ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ก้าวแรกตามแผนเปิดประเทศใน 120 วัน

รัฐบาลคาดว่าโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์จะนำรายได้เข้าประเทศหลายพันล้านบาทในช่วง 3 เดือนแรก แต่การระบาดที่รุนแรง วัคซีนที่ประสิทธิภาพต่ำในการป้องกันการติดเชื้อ และกฎระเบียบที่ยุ่งยากทำให้คนในพื้นที่บางส่วนไม่มั่นใจ

รายงานสด

  1. กฎเหล็กของผู้ประกอบการ

    ความพิเศษของโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ คือนักท่องเที่ยวได้รับสิทธิไม่ต้องกักตัวอยู่แต่ในห้องพัก ทว่าไม่ใช่ทุกโรงแรม/รีสอร์ท ที่เปิดประตูต้อนรับแขกผู้มาเยือนได้ แต่สงวนสิทธิเฉพาะสถานประกอบการที่ได้รับเครื่องหมายรับรอง SHA+ (Amazing Thailand Safety & Health Administration- SHA Plus) เท่านั้น

    SHA+ เป็นสัญลักษณ์การันตีมาตรฐานท่องเที่ยวปลอดภัยด้านสุขอนามัย ออกโดยททท. และ สธ.

    ใน จ.ภูเก็ต มีโรงแรม/รีสอร์ท ได้รับ SHA+ ทั้งสิ้น 316 แห่ง

    นอกจากที่พักเหล่านี้ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด อาทิ ติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย, จัดวางเจลแอลกอฮอล์/เจลล้างมือตามจุดต่าง ๆ, ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสด้วยยาฆ่าเชื้อโรคเป็นระยะ ๆ, จัดที่นั่งแบบเว้นระยะห่าง และให้พนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่สวมใส่หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า ฯลฯ

    เงื่อนไขสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ พนักงานของโรงแรม/รีสอร์ท เกินกว่า 70% ต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว

  2. คู่มือของนักท่องเที่ยว

    ในการท่องเที่ยววิถีใหม่ (New Normal) ภายใต้การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้า จ.ภูเก็ต ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร (Standard Operation Procedures หรือ SOP) ที่เพิ่งประกาศลงราชกิจจานุเบกษาค่ำวันที่ 29 มิ.ย. โดยสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

    ก่อนเข้าเมือง

    • ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบ 2 เข็ม หรือครบโดสตามจำนวนวัคซีนแต่ละชนิด หรือได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็มมาแล้วเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน หรือเป็นผู้หายจากโรคโควิด-19 มาแล้วไม่เกิน 90 วัน หรือได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีการ RT-PCR ไม่เกิน 72 ชม. ก่อนวันเดินทาง
    • เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ที่เดินทางมาพร้อมผู้ปกครองที่ฉีดวัคซีนแล้วเดินทางเข้าได้
    • ต้องเดินทางมาจากกลุ่มประเทศต้นทางที่มีความเสี่ยงต่ำ-ปานกลาง ตามหลักเกณฑ์ สธ. ซึ่งขณะนี้มีทั้งสิ้น 66 ประเทศ โดยผู้เดินทางต้องอยู่ในประเทศเหล่านั้นไม่น้อยกว่า 21 วัน
    • ต้องมีเอกสาร 5 ประเภทมาแสดง ได้แก่ 1) หนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศ (Certificate of Entry - COE) 2) ใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าไม่มีเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีการ RT-PCR ไม่เกิน 72 ชม. ก่อนการเดินทาง 3) กรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาล รวมกรณีโรคโควิด-19 ตลอดเวลาที่อยู่ในไทย ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.15 ล้านบาท) 4) หลักฐานการชำระค่าที่พักและค่าตรวจหาเชื้อโดย RT-PCR โดยระบุเวลาเข้าพักไม่น้อยกว่า 14 วัน และ 5) เอกสารรับรองการฉีดวัคซีนจากประเทศต้นทาง (Certificate of Vaccination) ครบตามเกณฑ์ที่ผู้ผลิควัคซีนกำหนด ซึ่งต้องเป็นวัคซีนที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายของไทย หรือได้รับการรับรองโดยองค์การอนามัยโลก เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน
    phuket

    ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

    หลังเข้าเมือง

    • วันแรกที่มาถึง ต้องกักตัวในห้องพัก จนกว่าจะได้รับการยืนยันผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ จึงจะออกท่องเที่ยวภาย จ. ได้
    • ต้องพำนักอยู่ใน จ.ภูเก็ต 14 วัน หลังจากนั้นสามารถเดินทางไปพื้นที่อื่นในไทยได้
    • ต้องดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” บนสมาร์ทโฟน และยินยอมให้เข้าถึงตำแหน่งที่ตั้ง (Share Location) ตลอดระยะเวลาที่อยู่ใน จ.ภูเก็ต
    • เข้ารับการทดสอบโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR โดยออกค่าใช้จ่ายเอง 3 ครั้ง ครั้งแรก เมื่อเดินทางถึงสนามบินภูเก็ต และรอผลตรวจเชื้อในที่พัก จากนั้นตรวจโควิดอีกครั้งในวันที่ 6-7 ณ โรงแรม/สถานพยาบาลคู่สัญญา และวันที่ 12-13 ณ โรงแรม/สถานพยาบาลคู่สัญญา
    • ในระหว่างอยู่ในภูเก็ต ไม่ต้องกักตัวอยู่แต่ในห้องพัก ไปเที่ยวได้ทั่วเกาะ หากประสงค์จะเดินทางท่องเที่ยวในน่านน้ำของจังหวัด ให้เดินทางผ่านท่าเรือที่กำหนดเท่านั้น
    • หลังครบ 14 วัน หากประสงค์จะเดินทางออกจากภูเก็ตทางเรือ ให้เดินทางผ่าน 3 ท่าเรือที่กำหนดเป็นด่านตรวจทางน้ำเท่านั้น ได้แก่ 1) ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต 2) ท่าเทียบเรือรัษฎา ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต และ 3) ท่าเทียบเรืออ่าวปอ ต.ป่าคลอก อ.ถลาง ในกรณีเดินทางโดยเรือยอร์ชให้ออกจาก 5 ท่าเรือนี้เท่านั้น ได้แก่ 1) ท่าเทียบเรือยอร์ช เฮเว่น มารีน่า 2) ท่าเทียบเรืออ่าวปอ แกรนด์ มารีน่า 3) ท่าเทียบเรือภูเก็ต โบ๊ทลากูน 4) ท่าเทียบเรือรอยัล ภูเก็ต มารีน่า และ 5) ท่าเทียบเรือมารีน่าอ่าวฉลอง
  3. นักท่องเที่ยวกลุ่มแรกที่มาเยือน

    นักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มแรกที่เตรียมเหยียบแผ่นดินไทย จะเดินทางด้วยสายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ มาจากกรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถึงท่าอากาศนานานาชาติภูเก็ต ในเวลา 10.30 น. ของวันนี้ (1 ก.ค.) ตามการเปิดเผยของ ททท.

    ส่วนในช่วงบ่าย จะมีอีก 3 เที่ยวบินของสายการบินการ์ตา แอร์เวย์ (มาจากกรุงโดฮา ประเทศการ์ตา), แอลอัล อิสราเอล แอร์ไลน์ (มาจากกรุงเทอาวีฟ ประเทศอิสราเอล) และสิงคโปร์ แอร์ไลน์ (มาจากประเทศสิงคโปร์) นำนักท่องเที่ยว 249 ราย เข้ามาในวันดีเดย์นำร่องเปิดเมือง ก่อนเปิดประเทศ

    ตารางบิน

    ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

    คำบรรยายภาพ, ตารางแสดงเที่ยวบินที่จะเดินทางเข้าไทย 1 ก.ค.

    พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มสุดท้ายของวัน ซึ่งจะเดินทางถึงไทย 17.30 น. ด้วย

    นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตลอดเดือน ก.ค. มีผู้โดยสารเข้ามาตามโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 11,894 ราย ทั้งนี้ข้อมูลจาก 6 สายการบิน แบ่งเป็นผู้โดยสารขาเข้าประมาณ 8,281 คน ขาออก 3,613 คน คาดการณ์ปริมาณเที่ยวบินทั้งหมด 426 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ย 13 เที่ยวบิน/วัน

  4. ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ คืออะไร

    Sandbox แปลว่ากระบะทราย ทว่าในแวดวงธุรกิจสตาร์ตอัพได้นำคำนี้มาใช้ในความหมายของ พื้นที่ทดลอง หรือ สนามทดสอบไอเดีย ในช่วงที่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ยังไม่เชี่ยวชาญชำนาญการทางธุรกิจ

    เมื่อ จ.ภูเก็ต ได้รับเลือกให้เป็นพื้นที่นำร่องรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงใช้ชื่อเรียกโครงการนี้ว่า "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" (Phuket Sandbox)

    คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อ 22 มิ.ย. รับทราบการเปิดประเทศ โดยเห็นชอบในหลักการให้เปิดพื้นที่นำร่องรับนักท่องเที่ยวใน จ.ภูเก็ต เพื่อเป็นต้นแบบขยายไปสู่เมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการรับมือกับโรคระบาดและการกอบกู้เศรษฐกิจ

    หาดป่าตอง

    ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

  5. เปิดจังหวัด ก่อนเปิดประเทศ

    บีบีซีไทยขอนำท่านเข้าสู่การรายงานสด "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ก้าวแรกตามแผนเปิดประเทศใน 120 วัน"

    นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 15 เดือนที่ จ.ภูเก็ต มีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ภายหลังเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ในไทย ตั้งแต่ปี 2563

    การเดินหน้าเปิดประเทศของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตโรคระบาด ซึ่งพบผู้ป่วยหน้าใหม่วันละ 4,000-5,000 รายติดต่อกัน และมีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสหลากหลายสายพันธุ์ในไทย เป็นผลให้หลายฝ่าย รวมถึงแพทย์อาวุโสแสดงความกังวลใจว่าโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งเป็นโครงการนำร่องก่อนเปิดประเทศภายใน 120 วันตามคำประกาศของนายกฯ จะนำไปสู่การระบาดระลอก 4 หากรัฐบริหารจัดการไม่ดี

    อย่างไรก็ตาม จ.ภูเก็ต ถูกจัดให้เป็น "พื้นที่สีเขียว" ร่วมกับอีก 36 จังหวัด ด้วยยอดผู้ติดเชื้อหลักหน่วยในแต่ละวัน