ประชุมสุดยอดทรัมป์-คิม: ลงนามข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์

บีบีซีไทยรายงานสดการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กับนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ จากเกาะเซนโตซา ของสิงคโปร์

รายงานสด

  1. 4 ชม. ประวัติศาสตร์ที่สิงคโปร์

    ผ่านมาเกือบ 4 ชั่วโมงของการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ที่เกาะเซนโตซา ประเทศสิงคโปร์

    มีเหตุการณ์สำคัญใดเกิดขึ้นบ้าง

    • นายทรัมป์กับนายคิมจับมือกันไป 3 ครั้ง (ตอนเผชิญหน้ากันครั้งแรก, ตอนเริ่มต้นหารือแบบ “ตัวต่อตัว” และตอนเริ่มต้นประชุมทวิภาคีเต็มคณะ)
    • วรรคทองของนายทรัมป์ต่อคู่สนทนาคือ “เราจะมีความสัมพันธ์อันดีเยี่ยมต่อกัน” ขณะที่วรรคทองของนายคิมที่พูดกับผู้นำสหรัฐฯ คือ “มันไม่ง่ายเลยที่จะมาถึงตรงนี้”
    • การประชุมแบ่งออกเป็น 3 ช่วงสำคัญคือ การหารือแบบตัวต่อตัวของ 2 ผู้นำ ใช้เวลาราว 35 นาที, การหารือทวิภาคีเต็มคณะ ซึ่งนอกจากนายทรัมป์และนายคิม มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงร่วมด้วยฝ่ายละ 3 คน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที และการหารือระหว่างรับประทานอาหารกลางวัน ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง 10 นาที
    • นายทรัมป์ระบุกับผู้สื่อข่าวว่า "มีการลงนามบางอย่าง" แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดใด ๆ
    • ทั่วโลกต่างเกาะติดผลการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเกาหลีใต้ที่ประธานาธิบดีมุน แจ อิน ทวีตข้อความว่าการประชุมครั้งนี้เป็น "หลักไมล์ทางประวัติศาสตร์เปลี่ยนสงครามเป็นสันติภาพ"
    • ในศูนย์สื่อมวลชน มีผู้สื่อข่าวร่วมเกาะติดการประชุมครั้งประวัติศาสตร์กว่า 2,500 ชีวิต โดยเดินทางมาจาก 44 ประเทศ ภายใต้ต้นสังกัด 415 องค์กร
  2. การประชุมสิ้นสุด

    การประชุมสองฝ่ายบนโต๊ะอาหารสิ้นสุดลงแล้ว

    นายทรัมป์และนายคิมเดินออกมาเคียงบ่าเคียงไหล่กันตามทางเดินของโรงแรม

    นายทรัมป์กล่าวกับสื่อที่รออยู่ว่าเป็นการพูดคุยที่ดีมาก "ดีกว่าที่ใคร ๆ ได้เคยคาดไว้"

    และกล่าวว่าจะมีการลงนามบางอย่างด้วย แต่ไม่บอกรายละเอียดอื่นใด บอกเพียงว่าอีกสักพักนักข่าวก็จะได้รู้

    ทรมป์ คิม

    ที่มาของภาพ, AFP

    ทรัมป์คิม

    ที่มาของภาพ, Reuters

  3. ประชุมบนโต๊ะอาหาร

    ภาพก่อนที่ทุกคนจะนั่งลงและเริ่มการประชุมเต็มคณะพร้อมทั้งรับประทานอาหารกลางวันไปด้วย สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่านายทรัมป์ได้เชิญให้นายคิมนั่งลง พร้อมกับพูดหยอกช่างภาพที่อยู่ในที่นั้นว่าให้ถ่ายรูปให้ทั้งสองคนดู "ดี หล่อ และผอม"

    ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดของพิธีการอย่างอื่น ๆ ในช่วงที่เหลือของวันออกมา ยกเว้นกำหนดการที่นายทรัมป์จะพบกับผู้สื่อข่าวในเวลา 16.00 น. เวลาสิงคโปร์ หรือ 15.00 น. ตามเวลาของไทย

  4. 4 เหตุผลที่สิงคโปร์ได้รับเลือกเป็นสถานที่ประชุมสุดยอด ทรัมป์-คิม

    การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ ที่กำลังมีขึ้นในขณะนี้ ถือเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่อาจจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญได้ คุณทราบหรือไม่ว่า ทำไมสิงคโปร์จึงได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดการประชุมครั้งนี้

    นี่คือ เหตุผล 4 ข้อที่ทำให้สิงคโปร์ได้รับเลือกเป็นสถานที่การจัดประชุมครั้งประวัติศาสตร์นี้

    มารีนา เบย์ แซนด์

    ที่มาของภาพ, Getty Images

  5. "เหมือนกับหนังไซ-ไฟ" คิม จอง อึน กล่าวกับทรัมป์

    ระหว่างที่นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินไปตามแนวระเบียงของโรงแรมคาเปลลา คิม ได้กล่าวกับทรัมป์ว่า โลกคงไม่เชื่ออย่างแน่แท้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในสิงคโปร์

    "คนส่วนใหญ่บนโลกนี้คงคิดว่านี้เป็นฉากแฟนตาซีฉากหนึ่งจากหนังไซ-ไฟ (ภาพยนตร์แนวนิยายวิทยาศาสตร์)" คิม กล่าวกับทรัมป์ผ่านล่าม

    ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษากาย วิเคราะห์กับบีบีซีว่า การจับมือของคิมและทรัมป์ที่เกิดขึ้นทั้งสามครั้ง ทรัมป์เป็นผู้ที่ยื่นมือออกไปก่อน ซึ่งอาจตีความได้ว่าเป็นการยืนยันถึงความมีอำนาจเหนือกว่าของผู้นำสหรัฐฯ

    อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษากายผู้นี้บอกว่า ทรัมป์ "ไม่ได้รับการตอบรับกลับจากการจับมืออย่างที่เขาหวัง" "ในวัฒนธรรมอเมริกัน คุณคาดหวังว่าการจับมือจะต้องกินเวลานาน แต่ทรัมป์ไม่ได้รับสิ่งนั้น"

    คิม ทรัมป์

    ที่มาของภาพ, AFP/GETTY IMAGES

  6. ทำไมประเด็นสิทธิมนุษยชนถึงไม่ถูกพูดถึง?

    ศ.โรเบิร์ต เคลลี แห่งมหาวิทยาลัยบูซานของเกาหลีใต้ อธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า "ประเด็นสิทธิมนุษยชนไม่อยู่ในวาระการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือเพราะว่าฝ่ายเกาหลีเหนือจะมีปฏิกิริยาค่อนข้างรุนแรง หากว่าสหรัฐฯ นำเรื่องนี้ขึ้นมาบนโต๊ะเจรจา ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในอดีต แต่หากไม่มีประเด็นนี้ก็จะได้รับแรงกดดันจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนได้"

    นอกจากประเด็นดังกล่าวแล้ว ยังมีประเด็นอื่นอีกไหมที่สองผู้นำไม่พูดถึง บีบีซีไทยพาย้อนไปอ่านบทความวิเคราะห์ที่เคยตีพิมพ์ไปก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับ 8 เรื่องที่ทรัมป์-คิม จะไม่พูดถึงในที่ประชุมสุดยอดที่สิงคโปร์

    ภาพเด็กน้อย

    ที่มาของภาพ, Getty Images

  7. เปิดเมนูในมื้อสันติภาพระหว่างทรัมป์-คิม

    อาหารท้องถิ่นและอาหารนานาชาติสุดหรูถูกตระเตรียมเพื่อเสริฟให้แก่นายโดนัลด์ ทรัมป์ และนายคิม จอง อึน บนโต๊ะอาหารกลางวัน ในเวลาประมาณ 11.30 น. ดังนี้

    • อาหารชุดเริ่มต้น สามารถเลือกได้ระหว่าง คอกเทลกุ้งรับประทานกับสลัดอะโวคาโด, หรือ ยำมะม่วงแบบมาเลย์ที่เรียกว่าเคราบุ และแตงกวายัดไส้
    • ต่อไปจะเป็นจานหลัก หรือ เมนคอร์ส ซึ่งเป็นซี่โครงเนื้อตุ๋น, หมูผัดเปรี้ยวหวานกับข้าวผัดแบบหยางโจว หรือเลือกเป็น "แดกูโจริม" ซึ่งเป็นปลาค็อดเคี่ยวซอสสไตล์เกาหลี
    • ของหวานจะเป็น ทาร์ท ดาร์ค ช็อคโกแล็ต การ์นาช, ไอศครีมวานิลลาของฮาเก้น-ดาส หรือโทรเปซเซียน ที่เป็นขนมอบอย่างหนึ่ง

    ซึ่งทัังสองผู้นำ รวมทั้งคณะผู้เจรจาจะรับประทานอาหารและหารือกันไปด้วย

  8. ตลาดหุ้นเอเชียขานรับ ประชุมสุดยอดทรัมป์-คิม

    สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เงินสกุลดอลลาร์แข็งค่าในรอบ 3 สัปดาห์ หลังการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือเริ่มต้นขึ้นเมื่อเช้าวันนี้

    ขณะที่การหารือของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือยังคงดำเนินอยู่ นักลงทุนในเอเชียยังเฝ้าจับตามมอง เหตุการณ์สำคัญ

    โดยภาพรวมของสถานการณ์การซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาในภูมิภาคเอเชียปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดัชนีนิกเคอิของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น 0.28 % ส่วนตลาดหลักทรัพย์ของไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.5%

    ขณะที่รอยเตอร์ยังรายงานว่าตลาดหลักทรัพย์ในเกาหลีใต้และจีนยังคงแกว่งในแดนลบ

    ตลาดหุ้น

    ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

  9. ประธานาธิบดีมุน ยิ้ม เมื่อได้เห็น ทรัมป์-คิม จับมือ

    ทวิตเตอร์ของทำเนียบประธานาธิบดีแห่งเกาหลีใต้ ทวีตข้อความว่า ระหว่างที่ทรัมป์และคิมกำลังจับมือ ประธานาธิบดีมุน ทั้งยิ้ม และพยักหน้าตลอดเวลาที่ได้เห็นภาพนั้น

    ข้าม X โพสต์
    ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

    บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

    คำเตือน: บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่มาจากภายนอก

    สิ้นสุด X โพสต์

  10. ชาวเกาหลีเหนือรู้ข่าวการประชุมสุดยอดหรือไม่ ?

    แน่นอนว่าพวกเขารู้ข่าวการพบกันของทรัมป์และคิม ผ่านการรายงานข่าวสารจากสื่อของทางการเกาหลีเหนือเท่านั้น

    องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน จัดอันดับเสรีภาพสื่อของเกาหลีเหนือไว้รั้งท้ายสุด ข่าวสารใด ๆ ที่ประชาชนจะรับรู้จะมาจากทางการเท่านั้น และชาวเกาหลีเหนือที่ลักลอบดู อ่าน หรือฟังข่าวจากสื่อต่างชาติ สามารถถูกจับกุมคุมขังได้

    หน้าแรก

    ที่มาของภาพ, Rodong Sinmun

    คำบรรยายภาพ, หน้าแรกของเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ โรดอง ซินมุน ของเกาหลีเหนือ
    ชาวเกาหลีเหนืออ่านข่าวผู้นำสูงสุดของประเทศบนหน้าหนังสือพิมพ์ โรดอง ซินมุน ที่บริเวณทางเดินสถานีรถไฟในกรุงเปียงยาง

    ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

    คำบรรยายภาพ, ชาวเกาหลีเหนืออ่านข่าวผู้นำสูงสุดของประเทศบนหน้าหนังสือพิมพ์ โรดอง ซินมุน ที่บริเวณทางเดินสถานีรถไฟในกรุงเปียงยาง
  11. เหรียญที่ระลึกการประชุม

    ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ได้ออกเหรียญที่ระลึกการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์นี้ ซึ่งถูกล้อเลียนไปทั่ว ซึ่งภาพจริงก็แทบไม่ผิดแผกจากภาพในเหรียญมากนัก เพียงแต่สองผู้นำยืนกลับด้านกันเท่านั้น

  12. เธอเป็นใคร?

    ภาพผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ข้าง ประธานาธิบดีทรัมป์ และผู้นำสูงสุด คิม จอง อึน ในการประชุม

    มีหลายคนทวีตถึงเธอ อย่างเช่น แคทเธอรีน คีลลัฟ ทวีตว่า "เธอไม่ได้เป็นแค่ล่าม เธอเป็นผู้ตีความสารที่ส่งผ่านกันระหว่างทรัมป์และคิม เธอเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดในห้องประชุม"

  13. 478 ล้านบาท รัฐบาลสิงคโปร์ทุ่มงบ จัดประชุมสุดยอด

    รัฐบาลสิงคโปร์เปิดเผยว่า ใช้งบประมาณในการจัดประชุมสุดยอดครั้งนี้ราว 20 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 478 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นงบประมาณที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัย ทั้งทางบก และทางอากาศ

    นายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า "หากคุณมัวแต่คำนวณแต่ต้นทุนทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก คุณจะพลาดสิ่งสำคัญไป และเรื่องนี้สิ่งสำคัญคือการประชุมสุดยอดที่เราได้เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น"

    นอกจากนี้ยังเป็นการจัดงานครั้งประวัติศาสตร์ที่มีสื่อมวลชนจากทั่วโลกถูกส่งมารายงานข่าวกว่า 3,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดนับแต่สิงคโปร์เคยจัดงานมา

  14. ปฏิกิริยาจากผู้ที่หนีออกมาจากเกาหลีเหนือ

    เกรซ โจ เป็นหนึ่งในชาวเกาหลีเหนือที่หนีออกจากประเทศ เพราะต้องการแสวงหาชีวิตใหม่ที่ดีกว่าการอยู่ภายใต้การปกครองที่โหดร้ายของรัฐบาลเกาหลีเหนือ เธอให้สัมภาษณ์กับฮูโก บาเชกา นักข่าวบีบีซีว่า "ฉันรู้สึกเสียใจที่ประเด็นสิทธิมนุษยชนไม่ได้รับการหยิบยกขึ้นมาหารือ เราไม่สามารถแยกประเด็นนิวเคลียร์จากเรื่องสิทธิมนุษยชนได้ พวกเขาพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ขณะที่ประชาชนกำลังล้มตายเพราะความหิวโหย และอีกไม่น้อยต้องติดคุก" ในทวิตเตอร์ของบาเชกา ระบุว่า เกรซ โจ หนีออกจากเกาหลีเหนือถึง 3 ครั้ง ก่อนจะเดินทางมาอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ

    อ่านเรื่องความคิดเห็นของชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ต่อนายคิม จอง อึนได้ที่นี่ Link

  15. วิกฤตกาแฟในศูนย์สื่อมวลชน

    ขณะที่การประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือกำลังดำเนินอยู่ กลับปรากฏว่าเกิดเหตุวิกฤตบางอย่างขึ้นที่ศูนย์สื่อมวลชน โดยเพื่อนนักข่าวบอกบีบีซีว่า "กาแฟที่มีบริการในศูนย์สื่อ ฯ หมดแล้ว"

    ไม่ต้องแปลกใจเพราะว่านักข่าวทุกคนต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมารายงานเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ และที่สำคัญในงานนี้คาดว่ามีผู้สื่อข่าวกว่า 3,000 คน

    แต่ว่าโชคยังดี เพราะยังมีของหวานไว้รับรอง

    อาหารหวาน
  16. 3 เรื่องที่ คิม จอง อึน ต้องการจากการประชุมสุดยอดในสิงคโปร์

    ก่อนบทสรุปการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือจะสิ้นสุดลง มีอะไรบ้างที่ เกาหลีเหนือต้องการ ในขณะที่ สหรัฐฯ ต้องการให้ผู้นำเกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมด

    คำบรรยายวิดีโอ, 3 เรื่องที่ คิม จอง อึน ต้องการจากการประชุมสุดยอดในสิงคโปร์
  17. "การทูตผ่านกล้วยไม้"

    เมื่อมีผู้นำประเทศที่สำคัญไปเยือนสิงคโปร์ ทางรัฐบาลสิงคโปร์จะนำชื่อของพวกเขาไปตั้งเป็นชื่อกล้วยไม้ ไม่ว่าจะเป็นนายบารัค โอบามา ขณะเป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ, นายนาเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย, หรือนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน เราอาจได้เห็นการตั้งชื่อกล้วยไม้ตามชื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ หรือนายคิม จอง อึน หรือไม่ก็อาจจะมีกล้วยไม้ที่มีชื่อเป็นประชุมสุดยอดครั้งนี้

    เป็นไปได้หรือไม่ ก็เหมือนกับผลการประชุมที่ต้องติดตามกันต่อไป

    กล้วยไม้

    ที่มาของภาพ, Getty Images

  18. ท่าทีที่แตกต่างจากอดีตผู้นำเกาหลีเหนือ ?

    รูเพิร์ธ วิงฟิลด์-เฮย์ส ผู้สื่อข่าวบีบีซี ซึ่งเกาะติดเกี่ยวกับประเด็นเกาหลีเหนือ วิเคราะห์ว่า "สิ่งที่ได้เห็นจากคิม จอง อึน ในวันนี้ เป็นลีลาที่แตกต่างออกไปอย่างมากจากผู้นำเกาหลีเหนือคนก่อน ๆ โดยเฉพาะนายคิม จอง อิล ผู้เป็นพ่อของเขา"

    "คำถามที่อยู่ในใจของทุกคนคือความเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้เป็นของจริงหรือไม่ นี่เป็นความต้องการของชายที่ต้องการเปลี่ยนโฉมหน้าประเทศของเขาต่อชุมชนโลกจริงหรือ ?"

    อ่านเรื่อง ราชาแห่งเปียงยาง ได้ที่นี่

  19. ใครไม่อยู่ที่นี่บ้าง 3

    รัสเซียเป็นพันธมิตรของเกาหลีเหนือมาเนิ่นนาน แม้ว่ารัสเซียจะไม่สนับสนุนโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ แต่ก็วิพากษ์วิจารณ์การคว่ำบาตรเกาหลีเหนือของนานาชาติมาตลอด

    แม้ดูเหมือนว่ารัสเซียจะถูกกันให้เป็นแค่คนดูในการใช้แนวทางการทูตแบบใหม่ต่อเกาหลีเหนือ แต่ก่อนหน้านี้เพียงเล็กน้อย นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้ไปเยือนกรุงเปียงยาง เพื่อเจรจาเรื่องการประชุมสุดยอดระหว่างนายคิม จอง อึน และนายวลาดีเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่จะมีขึ้นตามมาภายหลัง

    นายคิม จอง อึน และ นายเซอร์เก ราฟลอฟ

    ที่มาของภาพ, Reuters

    คำบรรยายภาพ, นายคิม จอง อึน และ นายเซอร์เก ราฟลอฟ
  20. ใครไม่อยู่ที่นี่บ้าง 2

    ญี่ปุ่นยืนดูอยู่ข้าง ๆ อย่างไม่ค่อยวางใจนัก เกาหลีเหนือเห็นญี่ปุ่นเป็นศัตรูอย่างชัดเจน และญี่ปุ่นนั้นก็อยู่ในระยะยิงขีปนาวุธกับของเกาหลีเหนือ ทำให้ญี่ปุ่นจับตาดูผลการประชุมโดยเฉพาะประเด็นปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลีอย่างใกล้ชิด

    ก่อนหน้านี้ นายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้พบกับนายทรัมป์บ่อยครั้งและก็ได้นำเสนอมุมมองของญี่ปุ่นต่อการประชุมสุดยอด นอกจากนี้ญี่ปุ่นก็ยังหวังว่าเกาหลีเหนือจะปล่อยตัวพลเมืองญี่ปุ่นที่ถูกเกาหลีเหนือลักพาตัวไป

    ปธน.ทรัมป์ พบกับ นรม.อาเบะเมื่อเดือนที่แล้ว

    ที่มาของภาพ, AFP

    คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีทรัมป์ พบกับนายกฯ อาเบะ เมื่อเดือนที่แล้ว