You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.

Take me to the main website

เกาะติดการชุมนุม "19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร"

บีบีซีไทยรายงานสดการชุมนุม "19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร" จัดขึ้นโดยนักศึกษาที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม "แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม" และพร้อมเครือข่ายหลายองค์กร

รายงานสด

  1. ไทเปจะไม่ทน

    ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อบัญชีว่า @nutmh ได้โพสต์ภาพที่ระบุว่า เป็นการชุมนุมที่บริเวณย่านซีเหมินติ้งในกรุงไทเปของไต้หวันวันนี้

  2. ทำไมต้องเป็น "สนามหลวง"

    นอกจากเหตุผลเรื่องสถานที่ ซึ่งเป็นพื้นที่โล่งที่อยู่ใกล้ มธ. ท่าพระจันทร์แล้ว สนามหลวงยังเป็นพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมด้วย

    ในการปราศรัยที่การชุมนุมแฮร์รี พอตเตอร์ "เสกคาถาปกป้องผู้พิทักษ์ประชาธิปไตย" ซึ่งจัดโดยกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครและมหาวิทยาเกษตรศาสตร์ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 3 ส.ค. นายอานนท์ นำภา ทนายสิทธิมนุษชนได้พูดถึงประเด็นเรื่องการขยายอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์และเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการเปิดประเด็นเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ในการชุมนุม

    ในวันนั้นนายอานนท์ได้เรียกร้องให้แก้ พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2561 เพื่อแบ่งทรัพย์สินส่วนที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินออกจากทรัพย์สินส่วนพระองค์ให้ชัดเจน และให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินที่เป็นสาธารณะสมบัตินี้

    นายอานนท์กล่าวว่ากฎหมายฉบับนี้ทำให้ "ทรัพย์สินส่วนที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่เราเป็นเจ้าของร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นสนามหลวง ไม่ว่าจะเป็นพระราชวัง ไม่ว่าจะเป็นหุ้นซึ่งเดิมเป็นของพวกเราร่วมกัน ต่อไปนี้จะตกเป็นของพระมหากษัตริย์ และบริหารไปตามพระราชอัธยาศัย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญแต่ไม่มีใครกล้าพูดถึง"

    ต่อมาในวันที่ 10 ส.ค. นักศึกษากลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมได้ประกาศข้อเรียกร้อง 10 ประการในการชุมนุม "ธรรมศาสตร์จะไม่ทน" ที่ มธ. ศูนย์รังสิต ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการยกเลิก พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2561 และให้แบ่งทรัพย์สินออกเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงการคลัง และทรัพย์สินส่วนพระองค์ที่เป็นของส่วนตัวของกษัตริย์อย่างชัดเจน

    วันที่ 27 ส.ค. นายอานนท์ปราศรัยย้ำประเด็นนี้อีกครั้งในกิจกรรม "เราคือเพื่อนกัน" จัดโดยกลุ่มดาวดิน สามัญชน ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถ.ราชดำเนินกลาง โดยเขาอธิบายว่าทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์นั้นแบ่งเป็นสองส่วน คือ ทรัพย์สินส่วนพระองค์และส่วนที่เป็นสาธารณะสมบัติ เช่น วัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง ซึ่ง "เป็นของส่วนรวม ใครมาใครก็ได้ใช้ เพราะนี่คือสิ่งที่บรรพบุรุษเราเสียภาษีบำรุงรักษา สร้างมันขึ้นมา...เป็นเงินของปู่ย่าตาทวดเราทุกคน"อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เปิด พ.ร.บ.โบราณสถานฯ และระเบียบ กทม. ว่าด้วย "สนามหลวง"

  3. ภาพบรรยากาศบริเวณท้องสนามหลวงช่วงบ่าย

    บรรยากาศบริเวณท้องสนามหลวง หลังจากนักศึกษาและประชาชนได้เคลื่อนย้ายการชุมนุม "19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร" ออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาที่ท้องสนามหลวง โดยผู้จัดงานคาดว่าจะมีผู้มาร่วมชุมนุมมากกว่า 50,000 คน ขณะที่ตำรวจได้ตั้งแผงกั้นบริเวณห้ามชุมนุมเป็นระยะห่างจากพระบรมมหาราชวังราว 150 เมตร

  4. "หมู่อาร์ม" มาร่วมด้วย, หมู่อาร์ม : จากผู้เปิดโปงทุจริตเบี้ยเลี้ยงทหาร ถึง “ทหารผิดวินัย” และ “คนเถื่อน”

    สิบเอกณรงค์ชัย อินทรกวี หรือ "หมู่อาร์ม" ทหารที่ออกมาเปิดโปงการทุจริตภายในกองทัพบก มาร่วมขบวนรถปราศัยกับแกนนำการชุมนุม "19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร" ด้วย

    ย้อนอ่านความเป็นมาเกี่ยวกับตัวเขา ได้ที่ https://bbc.com.im/thai/52939264%3C/p%3E%3C/div%3E%3C/div%3E%3C/article%3E%3C/li%3E%3Cli class="css-xxlek1">

    ตัวแทนหลายกลุ่มความคิดร่วมชุมนุมเรียกร้องสิทธิ, พนักงานบริการทางเพศ-LGBT-สิทธิทำแท้งปลอดภัย

    การชุมนุม "19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร" โดยนักศึกษาที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม "แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม" มีเครือข่ายหลายองค์กร ที่ร่วมเรียกร้องประเด็นทางสังคมอื่น ๆ นอกจาก เรื่อง การเมือง เช่น การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของกลุ่มสนับสนุนพนักงานบริการทางเพศ ขบวนเพื่อความหลากหลายทางเพศ และกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิการทำแท้งอย่างปลอดภัย ที่สนามหลวงฝั่งศาลฎีกา

  5. "ปล้นความอยุติธรรม"

    ผู้ร่วมกิจกรรมบางส่วนคอสเพลย์เป็นตัวละครจากเรื่อง Money Heist โดยระบุว่าไม่ได้มาปล้นเงิน-ทอง แต่มา “ปล้นความอยุติธรรม”

  6. "สนามหลวงเราต้องได้ใช้ทุกตารางนิ้วเพราะมันเป็นของประชาชน", ชมภาพการเคลื่อนขบวนจากธรรมศาสตร์มาสนามหลวง

  7. ผู้ประท้วงแน่นสนามหลวง ขยับใกล้ฝั่งวัดพระแก้ว, ตำรวจบอก "ยอมมามากแล้ว"

    16.32 ผู้ร่วมชุมนุมหลั่งไหลเข้าพื้นที่สนามหลวง ล้นจากพื้นปูนฝั่ง มธ. กินพื้นที่ฝั่งสนามหญ้าด้านวัดพระแก้ว หลังจากรถแห่ปราศรัยของแกนนำเข้าพื้นที่สนามหลวงตั้งแต่เวลา 15.30 น.

    พ.ต.อ.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้กำกับ สน.ชนะสงคราม ได้ประจำการที่แนวตำรวจและแนวรั้วแผงเหล็ก ซึ่งติดป้ายประกาศว่าเป็นระยะ 150 เมตรจากพระบรมมหาราชวัง โดยถือเป็นเขตห้ามชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ

    "ที่ผ่านมา ตำรวจได้ยอมมาแล้วยอมมามากแล้ว และถ้าหากพิจารณาพื้นที่สนามหลวงขนาดนี้ ก็เพียงพอที่จะใช้จัดกิจกรรมได้แล้ว" ผกก.สน.ชนะสงคราม กล่าว

    ต่อมาเมื่อเจ้าหน้าที่เคลื่อนรถฉีดน้ำมาเตรียมพร้อมในพื้นที่ ก็มีคำประกาศจากหน้าเวทีให้ประชาชนกลับไปรวมตัวกันที่หน้าเวที ซึ่งอยู่กลางของท้องสนามหลวง

    ประกาศปิดการจราจร 5 จุด

    ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต. จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า ทางตำรวจนครบาลได้สั่งปิดการจราจร 5 จุดตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ประกอบด้วย ถนนพระอาทิตย์ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า, แยกผ่านพิภพ, สะพานช้างโรงสี, วงเวียน รด., แยกท่าเตียน

  8. "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น การเมืองไทยจะไม่เหมือนเดิม"

    นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมกล่าวบนรถปราศรัยระหว่างนำขบวนมวลชนเคลื่อนออกจาก มธ. มายังเวทีใหญ่ที่สนามหลวง ซึ่งขณะนั้นเริ่มมีความตึงเครียดจากการดันกันของตำรวจและประชาชนที่พยายามจะเข้าไปในสนามหลวง

    "วันนี้จะเป็นนาทีประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การเมืองไทยในวันพรุ่งนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป"

    "เราไม่มีอาวุธ ใช้สันติวิธี มามือเปล่า...เราขอเจรจา ถ้าไม่ต้องการให้เกิดการปะทะเกิดขึ้น คุณก็ควรสั่งตำรวจควบคุมฝูงชนถอยไปซะ” พริษฐ์กล่าวก่อนจะบอกให้มวลชนผลักรั้วกั้นและดันแนวตำรวจเพื่อเข้าไปในสนามหลวง

  9. ผู้ชุมนุมปักหลักเต็มพื้นที่ครึ่งหนึ่งของสนามหลวง

    16.00 น. ผู้ชุมนุมปักหลักเต็มพื้นที่ครึ่งหนึ่งของสนามหลวง หลังจากรถแห่ปราศรัยของแกนนำที่มี เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ รุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และ ไมค์ ภาณุพงษ์ จาดนอก เข้าพื้นที่สนามหลวง ตั้งแต่เวลา 15.30 แล้ว มวลชนได้ทยอยเข้าจับจองที่นั่งในสนามหลวงจนเกือบเต็มพื้นที่ครึ่งหนึ่ง โดยได้เข้าสนามหลวงทางประตูรั้วฝั่งตรงข้าม มธ. 2 จุด ขณะนี้รถแห่กำลังเคลื่อนที่ไปยังเวทีใหญ่ที่ตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว

  10. เตรียมเคลื่อนไปสนามหลวง แต่ตำรวจสั่งให้เลิก

    เวลา 15.20 น. แกนนำผู้ชุมนุมได้ขึ้นมารวมตัวบนรถปราศรัยบริเวณสนามฟุตบอล มธ. และประกาศให้ผู้ชุมนุมเตรียมพร้อมเคลื่อนขบวนไปยังสนามหลวง โดยให้มารวมตัวกันด้านหลังรถปราศรัย จากนั้นรถและผู้ชุมนุมเริ่มเคลื่อนขบวนรอบสนาม

    ขณะที่บริเวณสนามหลวง ได้มีการจัดตั้งเวทีบริเวณพื้นปูนฝั่ง มธ. และมีมวลชนกลุ่มหนึ่งเริ่มมารวมตัว

    เวลาประมาณ 15.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ได้อ่านคำสั่งให้ผู้ชุมนุมเลิกชุมนุมภายใน 1 ชั่วโมง

    ตำรวจแจ้งกับผู้ชุมนุมว่าตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ผู้จัดการชุมนุมต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 24 ชม.

    "แต่การชุมนุมครั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ได้แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง...ถือว่าเป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นเพื่อประโยชน์แก่การรักษาความสงบเรียบร้อย และความสะดวกของประชาชนในการดูแลชุมนุมสาธารณะให้เป็นไปโดยสงบ และไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวาย อาศัยตามอำนาจมาตรา 27 (1) แห่งพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 จึงให้ผู้ชุมนุมเลิกรชุมนุมภายใน 1 ชม.นับจากนี้" ตำรวจกล่าวกับผู้ชุมนุม

  11. อุปกรณ์ป้องกันตัวพร้อม

    บริเวณใต้ตึกโดม มธ. กลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งร่วมจัดการชุมนุม เริ่มเตรียมอุปกรณ์สื่อสารและสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันตัว เช่น เสื้อกั๊ก แว่นตา หน้ากากกันแก๊สน้ำตา ถุงมือ โดยคาดว่าอาจมีการเคลื่อนขบวนไปยังสนามหลวงในช่วงเย็นวันนี้

    ขณะที่ บริเวณสนามฟุตบอล มธ. ซึ่งเป็นที่ตั้งของรถปราศรัย พระสงฆ์ 5 รูป ขึ้นเวทีสาธยายพระสูตรว่าด้วยการปกครองและอำนาจอธิปไตยสูงสุดควรเป็นของประชาชน และทำพิธีกรรมตามความเชื่อเพื่อให้ขวัญและกำลังใจแก่ผู้ชุมนุมที่ทยอยมารวมตัวกันที่ มธ.

  12. ขน ตร. กว่า หมื่นนายควบคุมพื้นที่การชุมนุม

    ทุกกิจกรรมและความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นระหว่างการชุมนุมใหญ่ 19 ก.ย. จะถูกเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบเก็บข้อมูล ก่อนรายงานตรงไปยังศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) หลังนายกฯ มอบหมายให้ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับผิดชอบหลักติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชม.

    กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) หน่วยรับผิดชอบชอบหลักประเมินฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้นไว้ 5 สมมติฐาน

    • ผู้ชุมนุมปักหลักอยู่ภายใน มธ.
    • ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปสนามหลวง
    • ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
    • ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล
    • ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปลานพระราชวังดุสิต

    ตำรวจจึงงัด “แผนการชุมนุม 63” ซึ่งจัดทำขึ้นมาใหมาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่ยังคงอยู่ภายใต้การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังเคยใช้ “แผนกรกฏ 52” รับมือกับการชุมนุมประท้วงใหญ่ ๆ มานานกว่า 10 ปี“แผนการชุมนุม 63” ซึ่งจัดทำขึ้นมาใหมาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่ยังคงอยู่ภายใต้การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังเคยใช้ “แผนกรกฏ 52” รับมือกับการชุมนุมประท้วงใหญ่ ๆ มานานกว่า 10 ปี

    พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวว่าแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่จะดำเนินการจากเบาไปหาหนัก ไม่ได้มุ่งเน้นการใช้กำลัง เบื้องต้นได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบของกองร้อยควบคุมฝูงชนทั่วประเทศประมาณ 1 หมื่นกว่าคน

    มีรายงานว่าตำรวจได้จัดเตรียมกำลังอย่างน้อย 57 กองร้อย ดูแลความปลอดภัยและอารักขาพื้นที่สำคัญ 14 จุดตามเส้นทางที่คาดว่ามวลชนจะเคลื่อนผ่าน ดังนี้

    -มธ. ท่าพระจันทร์ 3 กองร้อย

    -พระบรมหาราชวัง 4 กองร้อย

    -อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 3 กองร้อย

    -แยก จปร. 3 กองร้อย

    -แยะสะพานมัฆวาน 3 กองร้อย

    -แยกสะพานวิศสุกรรมนฤมาน 1 กองร้อย

    -แยกสะพานเทเวศรนฤมิตร 1 กองร้อย

    -แยกสวนมิสกวัน 1 กองร้อย

    -แยกอู่ทอง 1 กองร้อย

    -สถานีดับเพลิงวชิระ 1 กองร้อย

    -แยกเทวกรรม 1 กองร้อย

    -แยกพาณิชกรรม 2 กองร้อย

    -แยกเสาวนี 1 กองร้อย

    -แยกอภัยเจษฎุทิศ 1 กองร้อย

    ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การชุมนุมสาธารณะ ไม่อนุญาตให้มีการชุมนุมในรัศมี 150 เมตรจากเขตพระราชฐาน และ 50 เมตรจากสถานที่ราชการ

  13. “ทักษิณ ชินวัตร” โพสต์เฟซบุ๊กครบรอบ 14 ปี รัฐประหาร 19 ก.ย. 2549

    นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กถาม “14 ปีมานี้ ชีวิตคนไทยโดยรวม ๆ เป็นไงบ้าง” ในโอกาสครบรอบ 14 ปีของรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ซึ่งเกิดขึ้นขณะที่เขาเดินทางไปประชุมสหประชาชาติ

    “ผมขอฝากคำถามเดียวครับ ว่า 14 ปีมานี้ ชีวิตคนไทยโดยรวม ๆ เป็นไงบ้าง ประเทศไทยในสายตาโลกเป็นไงบ้าง” และระบุว่าแม้จะไม่ได้ถือพาสปอร์ตไทย แต่ “ผมตระหนักตลอดเวลาว่า ผมเป็นคนไทย รักคนไทย รักผืนแผ่นดินไทยไม่เคยเปลี่ยนแปลง”

    นายทักษิณไม่ได้กล่าวถึงการชุมนุมของนักศึกษา-ประชาชนที่ มธ.ในวันนี้ ซึ่งเลือกจัดขึ้นในวันครบรอบ 14 ปี รัฐประหาร 19 ก.ย.

    นักวิชาการและนักกิจกรรมการเมืองที่เรียกตัวเองเป็น “ฝ่ายประชาธิปไตย” หลายคนเห็นว่า 19 ก.ย. 2549 คือจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งทางการเมืองที่ลึกซึ้งยาวนานที่สุดในสังคมไทย

    เหตุการณ์รัฐประหารเมื่อ 14 ปีก่อน ไม่เพียงเปลี่ยนชีวิตนายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ไปตลอดกาล แต่ยังเป็นอดีตที่ตามหลอกหลอน พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่ถูกตราหน้าว่า "รัฐประหารเสียของ"

    อ่านรายงานเกี่ยวกับรัฐประหาร 19 ก.ย. 49 ได้ที่นี่

    https://bbc.com.im/thai/thailand-41315814%3C/p%3E%3C/div%3E%3C/div%3E%3C/article%3E%3C/li%3E%3Cli class="css-xxlek1">

    บรรยากาศใน มธ.

    บีบีซีไทยรายงานสดผ่าน YouTube live บรรยากาศการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมหลังจากที่แกนนำได้พามวลชนเข้ามาภายในมหาวิทยาธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. และเริ่มตั้งเวทีชั่วคราวบริเวณสนามฟุตบอล ย้อนชมได้ที่นี่

  14. “ไม่ลดเพดาน”

    ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลุ่ม “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” คือหนึ่งในตัวละครสำคัญในปรากฏการณ์ “ขยับเพดาน” การพูดถึงการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ในพื้นที่สาธารณะ

    -3 ส.ค. นายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน สวมชุดตัวแสดงในภาพยนตร์ “แฮร์รี พอตเตอร์” เปิดปราศรัยเสนอแนวทางปฏิรูปสถาบันฯ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กิจกรรมนี้จัดโดยนักศึกษากลุ่ม “มหานครเพื่อประชาธิปไตย” และ “มอกะเสด” ซึ่งเป็นผู้ออกแถลงการณ์ 3 ข้อ ในจำนวนนี้คือ ให้ยกเลิกพระราชอำนาจที่อาจกระทบกับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชายนุภาพให้สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตย

    -10 ส.ค. นายอานนท์ นำภา ขึ้นปราศรัยเวที “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” ที่ มธ. ศูนย์รังสิต ครั้งนี้มีแกนนำนักศึกษาอีก 2 คนคือ นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ “ไมค์ระยอง” และ น.ส. ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ เปิดปราศรัยในประเด็นเดียวกันด้วย ก่อนที่รุ้งจะประกาศ 10 ข้อเสนอในการปฏิรูปสถาบันฯ ปิดท้าย ซึ่งนักวิชาการและผู้สังเกตการณ์การเมืองเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่าข้อเรียกร้อง “ทะลุเพดาน”

    -ก่อน 19 ก.ย. แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ยืนยันว่า "จะไม่ลดเพดาน" และ "จะไม่หยุดพูด เพียงเพราะใครมาห้ามไม่ให้พูด"

    ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามทางอุดมการณ์ที่เคลื่อนไหวในนามกลุ่ม “ไทยภักดี” วิจารณ์ว่าความเคลื่อนไหวของขบวนการนักศึกษาเป็นการ “มัดมือชก” สถาบันฯ อยู่ฝ่ายเดียว พร้อมตอบโต้ 10 ข้อเสนอในการปฏิรูปสถาบันฯ เป็นรายข้อ

    อ่านเพิ่มเติมที่นี่

    https://bbc.com.im/thai/thailand-53964009%3C/a%3E%3C/p%3E%3C/div%3E%3C/div%3E%3C/article%3E%3C/li%3E%3Cli class="css-xxlek1">

    เส้นทางและพัฒนาการของขบวนการ “แฟลชม็อบ” นักศึกษา

  15. เจ้าหน้าที่ มธ. เปิดประตูให้ผู้ชุมนุมเข้าไปด้านใน

  16. จากปรากฏการณ์ 10 สิงหา ถึง 19 กันยา