โควิด-19 : พบคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศติดเชื้อเพิ่ม 17 ราย

คนรอขึ้นเครื่องบิน

ที่มาของภาพ, Getty Images

Published

จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่วันนี้ (4 มิ.ย.) สูงที่สุดในรอบ 1 เดือน คือ 17 ราย ทั้งหมดเป็นคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กล่าวว่าผู้ป่วยรายใหม่ทั้งหมดได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ระหว่างที่พักอยู่ในสถานที่กักกันโรคที่รัฐจัดให้ ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการให้ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศกักตัว 14 วันในสถานที่ที่รัฐจัดให้หรือ State/Local Quarantine

ขณะนี้ไทยมีจำนวนผู้ป่วยสะสม 3,101 ราย รักษาหายแล้ว 2,968 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 75 ราย เสียชีวิต 58 ราย

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 17 รายในวันนี้ นับเป็นจำนวนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. ซึ่งพบผู้ป่วยใหม่ 18 ราย โดยทั้ง 17 คนเป็นคนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศคูเวต กาตาร์ และซาอุดิอาระเบีย มีรายละเอียดดังนี้

  • คูเวต 13 ราย

เป็นชายอายุระหว่าง 31-56 ปี 12 ราย และหญิงอายุ 44 ปี หลังจากเดินทางเข้าประเทศได้อยู่ในพื้นที่กักกันของรัฐในกรุงเทพฯ และสมุทรปรการ การตรวจครั้งแรกไม่พบเชื้อ แต่ตรวจพบในครั้งที่ 2 ใน 13 คนนี้ มีเพียงคนเดียวที่มีอาการไอ หายใจขัด นอกนั้นไม่แสดงอาการ

ขณะนี้มีคนไทยที่เดินทางกลับจากคูเวต 174 คน ในจำนวนนี้พบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 43 คน หรือคิดเป็น 17.24% ทำให้คนไทยที่เดินทางกลับจากคูเวตเป็นกลุ่มที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด แซงหน้าอินโดนีเซียที่เคยพบอัตราการติดเชื้อมากสุด

  • ซาอุดิอาระเบีย 2 ราย

เป็นชายไทยอายุ 28 ปี และ 29 ปี เดินทางด้วยเครื่องบินจากซาอุดิอาระเบียมาลงที่สนามบินในมาเลเซีย ก่อนจะเดินทางเข้าไทยทางด่านปาดังเบซาร์ เข้าพักในสถานกักกันโรคใน จ.สงขลา ยืนยันว่าติดเชื้อในการตรวจครั้งที่ 2 โดยไม่แสดงอาการ

ซาอุดิอาระเบียเป็นประเทศที่มีคนไทยที่เดินทางกลับมาป่วยด้วยโรคโควิด-19 มากเป็นอันดับ 2 รองจากคูเวต โดยในจำนวนผู้ที่เดินทางกลับมาทั้งหมด 79 คน มีผู้ติดเชื้อ 14 คน คิดเป็นอัตราการป่วย 15.19%

  • กาตาร์ 2 ราย

เป็นชายไทย อายุ 24 ปี และหญิงไทยอายุ 29 ปี อยู่ในสถานที่กักกันของรัฐใน จ.สมุทรปราการ

จนถึงขณะนี้มีผู้ที่เดินทางกลับจากกาตาร์ 216 ราย พบว่าติดเชื้อ 11 คน คิดเป็นอัตราการติดเชื้อ 4.17%

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่าแม้ผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่พบในช่วงนี้จะเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศทั้งหมด แต่ไม่ได้เป็นเหตุที่จะปิดกั้นการเดินทาง และย้ำว่าคนไทยทุกคนมีสิทธิที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา จึงต้องให้ความสำคัญการตรวจหาเชื้อและการเข้าสู่กระบวนการกักกันโรค

โฆษก ศบค. ให้ข้อมูลว่าจนถึงวันที่ 3 มิ.ย. พบคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศป่วยโควิด-19 ทั้งหมด164 ราย ส่วนใหญ่เป็นแรงงานหนุ่มสาวและไม่แสดงอาการ

อังกฤษทดลองใช้ยาไอบูโพรเฟนรักษาผู้ป่วยโควิด-19

คณะนักวิทยาศาสตร์จากโรงพยาบาลกายส์ และโรงพยาบาลเซนต์โทมัส ในกรุงลอนดอน รวมทั้งสถาบันคิงส์คอลเลจ ของอังกฤษ ได้ทำการทดลองใช้ยาลดไข้และแก้อักเสบไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) เพื่อทดสอบประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในโรงพยาบาล

การทดลองครั้งนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์จะใช้ยาไอบูโพรเฟน สูตรพิเศษ ที่แตกต่างไปจากตัวยาที่วางจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด โดยเชื่อว่าจะช่วยรักษาอาการหายใจลำบากในผู้ป่วยได้ และหวังว่านี่อาจเป็นวิธีการรักษาที่มีราคาถูกซึ่งจะช่วยให้คนไข้ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

Two pills in the palm of someone's hand

ที่มาของภาพ, Getty Images

ผลการศึกษาโดยใช้สัตว์ทดลองหลายชิ้นก่อนหน้านี้พบหลักฐานบ่งชี้ว่า ยาไอบูโพรเฟน อาจช่วยรักษาอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน (acute respiratory distress syndrome) ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคแทรกซ้อนจากการติดเชื้อไวรัสโคโคนาที่มีอาการรุนแรงได้

การทดลองครั้งนี้มีขึ้นแม้ในช่วงต้นการระบาดของโรคโควิด-19 จะมีความกังวลว่ายาไอบูโพรเฟนอาจส่งผลเสียต่อผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่มีอาการไม่รุนแรง

โดยเมื่อเดือน มี.ค. องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกคำแนะนำอย่างเป็นทางการ ให้ผู้ป่วยโควิด-19 หลีกเลี่ยงการรับประทานยาชนิดนี้เพราะมีความเสี่ยงที่จะทำให้การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ลุกลามเร็วขึ้นและส่งผลรุนแรงขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม Commission on Human Medicines ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่ให้คำปรึกษาแก่รัฐบาลสหราชอาณาจักรในด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ยา ได้ศึกษาถึงข้อกังวลดังกล่าว และมีข้อสรุปว่า ยาไอบูโพรเฟน มีความปลอดภัยสำหรับใช้รักษาอาการติดเชื้อไวรัสโคโรนาเช่นเดียวกับยาพาราเซตามอล (paracetamol) เพราะยาทั้งสองชนิดมีฤทธิ์ช่วยลดไข้และบรรเทาอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่

อย่างไรก็ตาม สำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ของอังกฤษแนะนำให้ผู้ป่วยใช้ยาพาราเซตามอลก่อน เพราะมีผลข้างเคียงน้อยกว่ายาไอบูโพรเฟน และมีความปลอดภัยกว่าสำหรับคนส่วนใหญ่

ข้อมูลจากทางการสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ระบุว่า มีผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มอีก 1,871 ราย ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศอยู่ที่ 279,856 ราย ขณะที่ผู้เสียชีวิตรายวันเพิ่มอีก 359 คน ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในโรงพยาบาลแล้วทั้งสิ้น 39,728 คน

Lungs infected by Covid

ที่มาของภาพ, Getty Images

ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในโลกนั้น มียอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกอยู่ที่ 6.4 ล้านคน และเสียชีวิตรวมกว่า 382,451 คน โดยสหรัฐฯ ยังเป็นพื้นที่การระบาดรุนแรงที่สุด มียอดผู้ติดเชื้อสูงสุดในโลกที่ 1,841,629 คน และเสียชีวิตอย่างน้อย 106,696 คน

ขณะที่บราซิลมียอดผู้ติดเชื้อสะสมมากเป็นอันดับ 2 ที่ 555,383 คน และเสียชีวิตแล้ว 31,199 คน หลังจากยอดผู้เสียชีวิตรายวันพุ่งถึง 1,262 คน

ยอดผู้เสียชีวิตที่พุ่งพรวดนี้มีขึ้นในเวลาเดียวกับที่หลายเมืองใหญ่ในบราซิลเริ่มกลับมาเปิดเมืองอีกครั้ง สถานการณ์นี้ได้สร้างความวิตกกังวลอย่างมากในหมู่นักการสาธารณสุขและทางการท้องถิ่นของบราซิลที่ไม่เห็นด้วยกับการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เร็วจนเกินไป สวนทางกับท่าทีของประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ที่ชี้ว่าวิกฤตเศรษฐกิจจากการใช้มาตรการล็อกดาวน์อาจร้ายแรงกว่าการระบาดของเชื้อไวรัส

ส่วนรัสเซียมียอดผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 3 ของโลกที่ 432,277 คน หลังจากเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.มียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งพรวดถึง 8,536 คน และมีผู้ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แล้วอย่างน้อย 5,215 ราย

ทางการรัสเซียระบุว่า ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่อยู่ในกรุงมอสโก ซึ่งประชาชนได้รับอนุญาตให้ออกนอกบ้านได้แล้ว หลังมีการคลายล็อกดาวน์เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. แต่ยังคงมีข้อบังคับบางประการที่ประชาชนต้องปฏิบัติตามอยู่เช่น การสวมหน้ากากอนามัย และการกำหนดเวลาที่สามารถออกไปเดินนอกบ้านได้

ขณะที่อิตาลีได้ยกเลิกข้อห้ามประชาชนเดินทางข้ามภูมิภาคแล้ว และเปิดพรมแดนให้พลเมืองจากชาติยุโรปส่วนใหญ่เดินทางเข้าอิตาลีได้โดยไม่ต้องเข้ากระบวนการกักโรค ด้วยความหวังจะดึงดูดนักท่องเที่ยวกลับเข้าประเทศอีกครั้งในฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงหน้าร้อน