You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.

Take me to the main website

จับตาสูตรจัดตั้งรัฐบาล หลังพรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้ง

พรรคก้าวไกลเตรียมประกาศชัยชนะ หลังชนะที่นั่ง ส.ส. เป็นอันดับ 1 เดินหน้าเจรจาพรรคการเมืองจัดตั้งรัฐบาลขั้วประชาธิปไตย แต่สูตรจัดตั้งรัฐบาลจะมีหน้าตาอย่างไร บีบีซีไทยเกาะติดทุกความเคลื่อนไหว พร้อมการวิเคราะห์ว่า ผลคะแนนในพื้นที่ต่าง ๆ สะท้อนอะไรบ้าง

รายงานสด

  1. ก้าวไกล ปักธงส้มแดนใต้กวาด ส.ส. ภูเก็ต ยกจังหวัด

    ผลการเลือกตั้งที่ จ. ภูเก็ต ซึ่งมี ส.ส. ได้ 3 เขต ถือเป็นการปักธงของพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ครั้งแรกในชนิดที่ "ยกจังหวัด" เป็นจังหวัดหนึ่งเดียวในภาคใต้

    หากดูผลเลือกตั้งในจังหวัดภาคใต้ 60 เขต นำด้วยชัยชนะของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 17 ที่นั่ง, รวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) 14 ที่นั่ง ภูมิใจไทย (ภท.)12 ที่นั่ง พลังประชารัฐ (พปชร.) 7 ที่นั่ง และประชาชาติ (ปช.) 7 ที่นั่ง

    ในการเลือกตั้งปี 2562 ภูเก็ต มีจำนวนที่นั่ง ส.ส. 2 เขต โดยพลังประชารัฐ (พปชร.) โค่นแชมป์เก่าประชาธิปัตย์ได้ทั้งหมด ส่วนการเลือกตั้งปี 2566 ได้เก้าอี้ ส.ส. เพิ่มมาเป็น 3 เขต

    ชะตากรรมของ ส.ส. พลังประชารัฐ เจ้าของพื้นที่เดิม 2 คน พ่ายแพ้ห่างหลายอันดับ ได้แก่ เขต 2 สุทา ประทีป หล่นไปอยู่อันดับ 7 ส่วนเขต 3 นัทธี ถิ่นสาคู หล่นไปอยู่อันดับที่ 6

  2. พลังประชารัฐ-รัตนเศรษฐ "สูญพันธุ์" ในโคราช

    จ. นครราชสีมา ที่มีจำนวน ส.ส. ได้มากที่สุดของภาคอีสาน จำนวน 16 เขต เพิ่มจากเลือกตั้งปี 2562 ที่มี 14 เขต

    ผลการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. ถือเป็นการสอบตกยกจังหวัดของตระกูล "รัตนเศรษฐ" ตระกูลการเมืองในโคราช ซึ่งสังกัดพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จากเดิมที่มีที่นั่งในเมืองย่าโมถึง 6 เขต (จาก 14 เขต เมื่อปี 2562)

    4 ปีก่อน ตระกูลรัตนเศรษฐ เป็นครอบครัวการเมืองที่มีสมาชิกเข้าไปนั่งในสภาล่างได้ในจำนวนมากที่สุด 6 ชีวิต

    สำหรับปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในสมรภูมิโคราชรอบนี้

    • พลังประชารัฐ สูญพันธุ์ในโคราช จากเดิมที่มี ส.ส. 6 คน และเป็นการพ่ายแพ้ของนักการเมืองนามสกุล "รัตนเศรษฐ" 3 คน ในจังหวัด และรวมถึงนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าและแกนนำคนสำคัญของ พปชร. เป็นหัวเรือ ที่คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ ไปไม่ถึงลำดับที่ 9 และนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ซึ่งอยู่ปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 4
    • เพื่อไทย ได้ ส.ส. ทั้งหมด 12 เขต จากเดิมมีอยู่ 4 เขต
    • ก้าวไกล คว้า 3 ที่นั่ง ในเขต 1-3 เอาชนะผู้สมัครจากพรรคชาติพัฒนากล้าของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ "บ้านใหญ่" เดิมของโคราช

    - เขต 1 ฉัตร สุภัทรวณิชย์ พรรค ก.ก. ชนะอันดับสอง เทวัญ ลิปตพัลลภ พรรคชาติพัฒนากล้า

    - เขต 2 ปิยชาติ รุจิพรวศิน พรรค ก.ก. ชนะอันดับสองวัชรพล โตมรศักดิ์ พรรคชาติพัฒนากล้า

    - เขต 3 ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ พรรค ก.ก. ชนะอันดับสอง สมศักดิ์ กาญจนวัฒนา พรรคชาติพัฒนากล้า

  3. ก้าวไกล ล้ม "บ้านใหญ่" จ.ชลบุรี "งูเห่า" อดีตอนาคตใหม่ สอบตก 2 เขต

    ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ 98% จาก กกต. ณ เวลา 04.00 น. (15 พ.ค.) ใน 10 เขตของ จ. ชลบุรี พรรคก้าวไกล คว้า 7 เขต จากทั้งสิ้น 10 เขต

    ในการเลือกตั้ง 2566 ชลบุรี มีเขตเลือกตั้งเพิ่มจาก 8 เป็น 10 เขต ผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ส.ส. จังหวัดภาคตะวันออกแห่งนี้ เป็นการแบ่งที่นั่งระหว่างพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 5 เขต และอดีตพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) 3 เขต ทว่าอดีต ส.ส. อนค. กลายเป็น "งูเห่า" ย้ายขั้วไปอยู่ฝ่ายรัฐบาล 2 คน

    พรรคก้าวไกล คว้า 7 เขต จากทั้งสิ้น 10 เขต ขณะที่พรรคการเมือง "บ้านใหญ่" และ "บ้านใหม่" ทั้ง "คุณปลื้ม" และ "ชมกลิ่น" หลงเหลือแค่พรรคละ 1 เขต

    พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.), เพื่อไทย (พท.) และพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้พรรคละ 1 ที่นั่ง

    สำหรับ จรัส คุ้มไข่น้ำ ส.ส. อดีตพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งยังคงอยู่กับก้าวไกล (ก.ก.) รักษาที่นั่ง ส.ส. เอาไว้ได้ในเขต 8

    ส่วนเขตเลือกตั้งของ "งูเห่า" อดีตพรรคอนาคตใหม่ 2 เขต ที่ย้ายไปอยู่ฝ่ายรัฐบาลต่าง "สอบตก" และพ่ายให้กับพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้แก่

    - ขวัญเลิศ พานิชมาท ซึ่งย้ายสังกัดไปอยู่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) สอบตกที่เขต 6 จบคะแนนได้เพียงอันดับ 4

    - กวินนาถ ตาคีย์ ซึ่งย้ายสังกัดไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) สอบตกที่เขต 9 จบคะแนนที่อันดับ 4 เช่นกัน

  4. ก้าวไกล เปิดสูตรตั้งรัฐบาลผสมเบื้องต้น 5 พรรค

    พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้นัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ช่วงสายวันนี้ (15 พ.ค.) เพื่อประเมินสถานการณ์ภายหลังชนะการเลือกตั้ง และเตรียมการจัดตั้งรัฐบาลผสม

    นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ก.ก. เปิดเผยว่า เตรียมทาบทามพรรคร่วมฝ่ายค้านเดิมร่วมจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ประกอบด้วยอย่างน้อย 5 พรรคการเมือง ได้แก่ ก้าวไกล (151) เพื่อไทย (141) ประชาชาติ (9) ไทยสร้างไทย (6) เสรีรวมไทย (1) รวม 308 เสียง

    แม้ครองเสียงข้างมากในสภาล่าง แต่พรรค ก.ก. ต้องการอีก 68 เสียงในรัฐสภา เพื่อโหวตสนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ เพียงหนึ่งเดียวของพรรค เป็นนายกฯ คนที่ 30

    อย่างไรก็ตาม เลขาธิการพรรค ก.ก. ยังไม่ได้เปิดเผยแน่ชัดว่าจะส่งเทียบเชิญพรรคใดมาร่วมรัฐบาลเพิ่มเติม แต่แสดงความเชื่อมั่นว่า “ส.ว. จำนวนไม่น้อยจะไม่ทำให้เกิดปัญหา และทำให้ตัวเองต้องเป็นจำเลยสังคม”

  5. พล.อ. ประยุทธ์ สวมชุดกากีเข้าปฏิบัติหน้าที่ทำเนียบฯ หลังพ่ายเลือกตั้ง

    เมื่อเวลา 09.35 น.วันที่ 15 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) สวมขุดข้าราชการเมืองสีกากี เข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลโดยยังคงใช้รถยนต์หลวง หมายเลขทะเบียน​ กด​ 29 กรุงเทพ​มหานคร​

    ภารกิจในวันเดียวกันนี้ที่แจ้งไว้ มีเพียงการแจ้งวาระงาน​ในเวลา 10.00 น. กล่าวถ้อยแถลงผ่านระบบวีดิทัศน์ ในพิธีเปิดการประชุมประจำปีของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) สมัยที่ 79 ณ ศูนย์การประชุมแห่งสหประชาชาติ (ซึ่งเป็นการบันทึกเทปไว้)

    อย่างไรก็ตาม วันเดียวกันนี้ ต้องจับตาความเคลื่อนไหวของ พล.อ. ประยุทธ์ ว่าจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะเกมทางการเมืองในการจับขั้วรัฐบาล สำหรับบรรยากาศที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)ยังคงเงียบเหงา​ โดยไม่มีการแจ้งกำหนดการความเคลื่อนไหวของแกนนำพรรคแต่อย่างไร​

    ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมายังไม่มีแกนนำรายใดเดินทางเข้ายังที่ทำการพรรคฯ

  6. เพื่อไทยเสีย "เมืองหลวง" จ.เชียงใหม่ ก้าวไกล ปักธงส้มได้ 7 เขต

    จ. เชียงใหม่ บ้านเกิดของสองอดีตนายกฯ ตระกูลชินวัตร ซึ่งถือเป็น "จังหวัดที่แพ้ไม่ได้" ถูกพรรคก้าวไกล ตีแตกทั้งสิ้น 7 เขต จากทั้งหมด 10 เขต

    ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ 98% จาก กกต. ณ เวลา 04.00 น. (15 พ.ค.) ใน 10 เขตของ จ.เชียงใหม่ พรรคก้าวไกล สามารถล้ม ส.ส. เพื่อไทย เจ้าของพื้นที่เดิม ทั้งสิ้น 7 เขต ตามด้วย พรรคเพื่อไทย 2 เขต และพลังประชารัฐ 1 เขต

    นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปี ที่พรรคฝ่าย ทักษิณ ชินวัตร ที่ชนะเลือกตั้งใน จ.เชียงใหม่ ยกจังหวัดมาตลอด ต้องเสียที่นั่งในจังหวัดนี้ เพราะนับตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2544 จนถึงปี 2562 พรรคการเมืองของ "ชินวัตร" คว้าที่นั่ง ส.ส. ได้ทุกเขตยกจังหวัด มีเพียงการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ที่อดีตพรรคอนาคตใหม่ได้ที่นั่งมา 1 ที่ในเขต 8

    หากดูเฉพาะเขต 3 เขตบ้านเกิดของอดีตนายกฯ ทักษิณ และ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ที่ อ. สันกำแพง นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุลจากพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เอาชนะ ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์จากพรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งโยกมาจากเขต 1 ชนิดห่างกันเกือบ 4,000 คะแนน

    สำหรับพรรคเพื่อไทย 2 เขต ที่ยังเหลือรอดมาได้ ได้แก่ เขต 5 จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์และเขต 10 ศรีโสภา โกฏคำลือ

    ส่วนเขตที่พลังประชารัฐได้ที่นั่ง คือ เชียงใหม่ เขต 9 นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คนใกล้ชิด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เอาชนะ สุรพล เกียรติไชยากร อดีต ส.ส.เชียงใหม่ 8 สมัย จากพรรคเพื่อไทย โดยผลคะแนนห่างกันราว 4,000 คะแนน

  7. สื่อต่างชาติรายงาน ผลเลือกตั้งไทย "Big Surprise"

    สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานว่า พรรครัฐบาลชุดปัจจุบันซึ่งเป็นแนวร่วมของฝ่ายอนุรักษนิยมและกองทัพ ประสบความพ่ายแพ้อย่างหมดรูป โดยได้คะแนนเสียงจากทั้งระบบ ส.ส.แบ่งเขต และระบบบัญชีรายชื่อ รวมกันไม่กี่สิบที่นั่งเท่านั้น ยกเว้นพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีคะแนนนำมาเป็นอันดับสาม

    ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงการยอมรับความพ่ายแพ้อย่างเงียบ ๆ โดยเดินทางออกจากที่ทำการพรรคไปในช่วงกลางดึก พร้อมกับให้สัมภาษณ์ทิ้งท้ายว่า “ขอให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย มีความเจริญก้าวหน้า ผมเคารพในวิถีประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง ขอบคุณครับ”

    หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนของอังกฤษ รายงานความเห็นของ รศ. ดร. ประจักษ์ ก้องกีรติ จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่า “การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพียงการลงประชามติต่อสถาบันอย่างกองทัพเท่านั้น แต่เป็นการส่งเสียงถึงระบอบอำนาจเก่าทั้งหมด ถือว่าเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการหวนคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย แม้เส้นทางสายนี้อาจไม่สะดวกราบรื่นนักก็ตาม”

    อ่านบทวิเคราะห์สื่อต่างชาติฉบับเต็ม ที่นี่

  8. หัวหน้าพรรคเพื่อไทย "ถอดบทเรียน", หลังก้าวไกลแสดงการเมืองแห่งความหวัง

    นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์เวลา 8.30 น. ในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ถึง "การถอดบทเรียนพรรคเพื่อไทย"

    หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่า การที่ไม่สามารถแลนด์สไลด์ และกลายเป็นพรรคคะแนนสูงสุดอันดับ 2 เป็น "บทเรียนที่ต้องปรับแก้และปรับเปลี่ยน" ถ้า พท. จะอยู่บนถนนการเมืองต่อไป

    เมื่อถามว่า ในความคิดเห็นส่วนตัว อะไรคือปัจจัยความสำเร็จของพรรคก้าวไกล นพ.ชลน่าน วิเคราะห์ดังนี้

    หนึ่ง ความต้องการเปลี่ยนแปลงของประชาชนคนไทย

    สอง การนำเสนอภาพความหวัง ภาพการเปลี่ยนแปลง ที่ตรงใจประชาชน

    สาม การสื่อสารที่ใช้ได้เป็น ทำให้ "กระแสที่เกิดขึ้น กลายเป็นจริง"

    "เพื่อไทยเราบอกว่า ชนะแล้วเปลี่ยนด้วยยุทธศาสตร์แลนด์สไลด์ แต่ของก้าวไกลกระโดดไปอีกขั้น ก้าวข้ามเราไปอีกขั้น" เขากล่าว

    "วิธีการสื่อสารเปลี่ยนของก้าวไกลมันโดนทำให้พี่น้องประชาชนฟังแล้วเห็นความหวังความฝันของเขา ทั้งที่พรรคเพื่อไทยนำเสนอภาพของความเป็นจริง" ส่วนความเป็นจริงของก้าวไกล คือ "การไม่เอาลุง" และ "ไม่เอาเผด็จการที่ยึดครองอำนาจอยู่"

    สิ่งเหล่านี้ เป็นประเด็นที่พรรคเพื่อไทยต้องหารือกับ หากไม่อยากให้ พท. กลายเป็นพรรคต่ำร้อย พรรคต่ำห้าสิบ ในเส้นทางการเมือง

    อย่างไรก็ดี หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนกรานว่า พรรคก้าวไกลยังไม่ติดต่อมาทาง พท. เพื่อขอหารือจัดตั้งรัฐบาล ส่วนเงื่อนไขจัดตั้งรัฐบาลของเพื่อไทยนั้น มีจุดยืน 2 ประการ

    หนึ่ง สนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตย

    สอง เป็นเงื่อนไขการร่วมต้องปรึกษาหารือ โดยเฉพาะนโยบายที่จะขับเคลื่อนที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติแค่ไหน นโยบายแต่ละพรรคขับเคลื่อนไปพร้อมกันได้หรือไม่

    เงื่อนไขอื่น ๆ นั้น ต้องขึ้นอยู่กับมติพรรคเพื่อไทย และการเจรจา

  9. หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ไทยหลังวันเลือกตั้ง

    ผลการเลือกตั้งที่สองพรรคอดีตพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก้าวไกล และเพื่อไทย คว้าที่นั่ง ส.ส. สูงสุดเป็น 2 อันดับแรก เป็นพาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์รายวันของประเทศไทยทุกฉบับ

    ทิศทางของหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์วันนี้ (15 พ.ค.) คือ การจับตาสูตรการจัดตั้งรัฐบาลว่าจะออกมาในสูตรใด พรรคใดจะจับมือกันเพื่อจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่

  10. กกต. นับคะแนนเลือกตั้งล่าช้า อ้างภัยธรรมชาติ

    เวลา 01.15 น. สำนักประชาสัมพันธ์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แจ้งสื่อมวลชนที่เฝ้ารอการแถลงข่าวของนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ที่ได้นัดว่าจะมีการแถลงข่าวภายหลังการนับคะแนนผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยนัดว่าจะแถลงรอบแรกตั้งแต่เวลา 20:30 น

    แต่ก็ได้เลื่อนออกไปเป็นระยะ ๆ เนื่องจากผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จากที่เคยกำหนดเอาไว้ในเวลา 23.00น. แต่การนับคะแนนก็ล่าช้าออกไป

    ในเวลา 01.15 น. ยังนับคะแนนได้เพียงร้อยละ 84.05 ซึ่ง กกต. จะแถลงก็ต่อเมื่อร้อยละ 95 แต่แล้วก็มายกเลิกการแถลงข่าว โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์ ได้ชี้แจงว่า สาเหตุที่ไม่แถลงข่าว เนื่องจากบางพื้นที่เกิดภัยพิบัติ ฝนตก น้ำท่วม ทำให้ไม่สามารถส่งคะแนนได้ครบ หรือตามเวลา จึงยังไม่แถลงผลการเลือกตั้ง โดยจะแถลงอีกครั้งในวันนี้ (15 พ.ค.) ในเวลา 10.30 น.

  11. ผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ 98%

    ถึงขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ได้แถลงสรุปภาพรวมการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยนัดหมายเปิดแถลงข่าวเวลา 10.30 น. ของวันนี้

    ผลการนับคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ณ 98% ชี้ว่า พรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้ง ด้วย ส.ส.เขต 113 ที่นั่ง และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 38 ที่นั่ง รวมเป็น 151 ที่นั่ง โดยชนะพรรคเพื่อไทย ที่ได้ ส.ส. รวม 141 ที่นั่ง

    ขณะที่ขั้วรัฐบาลเดิม พรรคภูมิใจไทย มีคะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยยอด ส.ส. 70 ที่นั่ง แบ่งเป็น ส.ส.เขต 67 ที่นั่ง และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 3 ที่นั่ง

  12. ยินดีต้อนรับสู่รายงานสด, จับตาสูตรจัดตั้งรัฐบาล หลังก้าวไกลชนะเลือกตั้ง

    บีบีซีไทยเกาะติดรายงานสด "ผลการเลือกตั้ง 2566 : จับตาสูตรจัดตั้งรัฐบาล หลังพรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้ง"

    ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ได้ "หักปากกาเซียน" ทุกสำนัก เมื่อพรรคก้าวไกลกลายเป็นพรรคอันดับ 1 ของสภาผู้แทนราษฎร โดยหยุดสถิติ "พรรคที่ไม่เคยแพ้ในสนามเลือกตั้ง" อย่างพรรคเพื่อไทยเอาไว้เพียงเท่านี้

    วันนี้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ของก้าวไกล เตรียมแถลงประกาศชัยชนะอย่างเป็นทางการ และขึ้นขบวนแห่ขอบคุณประชาชนที่สนับสนุนพรรคของเขา