ไทเปจะไม่ทน
ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อบัญชีว่า @nutmh ได้โพสต์ภาพที่ระบุว่า เป็นการชุมนุมที่บริเวณย่านซีเหมินติ้งในกรุงไทเปของไต้หวันวันนี้
You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
บีบีซีไทยรายงานสดการชุมนุม "19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร" จัดขึ้นโดยนักศึกษาที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม "แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม" และพร้อมเครือข่ายหลายองค์กร
ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อบัญชีว่า @nutmh ได้โพสต์ภาพที่ระบุว่า เป็นการชุมนุมที่บริเวณย่านซีเหมินติ้งในกรุงไทเปของไต้หวันวันนี้
นอกจากเหตุผลเรื่องสถานที่ ซึ่งเป็นพื้นที่โล่งที่อยู่ใกล้ มธ. ท่าพระจันทร์แล้ว สนามหลวงยังเป็นพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมด้วย
ในการปราศรัยที่การชุมนุมแฮร์รี พอตเตอร์ "เสกคาถาปกป้องผู้พิทักษ์ประชาธิปไตย" ซึ่งจัดโดยกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครและมหาวิทยาเกษตรศาสตร์ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 3 ส.ค. นายอานนท์ นำภา ทนายสิทธิมนุษชนได้พูดถึงประเด็นเรื่องการขยายอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์และเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการเปิดประเด็นเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ในการชุมนุม
ในวันนั้นนายอานนท์ได้เรียกร้องให้แก้ พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2561 เพื่อแบ่งทรัพย์สินส่วนที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินออกจากทรัพย์สินส่วนพระองค์ให้ชัดเจน และให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินที่เป็นสาธารณะสมบัตินี้
นายอานนท์กล่าวว่ากฎหมายฉบับนี้ทำให้ "ทรัพย์สินส่วนที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่เราเป็นเจ้าของร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นสนามหลวง ไม่ว่าจะเป็นพระราชวัง ไม่ว่าจะเป็นหุ้นซึ่งเดิมเป็นของพวกเราร่วมกัน ต่อไปนี้จะตกเป็นของพระมหากษัตริย์ และบริหารไปตามพระราชอัธยาศัย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญแต่ไม่มีใครกล้าพูดถึง"
ต่อมาในวันที่ 10 ส.ค. นักศึกษากลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมได้ประกาศข้อเรียกร้อง 10 ประการในการชุมนุม "ธรรมศาสตร์จะไม่ทน" ที่ มธ. ศูนย์รังสิต ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการยกเลิก พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2561 และให้แบ่งทรัพย์สินออกเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงการคลัง และทรัพย์สินส่วนพระองค์ที่เป็นของส่วนตัวของกษัตริย์อย่างชัดเจน
วันที่ 27 ส.ค. นายอานนท์ปราศรัยย้ำประเด็นนี้อีกครั้งในกิจกรรม "เราคือเพื่อนกัน" จัดโดยกลุ่มดาวดิน สามัญชน ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถ.ราชดำเนินกลาง โดยเขาอธิบายว่าทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์นั้นแบ่งเป็นสองส่วน คือ ทรัพย์สินส่วนพระองค์และส่วนที่เป็นสาธารณะสมบัติ เช่น วัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง ซึ่ง "เป็นของส่วนรวม ใครมาใครก็ได้ใช้ เพราะนี่คือสิ่งที่บรรพบุรุษเราเสียภาษีบำรุงรักษา สร้างมันขึ้นมา...เป็นเงินของปู่ย่าตาทวดเราทุกคน"อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เปิด พ.ร.บ.โบราณสถานฯ และระเบียบ กทม. ว่าด้วย "สนามหลวง"
บรรยากาศบริเวณท้องสนามหลวง หลังจากนักศึกษาและประชาชนได้เคลื่อนย้ายการชุมนุม "19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร" ออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาที่ท้องสนามหลวง โดยผู้จัดงานคาดว่าจะมีผู้มาร่วมชุมนุมมากกว่า 50,000 คน ขณะที่ตำรวจได้ตั้งแผงกั้นบริเวณห้ามชุมนุมเป็นระยะห่างจากพระบรมมหาราชวังราว 150 เมตร
สิบเอกณรงค์ชัย อินทรกวี หรือ "หมู่อาร์ม" ทหารที่ออกมาเปิดโปงการทุจริตภายในกองทัพบก มาร่วมขบวนรถปราศัยกับแกนนำการชุมนุม "19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร" ด้วย
ย้อนอ่านความเป็นมาเกี่ยวกับตัวเขา ได้ที่ https://bbc.com.im/thai/52939264%3C/p%3E%3C/div%3E%3C/div%3E%3C/article%3E%3C/li%3E%3Cli class="css-xxlek1">
การชุมนุม "19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร" โดยนักศึกษาที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม "แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม" มีเครือข่ายหลายองค์กร ที่ร่วมเรียกร้องประเด็นทางสังคมอื่น ๆ นอกจาก เรื่อง การเมือง เช่น การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของกลุ่มสนับสนุนพนักงานบริการทางเพศ ขบวนเพื่อความหลากหลายทางเพศ และกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิการทำแท้งอย่างปลอดภัย ที่สนามหลวงฝั่งศาลฎีกา
ผู้ร่วมกิจกรรมบางส่วนคอสเพลย์เป็นตัวละครจากเรื่อง Money Heist โดยระบุว่าไม่ได้มาปล้นเงิน-ทอง แต่มา “ปล้นความอยุติธรรม”
16.32 ผู้ร่วมชุมนุมหลั่งไหลเข้าพื้นที่สนามหลวง ล้นจากพื้นปูนฝั่ง มธ. กินพื้นที่ฝั่งสนามหญ้าด้านวัดพระแก้ว หลังจากรถแห่ปราศรัยของแกนนำเข้าพื้นที่สนามหลวงตั้งแต่เวลา 15.30 น.
พ.ต.อ.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้กำกับ สน.ชนะสงคราม ได้ประจำการที่แนวตำรวจและแนวรั้วแผงเหล็ก ซึ่งติดป้ายประกาศว่าเป็นระยะ 150 เมตรจากพระบรมมหาราชวัง โดยถือเป็นเขตห้ามชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ
"ที่ผ่านมา ตำรวจได้ยอมมาแล้วยอมมามากแล้ว และถ้าหากพิจารณาพื้นที่สนามหลวงขนาดนี้ ก็เพียงพอที่จะใช้จัดกิจกรรมได้แล้ว" ผกก.สน.ชนะสงคราม กล่าว
ต่อมาเมื่อเจ้าหน้าที่เคลื่อนรถฉีดน้ำมาเตรียมพร้อมในพื้นที่ ก็มีคำประกาศจากหน้าเวทีให้ประชาชนกลับไปรวมตัวกันที่หน้าเวที ซึ่งอยู่กลางของท้องสนามหลวง
ประกาศปิดการจราจร 5 จุด
ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต. จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า ทางตำรวจนครบาลได้สั่งปิดการจราจร 5 จุดตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ประกอบด้วย ถนนพระอาทิตย์ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า, แยกผ่านพิภพ, สะพานช้างโรงสี, วงเวียน รด., แยกท่าเตียน
นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมกล่าวบนรถปราศรัยระหว่างนำขบวนมวลชนเคลื่อนออกจาก มธ. มายังเวทีใหญ่ที่สนามหลวง ซึ่งขณะนั้นเริ่มมีความตึงเครียดจากการดันกันของตำรวจและประชาชนที่พยายามจะเข้าไปในสนามหลวง
"วันนี้จะเป็นนาทีประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การเมืองไทยในวันพรุ่งนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป"
"เราไม่มีอาวุธ ใช้สันติวิธี มามือเปล่า...เราขอเจรจา ถ้าไม่ต้องการให้เกิดการปะทะเกิดขึ้น คุณก็ควรสั่งตำรวจควบคุมฝูงชนถอยไปซะ” พริษฐ์กล่าวก่อนจะบอกให้มวลชนผลักรั้วกั้นและดันแนวตำรวจเพื่อเข้าไปในสนามหลวง
16.00 น. ผู้ชุมนุมปักหลักเต็มพื้นที่ครึ่งหนึ่งของสนามหลวง หลังจากรถแห่ปราศรัยของแกนนำที่มี เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ รุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และ ไมค์ ภาณุพงษ์ จาดนอก เข้าพื้นที่สนามหลวง ตั้งแต่เวลา 15.30 แล้ว มวลชนได้ทยอยเข้าจับจองที่นั่งในสนามหลวงจนเกือบเต็มพื้นที่ครึ่งหนึ่ง โดยได้เข้าสนามหลวงทางประตูรั้วฝั่งตรงข้าม มธ. 2 จุด ขณะนี้รถแห่กำลังเคลื่อนที่ไปยังเวทีใหญ่ที่ตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เวลา 15.20 น. แกนนำผู้ชุมนุมได้ขึ้นมารวมตัวบนรถปราศรัยบริเวณสนามฟุตบอล มธ. และประกาศให้ผู้ชุมนุมเตรียมพร้อมเคลื่อนขบวนไปยังสนามหลวง โดยให้มารวมตัวกันด้านหลังรถปราศรัย จากนั้นรถและผู้ชุมนุมเริ่มเคลื่อนขบวนรอบสนาม
ขณะที่บริเวณสนามหลวง ได้มีการจัดตั้งเวทีบริเวณพื้นปูนฝั่ง มธ. และมีมวลชนกลุ่มหนึ่งเริ่มมารวมตัว
เวลาประมาณ 15.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ได้อ่านคำสั่งให้ผู้ชุมนุมเลิกชุมนุมภายใน 1 ชั่วโมง
ตำรวจแจ้งกับผู้ชุมนุมว่าตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ผู้จัดการชุมนุมต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 24 ชม.
"แต่การชุมนุมครั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ได้แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง...ถือว่าเป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นเพื่อประโยชน์แก่การรักษาความสงบเรียบร้อย และความสะดวกของประชาชนในการดูแลชุมนุมสาธารณะให้เป็นไปโดยสงบ และไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวาย อาศัยตามอำนาจมาตรา 27 (1) แห่งพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 จึงให้ผู้ชุมนุมเลิกรชุมนุมภายใน 1 ชม.นับจากนี้" ตำรวจกล่าวกับผู้ชุมนุม
บริเวณใต้ตึกโดม มธ. กลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งร่วมจัดการชุมนุม เริ่มเตรียมอุปกรณ์สื่อสารและสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันตัว เช่น เสื้อกั๊ก แว่นตา หน้ากากกันแก๊สน้ำตา ถุงมือ โดยคาดว่าอาจมีการเคลื่อนขบวนไปยังสนามหลวงในช่วงเย็นวันนี้
ขณะที่ บริเวณสนามฟุตบอล มธ. ซึ่งเป็นที่ตั้งของรถปราศรัย พระสงฆ์ 5 รูป ขึ้นเวทีสาธยายพระสูตรว่าด้วยการปกครองและอำนาจอธิปไตยสูงสุดควรเป็นของประชาชน และทำพิธีกรรมตามความเชื่อเพื่อให้ขวัญและกำลังใจแก่ผู้ชุมนุมที่ทยอยมารวมตัวกันที่ มธ.
ทุกกิจกรรมและความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นระหว่างการชุมนุมใหญ่ 19 ก.ย. จะถูกเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบเก็บข้อมูล ก่อนรายงานตรงไปยังศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) หลังนายกฯ มอบหมายให้ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับผิดชอบหลักติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชม.
กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) หน่วยรับผิดชอบชอบหลักประเมินฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้นไว้ 5 สมมติฐาน
ตำรวจจึงงัด “แผนการชุมนุม 63” ซึ่งจัดทำขึ้นมาใหมาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่ยังคงอยู่ภายใต้การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังเคยใช้ “แผนกรกฏ 52” รับมือกับการชุมนุมประท้วงใหญ่ ๆ มานานกว่า 10 ปี“แผนการชุมนุม 63” ซึ่งจัดทำขึ้นมาใหมาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่ยังคงอยู่ภายใต้การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังเคยใช้ “แผนกรกฏ 52” รับมือกับการชุมนุมประท้วงใหญ่ ๆ มานานกว่า 10 ปี
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวว่าแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่จะดำเนินการจากเบาไปหาหนัก ไม่ได้มุ่งเน้นการใช้กำลัง เบื้องต้นได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบของกองร้อยควบคุมฝูงชนทั่วประเทศประมาณ 1 หมื่นกว่าคน
มีรายงานว่าตำรวจได้จัดเตรียมกำลังอย่างน้อย 57 กองร้อย ดูแลความปลอดภัยและอารักขาพื้นที่สำคัญ 14 จุดตามเส้นทางที่คาดว่ามวลชนจะเคลื่อนผ่าน ดังนี้
-มธ. ท่าพระจันทร์ 3 กองร้อย
-พระบรมหาราชวัง 4 กองร้อย
-อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 3 กองร้อย
-แยก จปร. 3 กองร้อย
-แยะสะพานมัฆวาน 3 กองร้อย
-แยกสะพานวิศสุกรรมนฤมาน 1 กองร้อย
-แยกสะพานเทเวศรนฤมิตร 1 กองร้อย
-แยกสวนมิสกวัน 1 กองร้อย
-แยกอู่ทอง 1 กองร้อย
-สถานีดับเพลิงวชิระ 1 กองร้อย
-แยกเทวกรรม 1 กองร้อย
-แยกพาณิชกรรม 2 กองร้อย
-แยกเสาวนี 1 กองร้อย
-แยกอภัยเจษฎุทิศ 1 กองร้อย
ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การชุมนุมสาธารณะ ไม่อนุญาตให้มีการชุมนุมในรัศมี 150 เมตรจากเขตพระราชฐาน และ 50 เมตรจากสถานที่ราชการ
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กถาม “14 ปีมานี้ ชีวิตคนไทยโดยรวม ๆ เป็นไงบ้าง” ในโอกาสครบรอบ 14 ปีของรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ซึ่งเกิดขึ้นขณะที่เขาเดินทางไปประชุมสหประชาชาติ
“ผมขอฝากคำถามเดียวครับ ว่า 14 ปีมานี้ ชีวิตคนไทยโดยรวม ๆ เป็นไงบ้าง ประเทศไทยในสายตาโลกเป็นไงบ้าง” และระบุว่าแม้จะไม่ได้ถือพาสปอร์ตไทย แต่ “ผมตระหนักตลอดเวลาว่า ผมเป็นคนไทย รักคนไทย รักผืนแผ่นดินไทยไม่เคยเปลี่ยนแปลง”
นายทักษิณไม่ได้กล่าวถึงการชุมนุมของนักศึกษา-ประชาชนที่ มธ.ในวันนี้ ซึ่งเลือกจัดขึ้นในวันครบรอบ 14 ปี รัฐประหาร 19 ก.ย.
นักวิชาการและนักกิจกรรมการเมืองที่เรียกตัวเองเป็น “ฝ่ายประชาธิปไตย” หลายคนเห็นว่า 19 ก.ย. 2549 คือจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งทางการเมืองที่ลึกซึ้งยาวนานที่สุดในสังคมไทย
เหตุการณ์รัฐประหารเมื่อ 14 ปีก่อน ไม่เพียงเปลี่ยนชีวิตนายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ไปตลอดกาล แต่ยังเป็นอดีตที่ตามหลอกหลอน พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่ถูกตราหน้าว่า "รัฐประหารเสียของ"
อ่านรายงานเกี่ยวกับรัฐประหาร 19 ก.ย. 49 ได้ที่นี่
https://bbc.com.im/thai/thailand-41315814%3C/p%3E%3C/div%3E%3C/div%3E%3C/article%3E%3C/li%3E%3Cli class="css-xxlek1">
บีบีซีไทยรายงานสดผ่าน YouTube live บรรยากาศการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมหลังจากที่แกนนำได้พามวลชนเข้ามาภายในมหาวิทยาธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. และเริ่มตั้งเวทีชั่วคราวบริเวณสนามฟุตบอล ย้อนชมได้ที่นี่
ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลุ่ม “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” คือหนึ่งในตัวละครสำคัญในปรากฏการณ์ “ขยับเพดาน” การพูดถึงการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ในพื้นที่สาธารณะ
-3 ส.ค. นายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน สวมชุดตัวแสดงในภาพยนตร์ “แฮร์รี พอตเตอร์” เปิดปราศรัยเสนอแนวทางปฏิรูปสถาบันฯ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กิจกรรมนี้จัดโดยนักศึกษากลุ่ม “มหานครเพื่อประชาธิปไตย” และ “มอกะเสด” ซึ่งเป็นผู้ออกแถลงการณ์ 3 ข้อ ในจำนวนนี้คือ ให้ยกเลิกพระราชอำนาจที่อาจกระทบกับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชายนุภาพให้สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตย
-10 ส.ค. นายอานนท์ นำภา ขึ้นปราศรัยเวที “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” ที่ มธ. ศูนย์รังสิต ครั้งนี้มีแกนนำนักศึกษาอีก 2 คนคือ นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ “ไมค์ระยอง” และ น.ส. ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ เปิดปราศรัยในประเด็นเดียวกันด้วย ก่อนที่รุ้งจะประกาศ 10 ข้อเสนอในการปฏิรูปสถาบันฯ ปิดท้าย ซึ่งนักวิชาการและผู้สังเกตการณ์การเมืองเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่าข้อเรียกร้อง “ทะลุเพดาน”
-ก่อน 19 ก.ย. แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ยืนยันว่า "จะไม่ลดเพดาน" และ "จะไม่หยุดพูด เพียงเพราะใครมาห้ามไม่ให้พูด"
ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามทางอุดมการณ์ที่เคลื่อนไหวในนามกลุ่ม “ไทยภักดี” วิจารณ์ว่าความเคลื่อนไหวของขบวนการนักศึกษาเป็นการ “มัดมือชก” สถาบันฯ อยู่ฝ่ายเดียว พร้อมตอบโต้ 10 ข้อเสนอในการปฏิรูปสถาบันฯ เป็นรายข้อ
อ่านเพิ่มเติมที่นี่