รัสเซีย ยูเครน : ชายแคนาดาเดินทางข้ามทวีปไปช่วยยูเครนรบกับรัสเซีย

ที่มาของภาพ, Anthony Walker
- Author, แบร์นด์ เดบุสมานน์ จูเนียร์
- Role, บีบีซีนิวส์, วอชิงตัน
- Published
เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน แอนโทนี วอล์กเกอร์ เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย และเป็นนักแสดงตลก เขามีผู้ติดตามทางทวิตเตอร์กว่า 1.1 แสนคน ในฐานะดาวตลกที่คอยป่วนกลุ่มผู้สนับสนุนนายโดนัลด์ ทรัมป์ และกลุ่มคนขับรถบรรทุกที่ออกมาประท้วงในแคนาดาเมื่อไม่นานมานี้
แต่ในตอนนี้ ชายหนุ่มวัย 29 ปีผู้นี้อยู่ที่พรมแดนโปแลนด์ติดกับยูเครน และบอกว่าเขาพร้อมที่จะร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับชาวยูเครน และชาวต่างชาติที่อาสามาช่วยรบตามคำร้องขอของทางการยูเครน
แอนโทนี ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีที่พรมแดนตะวันออกเฉียงใต้ของโปแลนด์ โดยบอกว่า ตัดสินใจทิ้งชีวิตที่ปลอดภัยในนครโทรอนโต พร้อมด้วยภรรยาและลูก 3 คน เมื่อไม่ถึง 1 สัปดาห์ก่อน หลังจากได้เห็นภาพที่น่าสลดใจของสงครามจากทางโทรทัศน์
"ภรรยาและผมดูข่าว รูปถ่าย และคลิปวิดีโอที่เกิดขึ้นในยูเครน ซึ่งไม่มีอะไรดีเลย...ผมจึงคิดกับตัวเองว่า ถ้านี่เกิดขึ้นในแคนาดา เราก็คงจะอยากได้รับความช่วยเหลือ" เขากล่าว
แอนโทนีบอกว่า ปฏิกิริยาแรกของเขาผสมปนเปกับการได้ตระหนักว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนที่ได้เกิดมาในประเทศที่มีความมั่นคง และค่อนข้างร่ำรวย ซึ่งทำให้เขาไม่เคยได้สัมผัสกับสงคราม
"เราไม่มีวันจะถูกโจมตีแบบนั้น พวกเรามีความสุขสบาย" เขากล่าว "ผมไม่มีความเกี่ยวข้องกับยูเครน ผมไม่ใช่พลเมืองยูเครน แต่ผมเป็นมนุษย์ และคิดว่ามันคือเหตุผลที่ดีพอแล้วที่จะมาที่นี่"
แอนโทนีไม่มีประสบการณ์การเป็นทหารมาก่อน อันที่จริงเขาถูกประเมินว่ามีสุขภาพไม่สมบูรณ์ และถูกปฏิเสธให้เข้าร่วมกองทัพแคนาดาเมื่อ 3 ปีก่อน เพราะเป็นโรคฮีโมฟีเลีย (haemophilia) หรือโรคเลือดไหลไม่หยุด
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงผันตัวไปทำงานอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นช่างทาสี หรือคนขับรถบรรทุก นอกจากนี้เขายังเป็นนักเทคนิคการแพทย์ฉุกเฉินที่ผ่านการรับรองคุณสมบัติ ซึ่งเป็นทักษะที่เขาหวังว่าจะได้ใช้ในยูเครน และเมื่อเร็ว ๆ นี้เขากำลังศึกษาด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ และการล้วงข้อมูลที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในแคนาดา
แต่ในตอนนี้ แผนของแอนโทนีคือการปักหลักที่ชายแดนโปแลนด์อยู่อีก 2-3 วัน เพื่อรอสมทบกับอาสาสมัครอีกหลายสิบคน อาทิ อดีตทหารแคนาดา และอาสาสมัครจากประเทศอื่น ๆ เช่น สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ และสหรัฐฯ
แอนโทนีเล่าว่า เมื่อ 28 ก.พ.เขาได้ช่วยนำเสบียงขึ้นรถบรรทุกไปส่งให้ทหารยูเครน โดยหลังจากนี้ เขาวางแผนจะมุ่งหน้าสู่เมืองลวิฟ (Lviv) ซึ่งอยู่บริเวณพรมแดนทิศตะวันตกของยูเครน ก่อนที่จะเดินทางต่อไปในแนวหน้าการสู้รบ
เขาเล่าต่อว่า ขณะนี้จุดข้ามแดนระหว่างโปแลนด์และยูเครนกำลังเนืองแน่นไปด้วยผู้ลี้ภัยที่พยายามหลบหนีการสู้รบในประเทศ
"บางคนรอคิวจะข้ามแดนมาที่ฝั่งนี้ถึง 4 วันแล้ว...พวกเขาหิว พวกเขาหนาว มันไม่ใช่สถานการณ์ที่ดีสำหรับพวกเขาเลย"

ที่มาของภาพ, Anthony Walker
นับตั้งแต่แอนโทนีประกาศถึงความตั้งใจที่จะเดินทางมาร่วมรบในยูเครน เขาก็ได้รับข้อความมากมายจากอาสาสมัครคนอื่น ๆ ที่หวังจะดำเนินรอยตามเขาบ้าง โดยเฉพาะหลังจากประนาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่น ๆ รวมถึงนายดมิโทร คูเลบา รัฐมนตรีต่างประเทศของยูเครนเรียกร้องให้ชาวต่างชาติเข้ามาช่วยยูเครนรบกับรัสเซีย
การออกมาเรียกร้องดังกล่าวได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก และมีการพูดถึงอย่างแพร่หลายทางโซเชียลมีเดีย แม้ปัจจุบันจะยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีอาสาสมัครต่างชาติเข้าร่วมมากน้อยเพียงใด แต่นายวาดิม พริสไตโก เอกอัครราชทูตยูเครนประจำสหราชอาณาจักระบุว่า มีชาวต่างชาติจำนวนมากติดต่อขอเข้าสู้รบร่วมกับยูเครน
ในขณะที่ทางการยูเครนระบุว่าจะติดอาวุธให้แก่อาสาสมัครเหล่านี้ แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าพวกเขากำลังมองหาอาสาสมัครลักษณะใด หรือจะมีการฝึกฝน จัดการ และใช้อาสาสมัครต่างชาติอย่างไร
นางเมลานี โจลี รัฐมนตรีต่างประเทศของแคนาดากล่าวเมื่อ 27 ก.พ. ว่า ชาวแคนาดามีสิทธิตัดสินใจว่าอยากจะเป็นอาสาสมัครเข้าร่วมรบในยูเครนหรือไม่ เช่นเดียวกับนางลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหราชอาณาจักรที่ระบุว่า ชาวอังกฤษ "สามารถตัดสินใจด้วยตัวเอง" ว่าจะเข้าร่วมสู้รบหรือไม่
ในขณะที่แอนโทนีสนับสนุนการเข้าร่วมรบในยูเครน แต่เขาก็เตือนให้อาสาสมัครพิจารณาถึงผลพวงที่จะเกิดขึ้นตามความเป็นจริง ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่สูง การสูญเสียรายได้ และอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการสู้รบกับการรุกรานของรัสเซีย

ที่มาของภาพ, Anthony Walker
เขาเชื่อว่าอาสาสมัครหลายคนมีความกระตือรือร้น แต่บรรดาทหารผ่านศึกในห้องสนทนาออนไลน์ของผู้สนใจเป็นทหารอาสาได้เตือนว่า อาสาสมัครที่ไม่เคยผ่านการฝึกฝน หรือไม่ได้เตรียมความพร้อมอาจเป็นภาระมากกว่าจะได้ช่วยยูเครน
แอนโทนีบอกว่า "ถ้าคุณอยากมาที่นี่ เพราะรู้สึกว่ามันเป็นหน้าที่ ก็จงอย่ามา...ระเบิดและลูกกระสุนฆ่าคุณได้ มันไม่ใช่ในวิดีโอเกม"
เมื่อถามว่าเขามีความกังวลกับการต้องเผชิญหน้ากับทหารรัสเซียหรือไม่ แอนโทนีตอบว่า ความกังวลใจที่เขาเคยมีในตอนแรกได้แปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวว่าเด็กคนหนึ่งต้องเสียชีวิตลงหลังจากรัสเซียยิงปืนใหญ่ใส่โรงพยาบาลรักษาคนไข้เด็กที่เป็นโรคมะเร็งในกรุงเคียฟ
"ผมจะทำอย่างเต็มที่เพื่อล้างแค้นให้เด็กคนนั้น...ผมรู้สึกว่าผมกำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง"






























