You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.

Take me to the main website

กองทัพเมียนมายึดอำนาจรัฐบาลออง ซาน ซู จี

หลังจากมีข่าวลือเรื่องการรัฐประหารในเมียนมามาหลายวัน ล่าสุดกองทัพเมียนมาเข้าควบคุมตัวนางออง ซาน ซู จี ผู้นำพรรคเอ็นแอลดีและประกาศยึดอำนาจรัฐบาลแล้วเช้าวันนี้ (1 ก.พ.)

รายงานสด

  1. ปฏิกิริยาจากสหรัฐฯ ออสเตรเลีย และสิงคโปร์

    สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้รับรายงานสถานการณ์การควบคุมตัวนางออง ซาน ซู จี แล้ว โดยโฆษกทำเนียบขาวได้ออกแถลงการสั้น ๆ ระบุว่า

    "สหรัฐฯ คัดค้านความพยายามใด ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งทั่วไปหรือกระทำการขัดขวางการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยในเมียนมา และสหรัฐฯ จะดำเนินการต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหากไม่ยุติการกระทำดังกล่าว" เจน ซากี โฆษกหญิงของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์

    ด้านนายสก็อตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในเมียนมา

    "เราสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยของเมียนมามายาวนาน รวมถึงการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาด้วย" นายกฯ ออสเตรเลียกล่าว

    ออสเตรเลียและพันธมิตรระหว่างประเทศออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อศุกร์ที่ผ่านมา (30 ม.ค.) คัดค้านความพยายามใด ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งและเรียกร้องให้กองทัพยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย

    มารีส เพย์น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย เรียกร้องให้กองทัพเมียนมาปล่อยผู้ที่ถูกควบคุมตัวโดยทันที

    "เราขอเรียกร้องให้ทหารเคารพหลักนิติธรรม เพื่อยุติข้อพิพาทผ่านกลไกที่ชอบด้วยกฎหมายและปล่อยตัวผู้นำพลเรือนและคนอื่น ๆ ที่ถูกควบคุมตัวโดยมิชอบด้วยกฎหมายทันที"

    แถลงการณ์จากกระทรวงต่างประเทศ สิงคโปร์ ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุดในเมียนมา โดยระบุว่า "เรากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและหวังว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะใช้ความยับยั้งชั่งใจรักษาบทสนทนาและทำงานเพื่อผลลัพธ์ที่เป็นบวกและสันติ"

  2. วิษณุ: ไทยจับตาสถานการณ์ในเมียนมา, รองนายกฯ ระบุทั่วโลกยัง "มึนงง" กับสิ่งที่เกิดขึ้นในเมียนมา

    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงกรณีสถานการณ์ทางการเมืองของเมียนมาหลังจากกองทัพทหารได้ควบคุมตัวนางออง ซาน ซู จี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือเอ็นแอลดี พร้อมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงอื่น ๆ ว่าขณะนี้ ฝ่ายความมั่นคงและกระทรวงการต่างประเทศกำลังติดตามดูอยู่เป็นระยะ พร้อมกับรายงานให้รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีได้รับทราบ ซึ่งทั่วโลกต่างก็ยังคงมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

  3. รู้จักประธานาธิบดีชั่วคราวของเมียนมา

    พล.อ. มินต์ ส่วย ถูกเลือกให้ทำหน้าที่ประธานาธิบดีชั่วคราว หลังกองทัพเมียนมาเข้ายึดอำนาจวันที่ 1 ก.พ. ทำให้อายุประชาธิปไตยในประเทศแห่งนี้สะดุดหยุดลงในเวลาเพียง 5 ปี

    สำหรับนายพลนอกราชการวัย 69 ปีรายนี้ ถูกมองว่าเป็น “สายเหยี่ยว” และมีความแนบแน่นกับกองทัพอย่างยิ่ง

    เป็นที่รับรู้กันดีในหมู่ผู้ติดตามการเมืองเมียนมาว่า พล.อ. มินต์ ส่วย มีความสนิทสนมกับ พล.อ.อาวุโส ตาน ฉ่วย อดีตผู้นำรัฐบาลเผด็จการทหาร

    เขาเคยเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีเมื่อปี 2559 มาแล้วหนหนึ่ง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากกองทัพ ทว่าต้องแพ้โหวตกลางสภาให้แก่นาย ถิ่น จอว์ สังกัดพรรคเอ็นแอลดี ที่ได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีพลเรือนคนแรกในรอบ 50 ปีของประเทศ หลังนางออง ซาน ซู จี นำพรรคเอ็นแอลดีชนะการเลือกตั้งเมื่อ พ.ย. 2558 อย่างถล่มทลาย

    พล.อ. มินต์ ส่วย เคยทำหน้าที่รักษาการประธานาธิบดีเมียนมามาแล้วหนหนึ่ง เมื่อ มี.ค. 2561 หลังนายถิ่น จอว์ ลาออกจากตำแหน่งโดยให้เหตุผลว่าต้องการพักผ่อน

    ชื่อของ พล.อ. มินต์ ส่วย ยังติดบัญชีดำห้ามเข้าประเทศสหรัฐฯ (Specially Designated National) ด้วย

  4. หนึ่งวันก่อนยึดอำนาจ กองทัพว่าอย่างไร

    กองทัพเมียนมาก่อการยึดอำนาจรัฐบาลออง ซาน ซู จี ไม่ถึงหนึ่งวันหลังออกแถลงการณ์ยืนยันว่ากองทัพจะยึดแนวทางประชาธิปไตย

    กองทัพเมียนมาพูดว่าอย่างไรไม่กี่ชั่วโมงก่อนยึดอำนาจ

    ช่วงบ่ายของวันที่ 31 ม.ค. กองทัพเมียนมาออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้บรรดานักการทูตต่างชาติในเมียนมาอย่าเพิ่งคาดเดาอะไรเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ และขอให้นานาชาติอย่ายอมรับผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาว่า "เป็นเรื่องปกติ" โดยไม่เข้าใจถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และไม่ตรวจสอบตัวเลข และบัญชีต่าง ๆ ซึ่งกองทัพได้เปิดเผยไว้ให้สื่อในประเทศและต่างชาติได้ตรวจสอบเมื่อ 26 ม.ค.

    กองทัพคือผู้ที่ออกมาเรียกร้องให้ยึดตามแนวทางประชาธิปไตย และขอร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และรัฐบาลที่มีพรรคเอ็นแอลดีเป็นแกนนำให้แสดงผลนับคะแนนการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการโดย กกต. ทว่าจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีผลนับคะแนนออกมา

    กองทัพขอปฏิเสธอย่างแข็งขันว่าไม่ได้ขัดขวางกระบวนการเปลี่ยนผ่านทางประชาธิปไตย แท้จริงแล้วพวกเราคือผู้ที่กำหนดเส้นทางให้ประเทศเดินหน้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยตั้งแต่ที่เราร่างรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2008 (2551) ซึ่งได้วางแนวทางการปฏิรูปอย่างเป็นขั้นตอน และการเปลี่ยนผ่านอย่างค่อยเป็นค่อยไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย

    ในการเรียกร้องต่อ กกต. และรัฐบาลที่มีพรรคเอ็นแอลดีเป็นแกนนำ สิ่งที่กองทัพคัดค้าน ไม่ใช่ผลของการเลือกตั้ง ก่อนหน้านี้ ทำไมรัฐบาลของ ฯพณฯ เต็ง เส่ง จึงยอมรับต่อผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2015 ที่พรรคเอ็นแอลดีมีชัยอย่างท่วมท้น

    กองทัพเห็นว่า “กระบวนการ” การเลือกตั้งปี 2020 ไม่เป็นที่ยอมรับ เนื่องจากเชื่อได้ว่ามีการโกงคะแนนกว่า 10.5 ล้านเสียง เสียงเหล่านี้มาจากผู้มีสิทธิ์ที่ไม่มีตัวตนจริง จะมีประเทศไหนในโลกของบรรดาทูตานุทูตในเมียนมาจะยอมรับการโกงครั้งมโหฬารเช่นนี้หรือ

    เห็นอย่างชัดเจนว่า มีคณะทูตบางประเทศในเมียนมาออกแถลงการณ์โดยไม่มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งกองทัพของเรียกร้องพวกท่านให้พิจารณาข้อเท็จจริงอีกครั้ง ทบทวนข้อมูล และผลที่ตามมาของแถลงการณ์นี้ กองทัพจะทำทุกอย่างที่เป็นไปได้ในการยึดมั่นต่อแนวทางปฏิบัติในระบอบประชาธิปไตยของการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ตามที่ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2008 ทั้งนี้ก็เพื่อ สันติภาพที่ยั่งยืน การกินดีอยู่ดี และความผาสุกของประชาชนเมียนมาทุกคน

  5. “กองทัพรอต่อไปได้อีก 5 ปี ไม่ได้”, นักวิเคราะห์ไทยมองการเมืองเมียนมา

    สุภัตรา ภูมิประภาส นักแปลหนังสือด้านการเมืองและประวัติศาสตร์ของเมียนมาหลายเล่ม กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ผลการเลือกตั้งที่ออกมาสะท้อนให้เห็นว่า คะแนนนิยมในตัวนางซู จี และพรรคของเธอยังมีอยู่สูง แม้นานาชาติมองว่า คะแนนนิยมในตัวเธอลดลง

    "การมีเสียงข้างมากในสภาฯ เป็นสมัยที่ 2 รัฐบาลภายใต้การนำของเอ็นแอลดีจะเดินหน้าผลักดันกฎหมายเพื่อลดบทบาทของกองทัพต่อไปได้ และจะทำให้กองทัพอ่อนแอลง กองทัพรอต่อไปได้อีก 5 ปี ไม่ได้" สุภัตรากล่าว

  6. ด่วน, กองทัพเมียนมาประกาศยึดอำนาจแล้ว

    สำนักข่าวเมียวดี สื่อกระบอกเสียงของกองทัพรายงานว่า ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้เข้ารักษาอำนาจรัฐแล้ว

    แถลงการณ์ระบุด้วยว่าการควบคุมตัวบุคคลเกิดจากความไม่มั่นคงทางการเมือง หลังพบความผิดปกติในการลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในระหว่างการเลือกตั้งทั่วไป

    กองทัพยังประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศเป็นเวลา 1 ปี และแต่งตั้ง พล.อ. มินต์ ส่วย รองประธานาธิบดี เป็นประธานาธิบดีชั่วคราว

    สำหรับ พล.อ. มินต์ ส่วย เป็นพันธมิตรคนสำคัญของ พล.อ.อาวุโส ตาน ฉ่วย อดีตผู้นำรัฐบาลเผด็จการทหารเมียนมา

  7. คนไทยในย่างกุ้งเผยสถานการณ์ยังปกติ

    คนไทยที่ทำงานในนครย่างกุ้งบอกกับบีบีซีไทยว่าบรรยากาศทั่วไปในช่วงเช้ายังเป็นปกติ ผู้คนยังใช้ชีวิตประจำวันเดินจับจ่ายใช้สอยตามตลาด จิบน้ำชา แต่ในด้านการติดต่อสื่อสาร สัญญาณโทรศัพท์ถูกตัด ส่วนอินเทอร์เน็ตยังพอใช้การได้บางแห่ง

    ขณะที่สถานที่ราชการในนครย่างกุ้งยังอยู่ในภาวะปกติเช่นกัน เท่าที่สังเกตเห็นยังไม่มีกำลังเจ้าหน้าที่ทหารมาประจำการ

  8. ใครถูกจับกุมแล้วบ้าง

    จากการรายงานของบีบีซีแผนกภาษาพม่า บุคคลที่ถูกทหารควบคุมตัวไปขณะนี้มีทั้งบุคคลสำคัญในรัฐบาล แกนนำพรรคเอ็นแอลดี และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง รายชื่อเท่าที่มีการรายงานในโซเชียลมีเดียขณะนี้ ได้แก่

    • นางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ
    • ประธานาธิบดี วิน มินต์
    • นายเมียว ยุ้นต์ โฆษกพรรคเอ็นแอลดี
    • นายมิน โก เนียง อดีตผู้นำศึกษาในการชุมนุมประท้วง 8/8/88 เพื่อต่อต้านรัฐบาลทหารพม่า ปัจจุบันเป็นแกนนำกลุ่ม 88 Generation Student Groups
    • นายโก เมียะ อาย สมาชิกกลุ่ม 88 Generation Student Groups
    • นายมิน ตเว ทิต ผู้นำนักศึกษากลุ่ม Burmese Communist Party
  9. "มิน อ่อง หล่าย" กับ "พล.อ.เปรม"

    สื่อมวลชนไทยหลายแห่งรายงานว่า พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย มีความสัมพันธ์อันดีกับผู้นำเหล่าทัพของไทย รวมถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ที่รับเขาเป็นบุตรบุญธรรม

    ไทยรัฐออนไลน์ รายงานเมื่อ 6 ก.ค. 2557 อ้างคำให้สัมภาษณ์ของ พล.ท.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรีว่า พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย เข้าพบ พล.อ.เปรมหลายครั้ง และขอเป็นบุตรบุญธรรมเมื่อปี 2555 โดยบอกว่า "พล.อ.เปรมอายุเท่าบิดาท่าน แถมยังเป็นทหารเหมือนกัน ท่านจึงขอเป็นลูกบุญธรรม"

  10. ชนวนวิกฤตจากข้อกล่าวหา “โกงการเลือกตั้ง”

  11. เส้นทางข่าวลือรัฐประหารในเมียนมา

  12. ทหารตรึงกำลังในเนปิดอว์และย่างกุ้ง