You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เยือนฐานทหารรัสเซียบน “ฟรานซ์โจเซฟแลนด์” ที่มั่นสำคัญในภารกิจแผ่แสนยานุภาพเขตอาร์กติก
โดย ซาราห์ เรนส์ฟอร์ด
ผู้สื่อข่าวบีบีซีนิวส์
ดินแดนหมู่เกาะอันหนาวเย็นในมหาสมุทรอาร์กติก ซึ่งเรียกขานกันในชื่อว่า "ฟรานซ์โจเซฟแลนด์" (Franz Joseph Land) ตามพระนามของจักรพรรดิฟรานซ์โจเซฟที่หนึ่งแห่งออสเตรีย ถูกผนวกเข้ามาอยู่ภายใต้การปกครองของรัสเซียตั้งแต่ปี 1926 และปัจจุบันเป็นที่มั่นทางทหารที่สำคัญ ซึ่งชาติตะวันตกในกลุ่มพันธมิตรนาโต้มองด้วยสายตาหวาดระแวงว่า รัสเซียจะใช้สถานที่แห่งนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ ในการแผ่แสนยานุภาพเข้าครอบงำเขตอาร์กติกและขั้วโลกเหนือ
เมื่อเขตอาร์กติกสำคัญต่อรัสเซียเป็นอันดับแรก
ฐานทหารดังกล่าวตั้งอยู่บนเกาะอเล็กซานดรา (Alexandra Island) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะฟรานซ์โจเซฟแลนด์ ผู้ที่อยู่บนแผ่นดินใหญ่ของรัสเซียสามารถเดินทางไปถึงได้ด้วยเที่ยวบินจากเมืองเมอร์มานสค์ (Murmansk) ซึ่งจะเดินทางข้ามมหาสมุทรอาร์กติกเป็นเวลา 2 ชั่วโมง แต่โดยปกติแล้วทางการไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเยือนเกาะแห่งนี้ได้ นอกจากเจ้าหน้าที่ของกองทัพ
ลานบินกว้างที่ดูเป็นสีขาวโพลนนั้นไม่ต่างจากลานสเก็ตน้ำแข็ง แต่มันได้รับการปรับปรุงเสริมความแข็งแกร่งให้เครื่องบินทุกชนิดสามารถลงจอดได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากฐานที่มั่นแห่งนี้ต้องพร้อมรับสภาพอากาศรุนแรงแบบสุดขั้วอยู่เสมอ การที่ฐานทหารรัสเซียตั้งอยู่ทางใต้ของขั้วโลกเหนือ โดยห่างออกมาราว 960 กิโลเมตร ทำให้มีหิมะตกหนักและมีกระทั่งพายุหิมะ แม้จะเป็นในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมก็ตาม
ในฤดูหนาวอุณหภูมิอาจลดต่ำลงไปถึง -50 องศาเซลเซียส และบรรดาทหารยังต้องผลัดกันอยู่เวรเฝ้าระวังหมีขาวขั้วโลก ที่อาจเดินดุ่มเข้ามาในเขตฐานที่มั่นได้ทุกเวลา ทำให้พวกเขาต้องคอยขับรถออกไปไล่มันให้ถอยห่างอยู่เสมอ
สถานีอวกาศบนพื้นโลก
แม้จะต้องใช้ชีวิตบนเกาะแห่งนี้อย่างลำบากยากเข็ญเพียงใดก็ตาม รัสเซียยังคงมุ่งมั่นที่จะปักหลักวางกำลังทหารไว้ในเขตอาร์กติกที่แทบจะไร้ผู้คนอยู่อาศัย โดยเรื่องนี้ได้กลายเป็นประเด็นความมั่นคงที่สำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ของรัฐบาลรัสเซียไปแล้ว เห็นได้ชัดจากแนวคิดชาตินิยมที่สะท้อนออกมาจากสีธงชาติ ซึ่งใช้ทาทั่วกลุ่มอาคารรูปทรงคล้ายใบไม้สามใบ หรือ Arctic Trefoil อันเป็นฐานที่มั่นซึ่งมีทหารประจำการอยู่ 150 นาย
ผู้บัญชาการฐานทหารแห่งนี้บอกกับสื่อมวลชนนานาชาติที่ได้เข้าเยี่ยมชมเป็นกรณีพิเศษว่า อาคารดังกล่าวใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหมือนกับสถานีอวกาศที่ลอยอยู่นอกโลกเลยทีเดียว
มีการสาธิตระบบป้องกันขีปนาวุธ Bastion ของรัสเซียให้ผู้สื่อข่าวชม โดยระบบนี้สามารถใช้งานแบบเคลื่อนที่บนหลังรถบรรทุก เพื่อยิงโจมตีเรือรบของศัตรู หรือยิงสกัดขีปนาวุธตามแนวชายฝั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา กองเรือยุทธการประจำภาคเหนือของรัสเซียได้แสดงแสนยานุภาพที่น่าเกรงขามให้โลกได้เห็น โดยใช้เรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์ 3 ลำ แหวกผืนน้ำแข็งหนาขึ้นมาพร้อมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีกองทัพเรือของชาติใดทำได้มาก่อน นอกจากนี้เครื่องบินรบ 2 ลำ ยังบินข้ามน่านฟ้าเหนือบริเวณขั้วโลกพร้อมกับเติมน้ำมันกลางอากาศ ระหว่างการซ้อมรบครั้งเดียวกันนี้อีกด้วย
การเบ่งกล้ามแสดงแสนยานุภาพในเขตอาร์กติกของรัสเซีย ทำให้สหรัฐฯและชาติพันธมิตรนาโต้ต่างวิตกกังวล เพราะเป็นสิ่งที่ไม่เคยได้เห็นกันมาก่อนนับตั้งแต่ยุคสงครามเย็นเป็นต้นมา เมื่อไม่นานมานี้โฆษกขององค์การนาโต้ออกมายืนยันว่า บรรดาชาติสมาชิกเห็นพ้องจะเพิ่มการซ้อมรบและการลาดตระเวนเฝ้าระวังภัยในเขตอาร์กติก เพื่อตอบสนองต่อบรรยากาศความท้าทายด้านความมั่นคงที่ตึงเครียดขึ้นในภูมิภาค
รัสเซียโทษนาโต้เหตุต้องเสริมกำลังทหาร
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวบีบีซีเข้าชมเรือรบ "ปีเตอร์มหาราช" (Peter the Great) ขนาด 252 เมตร ซึ่งขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ พลเรือเอก อเล็กซานเดอร์ มอยเซเยฟ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการประจำภาคเหนือระบุว่า ความเคลื่อนไหวของกองกำลังนาโต้และสหรัฐฯ ในภูมิภาคอาร์กติกต่างหาก ที่เพิ่มความเสี่ยงให้ชาติต่าง ๆ อาจต้องปะทะขัดแย้งกัน
"เราไม่เคยเห็นการเพิ่มกำลังทหารในพื้นที่มากขนาดนี้มาก่อน นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง เราเห็นว่านี่เป็นการยั่วยุ ซ้ำยังเกิดขึ้นใกล้แนวพรมแดนรัสเซียซึ่งเก็บทรัพย์สินชิ้นสำคัญของเราอยู่ สิ่งนั้นก็คืออาวุธนิวเคลียร์นั่นเอง" พลเรือเอกมอยเซเยฟกล่าวกับผู้สื่อข่าวบีบีซี
สำหรับการสร้างสมกำลังทหารและแผ่แสนยานุภาพในเขตอาร์กติกของรัสเซียนั้น พลเรือเอกมอยเซเยฟชี้แจงว่าเป็นการ "กลับเข้าประจำการ" ในพื้นที่อีกครั้งของกองทัพรัสเซีย หลังได้ทิ้งร้างฐานที่มั่นต่าง ๆ ไปในช่วงทศวรรษ 1990 หลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย
เลฟ โวรอนคอฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิภาคเขตอาร์กติกของมหาวิทยาลัย MGIMO ของรัสเซีย แสดงความเห็นว่าประเทศของเขาเพียงแค่เพิ่มศักยภาพในการป้องกันเขตแดนของตนเท่านั้น ไม่ได้แสดงแสนยานุภาพทางทหารเพื่อข่มขู่ผู้ใด
ดินแดนแห่งโอกาส
เมื่อมองในแง่ของภูมิรัฐศาสตร์และการเติบโตเศรษฐกิจแล้ว แผนสร้างสมกำลังทหารในภูมิภาคอาร์กติกอาจเป็นเรื่องที่รัสเซียต้องทำไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในขณะที่ภาวะโลกร้อนทำให้ผืนน้ำแข็งละลายตัวเร็วขึ้น ปราการธรรมชาติที่เคยขวางกั้นพรมแดนตอนเหนืออันยาวเหยียดของรัสเซียจากผู้รุกล้ำกำลังเปิดออก แต่ในขณะเดียวกัน เรือตัดน้ำแข็งก็สามารถเบิกทางผ่านผืนน้ำแข็งกว้างใหญ่ได้ง่ายขึ้น เพื่อนำเรือสินค้าจากต่างแดนเข้ามา ซึ่งจะเป็นโอกาสในการเปิดเส้นทางการค้าทางทะเลสายใหม่ รวมทั้งการสำรวจขุดเจาะแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพื่อส่งออกอีกด้วย
เหตุผลหลายประการดังที่กล่าวมาข้างต้น ย่อมทำให้ฐานทหารในเขตอาร์กติกของรัสเซียกลายเป็น "เครื่องมือชิ้นหลัก" ในการปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของชาติ และในการรักษาแนวเขตแดนอันกว้างใหญ่ไปโดยปริยาย