สุขภาพจิต : ชีวิตผู้หญิงที่เป็น “ไซโคพาธ” เป็นอย่างไร

Woman with big brain, two men and a chessboard

ที่มาของภาพ, Somsara Rielly

    • Author, เมกาห์ โมฮาน
    • Role, ผู้สื่อข่าวด้านเพศสภาพและอัตลักษณ์ของบีบีซี
  • Published

วิกตอเรียรู้ดีว่าแฟนตัวเองมีภรรยาอยู่แล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไป เธอเริ่มสงสัยว่าแฟนหนุ่มยังคบผู้หญิงคนอื่น ๆ อีกด้วย

วิธีแก้แค้นคือ ขณะที่ยังคบกับแฟนคนนี้อยู่ วิกตอเรียตัดสินใจส่งภาพโป๊ของแฟนไปให้ภรรยาเขาดู

นี่ทำแฟนของเธอเครียดมาก เขาบอกเธอว่านี่ทำให้ใจภรรยาเขาแตกสลาย ในที่สุด เมื่อเธอเบื่อและพร้อมจะจบความสัมพันธ์นี้แล้ว เธอตัดสินใจส่งรูปตัวเองกับแฟนไปให้ภรรยาเขาดู

จากนั้น วิกตอเรียก็ออกไปจากชีวิตสามีภรรยาคู่นี้

เวลาเล่าเรื่องนี้ให้คนอื่นฟัง คนมักจะบอกว่า "คุณทำแบบนี้กับภรรยาผู้ชายคนนี้ทำไม ภรรยาเขาไปทำอะไรถึงต้องมาเจออะไรแบบนี้" วิกตอเรียจะคิดในใจว่า "ชีวิตมันก็ไม่ยุติธรรมแบบนี้แหละ"

วิกตอเรียบอกว่า นี่เป็นตัวอย่างที่ดีที่บ่งชี้ถึงการเป็น "ไซโคพาธ" ของเธอ

Woman on telephone with chessboard

ที่มาของภาพ, Somsara Rielly

เว็บไซต์ของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขของไทย ระบุว่า ไซโคพาธ (psychopaths) เป็นบุคคลที่มีอาการของโรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบต่อต้านสังคม (Antisocial Personality Disorder) โดยมีลักษณะขาดความเห็นใจผู้อื่น, ขาดความสำนึกผิด, ความรู้สึกด้านชาไม่เกรงกลัว, ขาดความยับยั้งชั่งใจ และเอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง

คำคำนี้ถูกใช้โดยแพทย์ในยุโรปและสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1900 ก่อนที่จะถูกพูดถึงในกระแสหลักเมื่อถึงปี 1941

อาบิเกล มาร์ช นักจิตวิทยาและนักประสาทวิทยา จากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ในวอชิงตันดีซี บอกว่า นักวิชาการระดับโลกถกเถียงเรื่องคำนิยามของคำนี้มาโดยตลอด เธอบอกว่าเราจะได้คำตอบที่แตกต่างกันจากนักนิติจิตวิทยาและนักอาชญาวิทยา

ดร.มาร์ช บอกว่า มีแนวโน้มที่นักจิตวิทยาอาชญากรรมจะกำหนดว่าคนจะเป็นไซโคพาธก็ต่อเมื่อแสดงพฤติกรรมที่รุนแรงและสุดโต่งเท่านั้น

โดยทั่วไปแล้ว จิตแพทย์และนักจิตวิทยาเห็นตรงกันว่ามี 1 หรือ 2 ใน 100 คนในกลุ่มประชากรโดยทั่วไปที่มีลักษณะเข้าเกณฑ์ว่าเป็นไซโคพาธ อย่างไรก็ดี ดร.มาร์ช อ้างว่ามีคนมากถึง 30% ที่มีแสดงอาการว่าเป็นไซโคพาธ ไม่มากก็น้อย

เธอบอกว่า งานวิจัยส่วนใหญ่มุ่งความสนใจไปที่กลุ่มอาชญากรมากกว่าประชากรทั่วไปในสังคม และแม้ว่างานวิจัยบางชิ้นชี้ว่าพบอาการนี้ในหมู่ผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ดร.มาร์ช มองว่านี่เป็นผลมาจากแบบทดสอบที่คิดค้นขึ้นโดยนักจิตวิทยาชาวแคนาดาที่ทำงานกับนักโทษชายในทศวรรษ 1970

แอนนา ซานซ์ การ์เซีย นักศึกษาปริญญาเอกด้านจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยมาดริด ได้ไปวิเคราะห์งานวิจัยหลายชิ้นและพบว่า นักวิจัยพบว่าผู้หญิงที่เป็นไซโคพาธมีแนวโน้มที่จะแสดงความรุนแรงและก่ออาชญากรรมน้อยกว่าผู้ชาย แต่มีแนวโน้มที่จะเข้าไปยุ่งกับความสัมพันธ์ของคนอื่นมากกว่า

วิกตอเรียบอกว่า พฤติกรรมการเข้าไปชักจูงผู้อื่นให้ทำสิ่งต่าง ๆ เริ่มตอนที่เธอหาอะไรทำแก้เบื่อขณะเธอยังเป็นเด็กในมาเลเซีย

ชีวิตครอบครัวเธอไม่มีความสุขเพราะพ่อติดเหล้า และแม้จะเรียนหนังสือได้ดีแต่เธอก็ยังรู้สึกเบื่อ เธอสนุกกับการเอาความลับของเพื่อนไปบอกต่อกับคนอื่น เช่นว่าใครเกลียดใคร หรือใครแอบชอบใคร บ่อยครั้งที่เธอเป็นต้นเหตุทำให้เพื่อนประถมทะเลาะกัน แต่เธอก็รู้วิธีในการชักจูงให้คนอื่น ๆ รับผิดแทน หรือไม่ก็รู้วิธีพูดเอาตัวรอดได้

เมื่อไม่นานมานี้ มีวิดีโอหลายตัวบนติ๊กต็อก (TikTok) ที่กลายเป็นคลิปไวรัลมีผู้ชมมากกว่า 20 ล้านวิว โดยเป็นการพูดถึงวิธีการสังเกตว่าคนคนหนึ่งเป็นไซโคพาธหรือเปล่า แท็กคำว่า "ไซโคพาธ" เป็นแท็กยอดนิยมที่สุดแท็กหนึ่งบนแอปพลิเคชันนี้ คนใช้แท็กดังกล่าวกับวิดีโอหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอคนเป็นไซโคพาธขณะขึ้นศาล หรือใช้เป็นคำกล่าวว่าคนที่มีพฤติกรรมแย่ ๆ สิ่งที่ชัดเจนคือคนทั่วไปมองคนที่มีอาการนี้ว่าทั้งน่าสนใจและก็น่ารังเกียจ

"ส่วนหนึ่งของการเป็นไซโคพาธคือการไม่แคร์ว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร ดังนั้นฉันก็เลยไม่ใส่ใจเรื่องนี้" วิกตอเรีย เล่า "แต่นี่ทำให้ฉันเห็นว่าคนเข้าใจน้อยแค่ไหนว่าจริง ๆ แล้วอาการนี้มีความซับซ้อนแค่ไหน"

Elegant women and men posing among chess pieces

ที่มาของภาพ, Somsara Rielly

เอ็ม.อี. โธมัส เป็นผู้หญิงที่มีอาการเป็นโซโคพาธที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคนหนึ่ง เมื่อเข้าทำแบบทดสอบอาการ "ไซโคพาธ" โดย จอห์น อีเด็นส์ นักนิติจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเท็กซัส เอแอนด์เอ็ม คะแนนที่โธมัสได้สูงถึง 99%

บล็อกของเธอที่ "Sociopath World" ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของคนที่เป็นไซโคพาธ ถูกแปลงเป็นหนังสือที่ชื่อ "A Life Spent Hiding in Plain Sight" เมื่อปี 2012 และถูกนำไปแปลเป็นภาษาอื่น ๆ มากกว่า 10 ภาษา

ตัวแทนขายหนังสือของเธอแนะนำว่าไม่ให้เธอใช้คำว่า "manipulative" หรือพฤติกรรมที่โน้มน้าวชักจูงคนอื่น ในหนังสือ แต่เธอปฏิเสธ โดยบอกว่าพฤติกรรมแบบนี้เป็นลักษณะหลักๆ ในการเป็นไซโคพาธของเธอ เธอบอกว่านี่ช่วยให้เธอเป็นทนายความที่ดีได้

บนบล็อกของเธอ เธอบอกเล่าความคิดในแต่ละวัน รวมถึงบทสัมภาษณ์กับคนอื่น ๆ ที่เป็นไซโคพาธเหมือนกัน เธอบอกว่า แฟน ๆ ที่ตามอ่านบล็อกของเธอหลายคนบอกว่ารู้สึกว่าบล็อกนี้เป็นสถานที่พักพิงที่ทำให้พวกเขาสามารถแชร์ประสบการณ์ของตัวเองได้โดยไม่ต้องโดนคนอื่นตัดสิน

Two women and a chessboard

ที่มาของภาพ, Somsara Rielly

ดร.มาร์ช บอกว่า เราทุกคนรู้จักใครสักคนที่มีลักษณะนิสัยบางอย่างของคนที่เป็นไซโคพาธ เธอร่วมก่อตั้งองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ชื่อ Psychopathy Is นี่เป็นหนึ่งในแฟลตฟอร์มออนไลน์ไม่กี่แห่งที่ให้การสนับสนุนคนที่เป็นไซโคพาธหรือคนที่มีคนใกล้ชิดมีอาการนี้

ดร.มาร์ช บอกว่า เป้าหมายคือการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับอาการนี้ และให้เครื่องมือให้คนสังเกตอาการของตัวเองและมีข้อมูลว่าจะตัดสินใจทำอย่างไรต่อ เธอบอกว่าคนเป็นไซโคพาธในระดับที่มากน้อยแตกต่างกันไป บางคนมีพฤติกรรมสร้างความเสียหายต่อเนื่อง แต่บางคนแค่ต้องพยายามจัดการควบคุมอาการเอาไว้

"เมื่อเราไม่พูดคุยกันเรื่องนี้อย่างเปิดเผย เราก็จะเห็นเทรนด์บนติ๊กต็อกเข้ามาแทนที่ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ" ดร.มาร์ช กล่าว

ทั้งวิกตอเรียและ เอ็ม.อี. โธมัส อาศัยทั้งยา จิตบำบัด และแรงสนับสนุนจากเพื่อนที่มีอาการเดียวกันบนแพลตฟอร์มออนไลน์ในการจัดการกับอาการที่เป็น

"การไม่อยู่ในเงามืดช่วยได้" โธมัส เล่า "แต่คำว่า "ไซโคพาธ" ก็ยังเป็นตราบาปอยู่ดี มีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ ต้องพูดกันเรื่องนี้อย่างเปิดเผยอีก ความเป็นจริงก็คือ พวกเรา [ที่เป็นไซโคพาธ] มีอยู่จริง"

ภาพประกอบโดย แซมซารา ไรลี