลงคะแนน: 6
เวลา 15.24 น. ที่รัฐสภา ได้มีการเริ่มลงมติ ให้ความเห็นชอบ นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี แล้ว โดยจะมีการเรียกชื่อสมาชิกรัฐสภารายบุคคลตามลำดับตัวอักษร จากนั้นให้สมาชิกรัฐสภาแต่ละคนกล่าววาจาโดยเปิดเผย ว่า "เห็นชอบ" หรือ "ไม่เห็นชอบ" ที่จะให้นายเศรษฐา เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป โดยคาดว่าจะใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงทั้งนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน ต้องได้รับคะแนนเสียง "เห็นชอบ" มากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่ของสองสภา หรือ 375 เสียง จากสมาชิกทั้งหมด 748 คน จึงจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี
เวลา 14.51 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ลุกขึ้นชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเรื่องการซื้อขายที่ดินของ บมจ.แสนสิริ และตอบข้อซักถามต่าง ๆ ของสมาชิกรัฐสภาแทนนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ที่ไม่ได้เดินทางเข้ามาแสดงวิสัยทัศน์ต่อรัฐสภา
หัวหน้าพรรค พท. กล่าวว่า ตามที่มีข้อกล่าวหาเรื่องการเลี่ยงภาษี และการซื้อขายที่ดินที่มีการกล่าวหาว่าแต่งตั้ง “นอมินี” ขึ้นมารองรับ ทางพรรค พท. ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ได้ตรวจสอบข้อกฎหมายทุกอย่าง ล่วงเลยไปถึงจริยธรรม และความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
“ยืนยันว่าไม่มีเรื่องใด ๆ ที่เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ ไม่มีข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย”
“ยืนยันว่าไม่มีข้อเท็จจริงใด ๆ หรือหลักฐานใด ๆ ที่บ่งชี้ว่า นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นบุคคลที่ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีแต่ข้อกล่าวหาที่โน้มเอียง เอาหลักฐานในการประกอบธุรกิจมาเป็นตัวกล่าวอ้าง เป็นลักษณะการเชื่อมโยงกัน แต่ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดเช่นนั้น จึงยังถือว่านายเศรษฐาเป็นผู้ที่มีความบริสุทธิ์ เป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” นพ.ชลน่านกล่าว
สำหรับรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) กำหนดคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าต้อง “มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์”
“กำลังใจยังดี สู้ครับ... คอยอีกนิดนะครับ” นายเศรษฐา ตอบคำถามสั้น ๆ กับสื่อ โดยระบุว่าหลังการโหวต หากได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 นายเศรษฐาจะแถลงข่าวที่พรรคเพื่อไทย
ส่วนกองเชียร์พรรคเพื่อไทย ที่มารวมตัวกันที่ทำการพรรค ต่างตะโกนว่า “นายกฯ เศรษฐา”

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ผ่านมากว่า 3 ชม. ของการอภิปรายคุณสมบัติแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในระหว่างการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกฯ ในรอบที่ 3 ซึ่งนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ภายหลังการอภิปรายเสร็จสิ้น จะมีตัวแทนของพรรค พท. 4 คนลุกขึ้นชี้แจง และคาดว่าจะเริ่มลงมติได้ราว 15.30 น.
ตลอดทั้งวัน มี สส. และ สว. สลับกันขึ้นอภิปรายใน 3-4 ประเด็น ไม่ว่าจะเป็น
นายวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร ตั้งคำถามว่า “คนที่จะมาเป็นนายกฯ เรายังไม่รู้จักว่าเป็นคนดีหรือไม่ดี ทำธุรกิจดีหรือไม่ดี สามารถนำพาประเทศไปได้หรือไม่ เราไม่รู้จักแล้วจะเลือกอย่างไร” และพรรค พท. ก็ไม่ได้ทำเอกสารแจกให้ทราบว่าเขาเป็นใคร ประวัติเป็นอย่างไร เช่นเดียวกับ บมจ.แสนสิริ ที่ไม่เคยออกมาชี้แจงและส่งเอกสารให้ สว. ทราบ
“ขณะนี้นายเศรษฐาถูกโจมตีตลอด ทำการค้าไม่ถูกต้อง เลี่ยงภาษีบ้างอะไรบ้าง เราพยายามหาข้อมูลว่าเป็นจริงหรือไม่ หรือแค่ถูกกล่าวหา หรือเป็นคนดี แต่พวกเราไม่ทราบจริง ๆ แล้วจะไปเลือกได้อย่างไร จะเอาประเทศมาเสี่ยง เลือกคน ๆ หนึ่งที่ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรมาปกครองประเทศ เอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน เอาเศรษฐกิจ เอาประเทศชาติ เอาความเจริญมาเป็นประกัน แม้แต่สถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นประกันหรือ ผมฟังแล้วมีความรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง แต่ในฐานะที่เราต้องเลือก ก็ต้องหาข้อมูล” สว.วิวรรธน์กล่าว
บรรดา สว. ทั้งนายวิวรรธน์ รวมถึงนายเสรี สุวรรณภานนท์ ที่เห็นว่าข้อมูลหลักฐานที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ “เป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือ” และมีการนำมาอภิปรายโดยสรุปกลางสภา ทั้งกรณีถูกกล่าวหาเรื่องการซื้อที่ดินจากบุคคล 12 คน 12 วัน เพื่อให้ “เสียภาษีน้อยลง”, การใช้นอมินีซื้อที่ดินราคาถูก แต่นำไปขายในราคาแพง ก็มีส่วนต่าง
“เป็นเรื่องบุคคลที่บริหารองค์กร ก็ห่วงว่าหากนำวิธีเหล่านี้มาบริหารประเทศ มันจะมีเงินทอนกันตลอดเวลาไหม” สว.เสรีกล่าวและย้ำว่า ส่วนตัวไม่รู้จัก ไม่มีอคติ ไม่เคยคุยกับนายเศรษฐา แต่เป็นห่วงหากต้องมาบริหารประเทศ
“ประเทศชาติจะเจริญได้ต้องเลือกคนซื่อสัตย์สุจริต มีจริยธรรม ผมเชื่อว่า สว. ทุกคนในที่นี มีสิทธิเลือก มีจริยธรรมทุกคน ถ้ารู้ข้อเท็จจริงแบบนี้เขาพิจารณาได้ว่าจะเลือกหรือไม่ แล้วอย่าลืมว่าเวลาที่ให้คำปฏิญาณตนต่อหน้าพระพักตร์ในการทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพราะผมได้ยินข่าวไม่ดีว่ามีการแจกกล้วยให้ สว. ขอพูดตรง ๆ ว่าเป็นคนดี ๆ ไม่ชอบ อยากจะเป็นลิง อยากจะไปกินกล้วยชาวบ้านเขา ผมว่าผิดคำสาบาน ต่อไปจะโดนลงโทษ” นายวิวรรธน์กล่าว
หนึ่งวันก่อนโหวตเลือกนายกฯ ยกที่ 3 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เจ้าของฉายา “จอมแฉ” ได้เปิดแถลงข่าวที่ใช้ชื่อว่า “แฉเพื่อชาติ” เอพิโสด (ep.) 3 กล่าวหาว่าการซื้อขายที่ดินของ บมจ.แสนสิริ ภายใต้การบริหารของนายเศรษฐา ทวีสิน “ไม่ชอบมาพากล” เพื่อชี้ชวนให้เห็นว่าเขาตกคุณสมบัตินายกฯ พร้อมส่งเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ให้ สส. และ สว. ประกอบการพิจารณา
รัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) กำหนดคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรี ว่าต้อง “มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์”
ทว่าข้อสรุปจากวงประชุมคณะกรรมการประสานงาน (วิป) 3 ฝ่าย ประกอบด้วย พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล พรรคเสียงข้างน้อย และวุฒิสภา เมื่อ 18 ส.ค. คือ “ไม่จำเป็นต้องแสดงวิสัยทัศน์” โดยให้เหตุผลว่า รัฐธรรมนูญ 2560 และข้อบังคับการประชุมรัฐสภา 2563 ไม่ได้กำหนดเรื่องนี้เอาไว้
ด้านนายเศรษฐาชี้แจงข้อกล่าวหาของนายชูวิทย์ผ่านคลิปวิดีโอความยาว 7.44 นาที ซึ่งเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กของเขาเมื่อ 18 ส.ค. โดยระบุว่า ทุก ep ของชูวิทย์ ไม่ว่าจะเป็น ที่ดินแปลงสารสิน หรือที่ดินซอยทองหล่อ เป็นเรื่องแบบเดียวกัน แต่อยากให้แยกระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายให้ชัดเจน โดยแสนสิริคือผู้ซื้อ ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการบริหารภายในของฝ่ายผู้ขายได้ในทุกขั้นตอน ฝั่งผู้ซื้อ ไม่มีนอมินี ไม่มีการปล่อยกู้ให้ผู้ขาย ไม่มีการทำสัญญากู้ ไม่มีการสมคบคิดใด ๆ และไม่เคยมีเงินทอนใด ๆ กลับมาที่ตัวเขา หรือพนักงานแสนสิริคนไหนทั้งสิ้น
“คุณโกรธเคืองที่บริษัทไม่ซื้อที่ดินคุณที่ซอยสุขุมวิท 24 เมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว เราตกลงกัน จากราคา 2,000 ล้าน เหลือ 1,800 ล้าน แต่ที่ดินคุณมีเงื่อนไขติดพันกับบริษัท ไรมอนแลนด์ แสนสิริไม่สามารถซื้อที่ดินที่มีนิติกรรมซ้อนได้ คุณไม่พอใจ แต่เพราะเงื่อนไขของที่ดินคุณเอง” เศรษฐา “แฉคืน” ชูวิทย์
ย้อนอ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
บีบีซีไทยพาย้อนดูภาพการ “กราบ” หลังกลับไทยของทักษิณชินวัตร ระหว่างปี 2551 กับปี 2566
ในการแถลงการรับตัวนายทักษิณ ชินวัตร เข้าสู่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ กรมราชทัณฑ์ ได้เปิดเผยถึงขั้นตอนการขอทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษและระยะเวลาของการดำเนินการแต่ละขั้นตอนด้วย
นายสิทธิ สุธีวงศ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงกระบวนการขอพระราชทานอภัยโทษของนายทักษิณ ว่าเป็นไปตามแนวทางที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งดูแลหน่วยงานด้านกระบวนการยุติธรรม เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า นายทักษิณ สามารถยื่นขอพระราชทานอภัยโทษได้ตั้งแต่วันแรกที่ถูกคุมขัง
รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า กระบวนการนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเอกสาร ซึ่งโดยปกติตัวนายทักษิณเองหรือญาติจะเป็นผู้ยื่นเอกสารให้ทางเรือนจำ หลังได้รับเอกสารทางคณะกรรมการของเรือนจำจะพิจารณาการยื่นขอ ก่อนส่งเรื่องให้ทางกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อเสนอไปยังนายกรัฐมนตรี ลงนามในขั้นต่อไป
"เราพร้อมที่จะรับถ้าทางผู้เกี่ยวข้องมายื่นเอกสาร" รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าว พร้อมอธิบายว่า กรณีของนายทักษิณ เป็นการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะตัวบุคคล ซึ่งเป็นคนละประเภทกับการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไปในโอกาสสำคัญต่าง ๆ
รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงระยะเวลาของกระบวนการนี้ว่า โดยทั่วไปจะใช้เวลาไม่เกิน 1-2 เดือน จนเรื่องถึงสำนักองคมนตรี
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาจะเป็นเท่าใด ขึ้นอยู่กับแต่ละขั้นตอน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะช้าในขั้นการรวบรวมเอกสาร เมื่อยื่นมาแล้วเอกสารไม่ครบ เพราะต้องมีเอกสารประกอบเป็นจำนวนมาก
"1-2 เดือนหมายถึงเรื่องออกจากนายกรัฐมนตรี ไปถึงสำนักองคมนตรีเรียบร้อย ส่วนขั้นตอนกระบวนการวินิจฉัยข้างบนก็เป็นเรื่องที่แล้วแต่พระราชอำนาจ ไม่มีเงื่อนกำหนดเวลา" นายสิทธิ กล่าว
กรมราชทัณฑ์ แถลงในเวลา 13.00 น.ว่า ราชทัณฑ์ได้รับตัวนายทักษิณ ชินวัตร เข้าสู่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เรียบร้อยแล้ว หลังจากเข้าสู่กระบวนการจัดทำประวัติและตรวจสุขภาพ
นายสิทธิ สุธีวงศ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่าได้มีการจัดทำทะเบียนประวัติ และโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ตรวจสุขภาพนายทักษิณ พบว่าเป็นกลุ่มเปราะบาง เนื่องจากอายุเกิน 60 ปี จากประวัติ พบว่ามีโรคประจำตัวต้องรักษาอย่างต่อเนื่องจึงต้องมีการแยกการคุมขังไว้ที่แดน 7 ซึ่งเป็นสถานพยาบาลของเรือนจำพิเศษกรุงเทพ
"เพื่อความปลอดภัยก็แยกไว้เฉพาะท่านคนเดียว โดยจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย 24 ชั่วโมง"
ด้าน นพ.วัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข ผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงการตรวจสุขภาพของนายทักษิณว่ามีโรคประจำตัวที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ โรคหัวใจ ซึ่งนายทักษิณมีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งปัจจุบันมีการรับประทานยาละลายลิ่มเลือดอยู่
นายทักษิณยังมีภาวะเกี่ยวกับปอด จากประวัติการติดเชื้อโควิด-19 ที่เคยมีอาการปอดอักเสบรุนแรง ทำให้ปอดมีภาวะพังผืด เป็นความผิดปกติต่อเนื่องจากอาการปอดอักเสบเรื้อรัง นอกจากนี้ยังมีภาวะความดันโลหิตสูง ภาวะกระดูกสันหลังเสื่อมในหลายระดับ และมีการตรวจพบว่ามีการกดทับเส้นประสาท ทำให้มีอาการปวดเรื้อรัง รวมทั้งอาการเดินที่ผิดปกติ
จากประวัติเบื้องต้นของทีมแพทย์ เห็นว่านายทักษิณเป็นกลุ่มเปราะบาง ซึ่งตามการปฏิบัติของราชทัณฑ์ทั่วประเทศ ผู้ต้องขังกลุ่มนี้จำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัย ในกรณีที่เจ็บป่วยต้องรับการรักษาให้ทันท่วงที
นพ.วัฒน์ชัย กล่าวด้วยว่า นายทักษิณยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และลักษณะการเดินเหินเป็นไปตามอายุ
ด้าน ดร.อายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยด้วยว่า "ทางเรือนจำให้เกียรติอดีตนายกฯ ท่านใส่เสื้อสีขาว เดินเข้าไปประตู 2 ผ่านประตู 3 แล้วเข้าไปที่จุดสอบประวัติ พิมพ์ลายนิ้วมือ ถ่ายภาพ อาการของท่านก็ปกติ"
นายนัสที ทองปลาด ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการกำหนดแดนคุมขังว่าอยู่ส่วนไหนเป็นระบบจำแนกลักษณะของนักโทษ เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ ในเบื้องต้นนายทักษิณเข้าสู่ระบบการกักตัวก่อน 10 วัน
"ท่านบอกไม่ค่อยหิว เท่าที่เห็น ท่านดื่มแต่น้ำเปล่า และกินอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ยังไม่เป็นมื้อจริงจัง เป็นพวกอาหารเล็ก ๆ เวเฟอร์ เบอเกอรี" ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ระบุ
ด้าน นพ.วัฒน์ชัย กล่าวเสริมว่า หลังจากครบการกักตัว ในกลุ่มผู้ป่วยผู้ต้องขังกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงอย่างกลุ่มโรคประจำตัวที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดจะกำหนดให้อยู่ในแดนพยาบาลเช่นเดิม
นี่คือภาพนาทีขบวนรถของเจ้าหน้าที่ที่นำตัวนายทักษิณ ชินวัตร เดินทางมาถึงบริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อเวลา 11.20 น. ที่ผ่านมา
ล่าสุด กรมราชทัณฑ์ เตรียมแถลงข่าวชี้แจงกระบวนการรับตัวนายทักษิณในช่วงบ่ายนี้

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
เวลา 11.36 น. นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ลุกขึ้นอภิปรายกลางรัฐสภา โดยประกาศ “ไม่เห็นชอบ” ให้นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทยเป็นนายกฯ โดยให้เหตุผลว่าไม่ใช่ไม่รู้จัก ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับตัวแคนดิเดต หรือติดใจเรื่องคุณสมบัติแต่อย่างใด แต่มองว่าการจัดตั้งรัฐบาลที่เป็นอยู่ขัดแย้งกับมติประชาชนที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้ง 14 พ.ค. ว่าประชาชนต้องการยุติอำนาจรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
“การจัดตั้งรัฐบาลที่เป็นอยู่ ไม่ใช่การสลายขั้วเพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อ แต่มันคือการต่อลมหายใจให้ระบบการเมืองที่ระบอบ คสช. วางไว้ต่อ แล้วต้องการสืบไป” เลขาธิการพรรค ก.ก. กล่าว
เขายังชี้ให้เห็นว่า การจัดตั้ง “รัฐบาลพิเศษ”มีราคาและต้นทุนที่สังคมต้องจ่าย 3 ข้อ

ที่มาของภาพ, ฺBBC
สส. ก้าวไกลกล่าวต่อไปว่า หัวใจความขัดแย้งตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา คือการปะทะขัดแย้งกันระหว่างอำนาจของประชาชนที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้ง กับอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชน โดยเขาเห็นว่าทางออกจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อนี้ “ไม่ใช่การสลายขั้วความขัดแย้งอย่างผิวเผินด้วยการจัดตั้งรัฐบาลผสมพันธุ์ข้ามขั้ว แต่ต้องแสวงหาระบบการเมืองที่เป็นฉันทามติใหม่ โดยวางอยู่บนหลักการพื้นฐานที่สำคัญว่าอำนาจสูงสุดต้องเป็นของประชาชน”
เอกสารข่าวจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เผยแพร่คำพิพากษาของศาลฎีกา ตัดสินจำคุกนายทักษิณ ชินวัตร เป็นเวลารวม 8 ปี
เอกสารข่าวจากศาลฎีกาฯ ระบุรายละเอียดว่า หลังจากผู้กำกับการด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานกรุงเทพ นำนายทักษิณ บุคคลตามหมายจับมาส่งต่อศาลแล้ว นายทักษิณยอมรับว่าเป็นจำเลยในคดีทั้ง 3 คดี ได้แก่
เอกสารข่าวระบุต่อด้วยว่า ศาลฎีกา ให้นับโทษจำคุกของจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อม. 5/2551 ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อม. 4/2551 และคดีหมายเลขแดงที่ อม. 10/2552 ดังนั้น รวมโทษจำคุกนายทักษิณจึงเป็นเวลาทั้งสิ้น 8 ปี
บีบีซีไทย ได้สัมภาษณ์ผู้พิพากษาศาลยุติธรรมในประเทศไทยในประเด็นดังกล่าว และได้คำอธิบายว่า แม้ว่าคดีทั้ง 3 จะมีโทษจำคุกรวมกัน 10 ปี แต่ในกรณีนี้นายทักษิณต้องรับโทษจริงรวม 8 ปีเท่านั้น เนื่องจากคดีเอ็กซิมแบงก์ ซึ่งมีโทษจำคุก 3 ปี และคดีหวยบนดิน ซึ่งมีโทษจำคุก 2 ปี ทั้งสองคดีดังกล่าวไม่ได้มีการระบุให้ "นับโทษต่อ" มีเพียงคดีนอมินีหุ้นชินคอร์ปฯ เท่านั้นที่คำพิพากษาระบุว่าให้ "นับโทษต่อ" ได้ นั่นหมายความว่าการนับเวลาการรับโทษของนายทักษิณ จะเริ่มนับตั้งแต่วันนี้ (22 ส.ค.) ที่ศาลมีคำพิพากษา โดยเริ่มรับโทษในคดีแรกและคดีที่สองก่อน และจะนับเวลาการรับโทษซ้อนกันไปได้ แปลว่าในสองคดีแรก ทักษิณจะรับโทษจำคุกรวม 3 ปี จากนั้นจึงจะรับโทษจำคุกของคดีที่สามต่ออีก 5 ปี ดังนั้นรวมแล้วทักษิณจึงจะรับโทษจริงรวม 3+5 = 8 ปี
ทั้งนี้ในคดีปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์ และคดีหวยบนดิน เป็นคดีความที่ฟ้องโดยคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ ฟ้องร้องต่อนายทักษิณ
ส่วนคดีแก้ไขสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเอื้อประโยชน์ บมจ.ชินคอร์ปอเรชั่น ฝ่ายโจทก์ คือ อัยการสูงสุด
ทนายความของอดีตนักการเมืองระดับชาติ เปิดเผยกับบีบีซีไทยก่อนหน้านี้ว่า กระบวนการขอพระราชทานอภัยโทษของทักษิณจะเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วันแรกที่นายทักษิณเข้าไปนอนในคุก
ตามหลักเกณฑ์การขอลดโทษกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม นายทักษิณจะเข้ากรณีการขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา
เงื่อนไขของผู้ที่จะยื่นฎีกา ต้องเป็นผู้ต้องโทษที่คดีถึงที่สุดแล้ว หรือผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง เช่น บิดามารดา บุตร คู่สมรส โดยยื่นเรื่องผ่านเรือนจำ หรือกระทรวงยุติธรรม หรือสำนักราชเลขาธิการ หรือกระทรวงการต่างประเทศ หรือสถานทูต (กรณีเป็นชาวต่างชาติ)
จากนั้นกรมราชทัณฑ์ก็จะสอบสวน เรื่องราวยังเรือนจำที่ควบคุมตัวผู้ต้องโทษ และเสนอความเห็นให้ รมว.ยุติธรรม ลงนาม เพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ ผ่านสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และสำนักราชเลขาธิการ
เมื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยอย่างไร ก็จะส่งผลฎีกาให้กรมราชทัณฑ์ทราบและดำเนินการ และแจ้งผลให้ผู้ยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาทราบต่อไป
“กรณีเดียวที่คุณทักษิณจะออกจากเรือนจำได้ คือต้องทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย ซึ่งการจะทำเช่นนั้นได้ ต้องเข้าไปในคุกก่อน แต่ทั้งหมดนี้เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์” ทนายความคนเดิมกล่าว
อ่านเพิ่มเติมขั้นตอนการขอพระราชทานอภัยโทษ ว่ามีข้อถกเถียงอย่างไร
ก่อนเข้าสู่กระบวนการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้เสนอ “ญัตติด่วน” ด้วยวาจา ขอให้ทบทวนมติรัฐสภาเมื่อ 19 ก.ค. ที่เห็นว่า การเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ เป็น “ญัตติซ้ำ” และทำไม่ได้ หลังศาลรัฐธรรมนูญไม่รับวินิจฉัยในประเด็นนี้
อย่างไรก็ตามนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ได้ยืนยันอำนาจของประธานรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 80 และข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 5 ประกอบข้อ 151 ว่า เมื่อได้ใช้ที่ประชุมรัฐสภาวินิจฉัยตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 151 แล้ว ไม่สามารถนำมาทบทวนได้ เพราะจะเกิดปัญหาว่าเมื่อรัฐสภามีมติในเรื่องใดแล้ว จะพิจารณาทบทวนได้ตลอด
เป็นผลให้ สส.ก้าวไกล 2 คนคือ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ และนายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. ลุกขึ้นประท้วงประธานว่าต้องวางตัวเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ และไม่ขัดขวางการอภิปรายของนายรังสิมันต์
อย่างไรก็ตามประธานวันนอร์ยืนยันว่า ได้ให้โอกาสนายรังสิมันต์อภิปรายหลายสิบนาทีแล้ว “ผมวางตัวเป็นกลาง พยายามให้โอกาสทุกท่าน”
จากนั้นได้เกิดการปะทะคารมกันช่วงหนึ่ง เมื่อนายธีรัจชัยตั้งข้อสังเกตต่อการทำหน้าที่ของประธานน 2 ประเด็นคือ 1. ไม่กล้าใช้อำนาจประธานตัดสินใจให้ถูกต้อง 2. รู้เห็นเป็นใจกับเสียงข้างมาก และ สว. 250 คน ทำให้ประธานต้องสั่งให้ถอน
สุดท้ายเรื่องนี้ก็จบลง เมื่อนายรังสิมันต์ขอถอนการเสนอญัตตัวเอง เพื่อให้ที่ประชุมเข้าสู่วาระพิจารณาเลือกนายกฯ คนใหม่
ขบวนรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายทักษิณ ชินวัตร เดินทางถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ถนนงามวงศ์วาน ด้วยรถตู้โตโยต้า เมื่อเวลา 11.25 น. โดยรถเลี้ยวเข้าทางประตูเรือนจำ ท่ามกลางการรอต้อนรับของกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนมาก โดยหลังจากที่ขบวนรถที่ควบคุมตัวนายทักษิณเดินทางผ่านประตูเรือนจำเข้าไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการปิดกันพื้นที่หน้าเรือนจำและมีป้ายประกาศว่า "ห้ามเข้า" และเป็น "พื้นที่ควบคุม"
ขบวนรถตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) นำตัวนายทักษิณ ชินวัตร ออกจากศาลฎีกา สนามหลวง แล้วเมื่อเวลา 11.01 น. หลังจากดำเนินกระบวนการที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้งสิ้นราว 40 นาที โดยต่อไปจะนำตัวนายทักษิณ ชินวัตร ไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ

ที่มาของภาพ, EPA
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งเพราะถูกรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 และถูกตั้งข้อหาทุจริตในหลายคดี ในจำนวนนี้มีอยู่ 4 คดีที่ศาลพิพากษาแล้ว แต่มีอยู่ 1 คดี ที่คดีขาดอายุความไปแล้ว เหลือโทษจำคุกรวม 10 ปี
สำหรับกระบวนการภายในห้องพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลจะอ่านคำพิพากษาโดยย่อแต่ละคดี ก่อนออกหมายขัง และส่งให้กรมราชทัณฑ์เพื่อรับตัวต่อไป
ในการกลับบ้านครั้งแรกหลังรัฐประหาร 49 ในปี 2551 ทักษิณ ชินวัตร "กราบแผ่นดิน" ในปี 2566 สิ่งแรก ๆ ที่ทักษิณทำหลังเหยียบแผ่นดินไทยคือ "กราบพระบรมฉายาลักษณ์"
เมื่อเวลา 10.20 น. ขบวนรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายทักษิณ ชินวัตร เดินทางถึงอาคารสำนักงานศาลฎีกา สนามหลวง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความเรียบร้อยตลอดเส้นทางที่ขบวนรถเดินทางจากสนามบินดอนเมือง
สำนักข่าว 2 สำนัก ได้แก่ ไทยพีบีเอส และอัมรินทร์ทีวี ซึ่งรายงานสดอยู่หน้าศาลฎีกา รายงานว่า เจ้าหน้าที่ศาลแจ้งว่า กระบวนการเกี่ยวกับศาลของนายทักษิณจะใช้เวลาอยู่ภายในศาลฎีกาประมาณ 30-45 นาที ก่อนส่งตัวไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ
สำหรับขั้นตอนที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายทักษิณ จะเข้ารับฟังคำพิพากษาฉบับย่อของแต่ละคดี เมื่อผู้พิพากษาออกหมายขัง เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์จะนำตัวนายทักษิณไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อเข้าสู่กระบวนการในทันที
จุดที่ 2 ที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะเคลื่อนไป หลังออกจากสนามบินดอนเมือง คือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง โดยขบวนรถของนายทักษิณไปถึงศาลเวลา 10.20 น.
ก่อนหน้านี้ นายสรวิศ ลิปรังษี โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยขั้นตอนไว้ว่า จะนำตัวนายทักษิณเข้าสู่ห้องพิจารณาคดี โดยอนุญาตให้เพียงฝ่ายโจทก์และญาติของจำเลยเข้าห้องเท่านั้น ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง เนื่องจากมาตรการการรักษาความปลอดภัย
ในเวลาไล่เลี่ยกัน (10.00 น.) ศาลฎีกาฯ นัดอ่านคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ “คดีฮั้วประมูลก่อสร้างโรงพัก 396 แห่ง” ซึ่งมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ กับพวกรวม 6 คนเป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันกระทำผิดต่อหน้าที่ราชการในการจัดจ้างโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ (โรงพัก) ทดเเทน และโครงการก่อสร้างอาคารที่พัก (แฟลต) จำนวน 396 แห่ง มูลค่าความเสียหาย 5,848 ล้านบาท โดยนายสุเทพเดินทางถึงศาลตั้งแต่ยังไม่ 10.00 น.
คดีของนายสุเทพ ศาลฎีกาฯ พิพากษายกฟ้องไปเมื่อ 20 ก.ย. แต่ต่อมา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โจทก์ ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณา
นายสุเทพ กับ นายทักษิณ ชินวัตร วัย 74 ปี เคย “นับเพื่อน” กัน โดยต่างฝ่ายต่างเอ่ยปากชวนกันเข้าพรรค ก่อนที่ความสัมพันธ์จะขาดสะบั้นถึงขั้น “ไม่เผาผี” ทั้งนี้นายสุเทพ อดีตแกนนำ กปปส. กำหนดให้ "ระบอบทักษิณ" เป็น “ศัตรูถาวร” ในทางการเมือง
ก่อนการเลือกตั้งครั้งล่าสุด นายสุเทพวิเคราะห์กับบีบีซีไทย โดยไม่เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะบรรลุยุทธศาสตร์ “แลนด์สไลด์” และยังบอกด้วยว่าไม่อยากเห็นพรรคเพื่อไทย-ก้าวไกล จับมือกันเป็นรัฐบาล
ย้อนอ่านบทความที่เกี่ยวข้อง ที่นี่