You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.

Take me to the main website

ประชุมสภา: ยิงแก๊สน้ำตา-ฉีดน้ำแรงดันสูงใส่ผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" หน้ารัฐสภา

เหตุชุลมุนหน้ารัฐสภาเกิดขึ้นขณะที่สมาชิกรัฐสภากำลังอภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

รายงานสด

  1. ตร. แจงทำตามขั้นตอน ยืนยันยังไม่มีการใช้กระสุนยาง

    พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. เปิดเผยภายหลังจากการตรวจการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภาเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ว่าสถานการณ์ยังสามารถควบคุมได้ ส่วนที่ต้องใช้มาตรการฉีดน้ำและแก๊สน้ำตา ก็เป็นไปตามขั้นตอนซึ่งได้มีการประกาศให้พื้นที่โดยรอบในรัศมี 50 เมตร จากรัฐสภาเป็นพื้นที่ควบคุมห้ามจัดการชุมนุม มีการแจ้งเตือนประสานงานไปกับผู้ชุมนุมทุกกลุ่ม และมีการตั้งแนวกันเป็นระยะ ประกอบด้วยระยะ 100 เมตร, 75 เมตร, และ 50 เมตร แต่ก็มีผู้ชุมนุมบางกลุ่มฝ่าแนวกั้นมา ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยทำลายและใช้กำลังที่จะฝ่าแนวกั้นแนวที่หนึ่งและแนวที่สอง และมีการละเมิดว่าด้วยการรื้อสิ่งกีดขวางในแนวกันระยะ 50 เมตร ผู้บัญชาการเหตุการณ์จึงได้มีการสั่งการด้วยคำพูด จนกระทั่งใช้การฉีดน้ำ ตามมาด้วยการใช้แก๊สน้ำตา ตามลำดับ

    พล.ต.ต. ปิยะ ระบุว่าผู้ชุมนุมบางส่วนได้ตอบโต้เจ้าหน้าที่โดยใช้แท่งเหล็ก แผงเหล็ก ก้อนหิน และสิ่งอื่น ๆ และพลุควัน และมีการจุดไฟบางส่วน

    เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะใช้กระสุนยางหรือไม่ รอง ผบช.น. กล่าวว่าเจ้าหน้าที่จะต้องดูตามสถานการณ์ ขั้นตอนและกฎหมายเป็นหลัก แต่ตอนนี้ยังไม่มีการใช้กระสุนยาง

    ทั้งนี้ รอง ผบช.น. ยืนยันว่าจะไม่ยอมให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาในพื้นที่ โดยครั้งนี้ผู้ชุมนุมมีการจุดพลุเพลิง พลุควันและไม่ทราบว่าจะลุกลามหรือไม่ หากว่าเกิดไหม้รัฐสภาซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้าน ก็คงไม่มีใครรับผิดชอบ ฟ้องร้องไปก็คงได้ไม่เท่าไหร่ จึงเป็นสิ่งคัญที่ต้องรักษาสาธารณะสมบัติของประเทศชาติ

    "ทั้งนี้หากผู้ชุมนุมสงบลงยังสามารถปราศรัยได้ในพื้นที่ที่กฎหมายกำหนด" พล.ต.ต. ปิยะกล่าว

  2. ผู้ชุมนุมกลุ่มเล็กอยู่ที่ท่าเรือเกียกกาย

    17.05 น. ที่ท่าเรือเกียกกาย ซึ่งติดกับทางเข้ารัฐสภา กลุ่มผู้ชุมุนุมกว่า 10 คน ยืนเผชิญหน้าตำรวจคุมฝูงชนที่กั้นทางขึ้นท่าเรือที่มุ่งไปยังรัฐสภาแกนนำปราศรัยวิจารณ์การทำงานของตำรวจที่สลายการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง และกดดันเจ้าหน้าที่เป็นระยะ

  3. กลุ่ม "ราษฎร" เผชิญหน้า "กลุ่มเสื้อเหลือง"

    เวลาประมาณ 17.12 น. ผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" บางส่วนที่่ฝ่าแนวกั้นของตำรวจบริเวณแยกเกียกกายมาได้ ตำรวจที่ตั้งแถวอยู่กลางแยกจึงล่าถอยออกไป ส่งผลให้ผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" เข้ามาประชิดกับผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อเหลืองที่รวมตัวกันอยู่มุมหนึ่งของแยกเกียกกาย ทำให้ทั้งสองกลุ่มเกิดการปะทะกัน ทั้งสองฝ่ายต่างวิ่งเข้าไปขว้างปาสิ่งของใส่กัน

    การปะทะเกิดขึ้นนานเกือบ 30 นที ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนของทั้งสองฝ่ายได้พยายามห้ามปรามผู้ชุมนุมฝ่ายตนให้ยุติการเผชิญหน้า

  4. รอง โฆษก ตร. ระบุ "ตำรวจบังคับใช้กฎหมายตามปกติ", "การใช้แก๊สน้ำตา ไม่ใช่การสลายการชุมนุม"

    พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงชี้แจงสถานการณ์ที่หน้ารัฐสภาถึงขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ว่าถ้าเจ้าหน้าที่เตือนผู้ชุมนุมแล้ว 3-4 ครั้ง แต่ผู้ชุมนุมไม่ฟัง ยังทำลายเครื่องกีดขวาง ตำรวจจึงฉีดน้ำแรงดันสูงไป 3 ครั้ง เมื่อไม่ฟัง จึงฉีดเป็นครั้งที่ 4 ที่ผสมแก๊สน้ำตา"นี่ไม่ใช่การสลายการชุมนุม แต่เป็นการบังคับใช้กฎหมายตามปกติ" พ.ต.อ.กฤษณะ

  5. ผู้ชุมนุมยังพยายามรื้อแนวกั้นของเจ้าหน้าที่

    เวลาประมาณ 16.40 น. ผู้ชุมนุมยังคงพยายามรื้อแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ เพื่อลำเลียงเรือยางรูปเป็ดไปทำกิจกรรม ขณะที่ตำรวจยังฉีดน้ำแรงดันสูงใส่เพื่อสกัดกั้น

  6. มีผู้บาดเจ็บจากเหตุยิงแก๊สน้ำตา 5 ราย

    เวลา 16.30 ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร รายงานว่ามีผู้บาดเจ็บจากแก๊สน้ำตา เข้ารับการรักษาที่รพ.วชิรพยาบาล จำนวน 5ราย

  7. กระสุนยาง "เป็นอันตรายถึงชีวิต"

    ระหว่างสลายการชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่าให้ผู้ชุมนุมยุติการรื้อแนวรั้วลวดหนามและพยายามฝ่าแนวกั้นของตำรวจ มิเช่นนั้นเจ้าหน้าที่จะมีการใช้กระสุนยาง

    ย้อนอ่านรายงานเรื่องผลวิจัยเกี่ยวกับการใช้กระสุนยางในการสลายการชุมนุม ที่นี่

    รายงานข่าวระบุว่า "ผลวิจัยล่าสุดของแพทย์อเมริกันจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์กลีย์ในสหรัฐฯ ชี้ว่า ไม่ควรใช้กระสุนยางหรือกระสุนพลาสติก รวมทั้งกระสุนชนิดอื่น ๆ ที่ได้ชื่อว่าไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต เข้าปราบปรามฝูงชนในเหตุจลาจลหรือเหตุอาชญากรรมอื่น ๆ เนื่องจากพบว่ามีโอกาสทำให้บาดเจ็บสาหัส เกิดความพิการอย่างถาวร หรือกระทั่งเสียชีวิตได้สูงกว่าที่คาดกันไว้"

  8. ส.ส. ก้าวไกลไม่เห็นด้วยกับการประกาศ "พื้นที่ควบคุม"

    นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. พรรคก้าวไกลให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่อการที่เจ้าหน้าที่ประกาศให้พื้นทีในรัศมี 50 เมตรจากรัฐสภาเป็น "พื้นที่ควบคุมห้ามการชุมนุม" ว่าเขาเข้าใจไม่ได้ว่าทำไมจึงต้องมีการประกาศดังกล่าว

    "รัฐสภาเป็นพื้นที่ของประชาชน แต่สิ่งแรกที่ทำคือ การปิดกั้นการปิดกั้นไม่ให้ประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็น" นายรังสิมันต์พูดถึงการชุมนุมของกลุ่ม "ราษฎร" ที่นัดรวมตัวกันเพื่อติดตามการอภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของสมาชิกรัฐสภา

    นอกจากนี้เขายังตั้งคำถามถึงมาตรฐานการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ต่อผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่าย

    "วันนี้มีการชุมนุมสองคน กลุ่มหนึ่งฉีดน้ำใส่ ฉีดแก๊สน้ำตาใส่ อีกกลุ่มหนึ่งได้รับการปฏิบัติอย่างดี วิวิธีการเช่นนี้จะนำไปสู่การแก้ปัญหาของประเทศชาติได้อย่างไรผมคิดภาพไม่ออกจริงๆ"

  9. รวมภาพเหตุการณ์จากหน้ารัฐสภา

    เหตุชุลมุนที่หน้ารัฐสภาเกิดขึ้นไม่ถึง 1 ชั่วโมงก่อนเวลาที่กลุ่ม "ราษฎร" นัดหมายชุมนุมในเวลา 15.00 น. เพื่อกดดันให้สมาชิกรัฐสภารับร่างรัฐธรรมนูญ "ฉบับไอลอว์" หรือ "ฉบับประชาชน"

    ผ่านไปกว่า 2 ชม. สถานการณ์ยังคงตึงเครียด และยังมีการฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมเป็นระยะ ๆ

  10. รายงานสดการประชุมสภา-เหตุชุมนุมหน้ารัฐสภา

    ขอต้อนรับสู่การรายงานสดจากรัฐสภา

    ขณะที่ ส.ส.และ ส.ว.กำลังอภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ในสภา ด้านนอกได้เกิดเหตุชุลมุนเมื่อตำรวจฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าใส่ผู้ชุมนุม จากการฉีดน้ำ นำมาสู่การขว้างพลุควันสีใส่ตำรวจ ทำให้ตำรวจตัดสินใจฉีดแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม

    เหตุชุลมุนเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 14.10 น.