เมื่อเวลา 09.05 น. ในเวลาท้องถิ่นที่สิงคโปร์ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีใต้ ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยการพบหารือกัน โดยทั้งสอง จับมือกันก่อนเพื่อให้สือมวลชนถ่ายภาพก่อนการประชุมต่อตัวตัว ภายในโรงแรมคาเปลลา ซึ่งเป็นโรงแรมหรูในระดับห้าดาวบนเกาะเซนโตซา ของสิงคโปร์
คาดว่าการหารือในวันนี้จะใช้เวลาประมาณ 45 นาที โดยที่กำหนดการประชุมของผู้นำทั้งสองยังคงเป็นความลับ อย่างไรก็ตาม การหารือจะเริ่มต้นขึ้นแบบ “ตัวต่อตัว” โดยมีเพียงล่ามฝ่ายละหนึ่งคนอยู่ในห้องประชุม ต่อมาในเวลา 10.00 น. จะมีการหารือแบบทวิภาคีเต็มคณะ
ในเวลา 11.30 น. ผู้นำทั้งสองชาติร่วมรับประทานอาหารกลางวัน
โดยมีรายงานว่านายคิมจะเดินทางกลับเกาหลีเหนือในเวลา 14.00 น. ส่วนนายทรัมป์จะเดินทางกลับสหรัฐฯ เวลา 19.00 น.
ในการประชุมครั้งนี้ทางการเกาหลีเหนือแจ้งเจตจำนงที่จะปลดอาวุธนิวเคลียร์ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าการยุติโครงการนิวเคลียร์จะประสบความสำเร็จ อย่างไร หรือสิ่งที่เกาหลีเหนือต้องการคืออะไร
ประเด็นหลักของการเจรจาสันติภาพครั้งนี้ จะเน้นในเรื่องการปลดอาวุธและโครงการนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีแล้ว โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ทวีตข้อความก่อนหน้าว่า "เกาหลีเหนือต้องปลดอาวุธนิวเคลียร์ หากไม่ปฏิบัติเช่นนั้น ถือเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้"
ทางการเกาหลีมีความคาดหวังอย่างยิ่งที่ผลการประชุมสุดยอดครั้งนี้ ผู้นำเกาหลีเหนือต้องการที่จะมุ่งการสร้างเศรษฐกิจ ซึ่งจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยในการพัฒนาประเทศ โดยคาดว่า เกาหลีเหนือต้องการการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติ และการลงทุนจากต่างประเทศ