You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ความยากจนในอังกฤษ เมื่อนักเตะแมนยูวัย 22 เรียกร้องให้รัฐบาลอย่ายุติโครงการอาหารกลางวันฟรี
เมื่อวันที่ 20 ต.ค. มาร์คัส แรชฟอร์ด ยิงประตูในนาทีที่ 87 พาทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ชนะทีมปารีส แซงต์แชร์กแมง ไป 2-1 ในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก
แต่กองหน้าวัย 22 ปีผู้นี้ก็ไม่ได้ฉลองชัยชนะนั้นอยู่นาน เขาเขียนในทวิตเตอร์ว่า "หากคุณสามารถทำสิ่งหนึ่งให้ผมได้ในค่ำคืนนี้ ช่วยลงชื่อในการเรียกร้องนี้"
เขากำลังพูดถึงการรณรงค์เรียกร้องให้เด็กนักเรียนได้อาหารกลางวันฟรี ซึ่งตอนนี้มีคนลงชื่อเกือบ 5 แสนชื่อแล้ว
แม้สหราชอาณาจักรจะเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดอันดับ 6 ของโลก แต่ข้อมูลรัฐบาลระบุว่า มีเด็กถึง 4.2 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในภาวะยากจน โดยพ่อแม่พวกเขาไม่มีเงินพอสำหรับหาอาหาร เสื้อผ้า และที่อยู่อาศัย
ตัวเลขดังกล่าวเท่ากับสัดส่วน 30% ของเด็กทั้งหมดในประเทศ และคาดว่าจะมีเด็กที่ยากจนเพิ่มอีกล้านคนภายในปี 2022
ในสหราชอาณาจักร ภาวะยากจนส่งผลกระทบต่อเด็กที่พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวและที่มีเชื้อชาติชนกลุ่มน้อย เป็นพิเศษ และแรชฟอร์ดเองก็เป็นเด็กที่อยู่ในทั้งสองประเภทนี้
แม้ว่าตอนนี้เขาทำเงินได้ 2.5 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกือบ 8 ล้านบาท ต่อสัปดาห์ แต่แรชฟอร์ดเติบโตมาในครอบครัวที่ยากจนในเมืองแมนเชสเตอร์ โดยแม่เขาเลี้ยงดูเขาและพี่น้องอีก 4 คน มาด้วยตัวเอง
"ผมรู้ว่าความหิวโหยเป็นอย่างไร" แรชฟอร์ด ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีก่อนหน้านี้ถึงการรณรงค์เพื่อเด็ก ๆ ที่ยากจน
พออยู่ได้
ครอบครัวแรชฟอร์ดต้องอาศัยโครงการช่วยเหลือทางสังคมเพื่อที่จะพออยู่ได้ โรงเรียนประถมของแรชฟอร์ดอยู่ย่านหนึ่งในแมนเชสเตอร์ที่ 28.1% ของเด็กทั้งหมดได้อาหารกลางวันฟรีในปี 2019 เหมือนที่เขาเองเคยได้มา
แม่เขาทำงานเป็นพนักงานเก็บเงิน หาเช้ากินค่ำ เธอโน้มน้าวให้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดรับลูกชายเข้าทีมเยาวชนสำเร็จตอนอายุ 11 ขวบ แม้ตามกฎเด็กต้องอายุอย่างน้อย 12 ปี
นั่นทำให้แรชฟอร์ดได้ที่พักใกล้กับสนามฟุตบอลและเข้าถึงอาหารการกินที่ดีขึ้น
แต่แม้ว่าจะกลายนักฟุตบอลชื่อดังแล้ว เขาไม่เคยลืมเลยว่าชีวิตวัยเด็กเขายากลำบากแค่ไหน
รัฐบาลเปลี่ยนใจ
ในปี 2019 มีเด็กในอังกฤษ 1.3 ล้านคนที่ขออาหารกลางวันฟรี หรือคิดเป็น 15% ของเด็กโรงเรียนรัฐ
เมื่อกลางปี แรชฟอร์ดเคลื่อนไหวรณรงค์ต่อต้านจนสำเร็จหลังรัฐบาลประกาศว่าจะยกเลิกการให้คูปองอาหารฟรีแก่เด็กที่มาจากครอบครัวรายได้ต่ำระหว่างปิดเทอมช่วงฤดูร้อน นี่เป็นผลให้เขาได้รับเครื่องราชย์อิสริยาภรณ์ชั้นเอ็มบีเอ (MBE) ในเวลาต่อมา
แต่เมื่อวันที่ 21 ต.ค. สภาผู้แทนราษฎรสหราชอาณาจักร ซึ่งพรรคคอนเซอร์เวทีฟถือเสียงข้างมาก ลงมติไม่เห็นด้วยที่จะให้ขยายโครงการอาหารฟรีไปถึงช่วงเดือน เม.ย. ปีหน้า โดยอ้างว่าไม่ใช่หน้าที่ของโรงเรียนที่จะต้องให้อาหารนักเรียนระหว่างปิดเทอม และรัฐบาลก็ให้การช่วยเหลือครอบครัวที่มีรายได้น้อยมากแล้วระหว่างวิกฤตโควิด-19
แรชฟอร์ดวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจนี้ว่า "เด็กจำนวนมากต้องเข้านอนคืนนี้พร้อมความหิวโหยและความรู้สึกว่าพวกเขาไม่สลักสำคัญอะไรจากการแสดงความคิดเห็นในวันนี้" แรชฟอร์ดระบุในทวิตเตอร์ซึ่งมีผู้ติดตาม 3.5 ล้านคน
"ผมไม่มีการศึกษาแบบนักการเมือง หลายคนบนทวิตเตอร์ได้พูดเรื่องนี้อย่างชัดเจนแล้ว แต่ผมมีการศึกษาทางสังคมจากการเผชิญสิ่งนี้เอง และการได้ใช้เวลากับครอบครัวและเด็ก ๆ ที่ได้รับผลกระทบ ...เด็กเหล่านี้มีความสำคัญ"
อย่างไรก็ดี สภาเมือง บาร์ และร้านอาหาร ทั่วประเทศ ตอบโต้รัฐบาลด้วยการบอกว่าจะจัดอาหารฟรีให้กับเด็กในกลุ่มเปราะบาง
เมื่อเดือน ก.ย. แรชฟอร์ด อาศัยซูเปอร์มาร์เก็ตเจ้าใหญ่ ๆ ของประเทศในการช่วยโน้มน้าวให้รัฐบาลเพิ่มทุนช่วยเหลือด้านอาหารแก่เด็กยากจน
แรชฟอร์ดร่วมกับองค์กรการกุศลแฟร์แชร์ ยูเค (FareShare UK) เรี่ยไรเงินได้ถึง 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเป็นค่าอาหารสำหรับเด็กที่ต้องพึ่งอาหารที่โรงเรียน
แม้ว่าแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดต้องกลับมาแข่งขันในฤดูกาล 2020-2021 แล้ว แรชฟอร์ดก็ยังไม่ลืมที่จะต่อสู้ในเรื่องนี้
หลังเกมที่เจอกับปารีส แซงต์แชร์กแมง เขาทวีตว่า "ถึงเวลาที่เราจะพักการเมืองเรื่องพรรคไว้ก่อน และมาทำงานด้วยกันเพื่อหาทางออกในระยะยาวในเรื่องอาหารของเด็กที่ยากจนในสหราชอาณาจักร"