ชาวบ้านเวียดนามลุกฮือ ปะทะตำรวจ หลังทางการยึดที่ทำกินหลายชั่วอายุคนมาให้กองทัพทำสนามบิน

แกนนำชาวบ้าน 1 คน และตำรวจ 3 นายเสียชีวิตจากเหตุปะทะระหว่างชาวบ้านกับตำรวจขณะพยายามเข้ายึดพื้นที่ทำกินไปสร้างสนามบินของกองทัพเวียดนาม
เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่ชาวบ้านหมู่บ้านด่อง เติ้ม ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากกรุงฮานอย ต่อต้านกองทัพที่พยายามจะเข้ามาสร้างสนามบินโดยรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่บางส่วนของพวกเขา กรณีพิพาทที่ดินเป็นเรื่องปกติในเวียดนาม แต่ไม่บ่อยที่จะเกิดการปะทะรุนแรงเช่นนี้
เหตุบุกเข้าหมู่บ้านโดยเจ้าหน้าที่ความมั่นคงจำนวนมากเมื่อเช้าวันที่ 9 ม.ค. และการเสียชีวิตอย่างไร้คำอธิบายของ เล ดิ่ง กิ่ง ผู้นำชาวบ้านวัย 84 ปี สร้างความไม่พอใจอย่างมากในหมู่ชาวบ้าน
รัฐบาลเวียดนามโทษว่า "ผู้ก่อการจลาจล" ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต ส่วนชาวบ้านกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ
ประธานาธิบดีเหงียน ฝู จ่อง ประดับยศให้กับเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิต ในขณะที่นายกรัฐมนตรีเหงียน ซวน ฟุก ซึ่งไปร่วมพิธีศพที่กรุงฮานอยบอกว่า เจ้าหน้าที่เหล่านี้ "สละชีวิตเพื่อรักษาความมั่นคงของชาติ"
เกิดอะไรขึ้น
ชาวบ้านบอกกับบีบีซีแผนกภาษาเวียดนามว่า มีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงถึง 3 พันนายเคลื่อนกำลังพลเข้าอย่างรวดเร็วมาที่หมู่บ้านในช่วงเช้าตรู่ มีเจ้าหน้าที่รัฐสวมชุดตำรวจ ถือไม้ กระบอง ปืน และโล่ ผู้เห็นเหตุการณ์อีกคนหนึ่งบอกว่าตำรวจจุดไฟเผา ยิงแก๊สน้ำตา ปิดล้อมทางออก และยังทุบตีผู้หญิงและคนแก่ด้วย
สามปีที่แล้ว กองทัพเวียดนามเริ่มสร้างสนามบินเหมียว มอน ซึ่งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านด่อง เติ้ม

ที่มาของภาพ, Getty Images
ชาวบ้านบอกว่า ในกระบวนการสร้างสนามบินนี้ ที่ดินกว่า 3 ร้อยไร่ของพวกเขาถูกยึดไปอย่างไร้ความยุติธรรมและนำไปมอบให้กับ Viettel Group บริษัทการคมนาคมที่กองทัพเวียดนามเป็นผู้บริหารจัดการ
รัฐเป็นเจ้าของที่ดินทั้งหมดในเวียดนามซึ่งเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ นั่นหมายความว่า โดยหลักการแล้ว ทางการสามารถจะนำที่ดินไปใช้ทำอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการทหารหรือโครงการเพื่อพลเรือน แต่ชาวบ้านบอกว่าพวกเขาใช้ที่ดินผืนนี้ทำกินติดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และไม่ได้รับการชดเชยอย่างเหมาะสม
หมู่บ้านด่อง เติ้ม เริ่มเป็นข่าวครั้งแรกเมื่อปี 2017 ที่มีชาวบ้าน 4 คนถูกจับกุมตัวฐาน "คุกคามความสงบเรียบร้อยของประชาชน" ด้วยการประท้วงรัฐที่ยึดที่ดินไป
ชาวบ้านตอบโต้ด้วยการควบคุมตัวเจ้าหน้าที่รัฐ 38 คน โดยมีตำรวจอยู่ในจำนวนนั้นด้วย ภายในบ้านราว 1 สัปดาห์ ก่อนจะปล่อยตัวหลังทำข้อตกลงกับรัฐได้
กระทรวงความมั่นคงสาธารณะระบุในแถลงการณ์ว่า ในวันที่เกิดเหตุ มีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปในพื้นที่เพื่อรักษาความปลอดภัยให้สาธารณชนจากกลุ่มผู้ประท้วง และเพื่อช่วยกองทัพในการสร้างกำแพงแบ่งเขตซึ่งอยู่ห่างออกไป 2-3 กม. ในวันเกิดเหตุ มีกำหนดสร้างกำแพงนี้ไปถึงบริเวณที่ดินที่เป็นข้อพิพาทกันอยู่
จากข้อมูลในเว็บไซต์ข่าว VNExpress แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า เมื่อคนงานก่อสร้างเริ่มสร้างกำแพง "มีบางคนที่ต่อต้าน ใช้ระเบิดมือ ระเบิดขวด และมีด เข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ คุกคามความสงบเรียบร้อยของประชาชน"
สาเหตุการเสียชีวิต
เล ดิ่ง กิ่ง เป็นอดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ปลดเกษียณแล้ว แต่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาได้กลายมาเป็นผู้นำชาวบ้านในการต่อต้านรัฐบาล เขาถูกจับกุมตัวจากเหตุปะทะเมื่อปี 2017 และมีคำกล่าวอ้างว่าเขาถูกตำรวจซ้อมด้วย
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นบอกว่า พบนายกิ่ง เสียชีวิตอยู่ในบ้านพร้อมถือระเบิดมืออยู่ในมือ แต่ครอบครัวเขาออกมาปฏิเสธ ลูกชายเขาบอกว่าเขาได้รับบาดเจ็บจากการบุกเข้ามาของเจ้าหน้าที่ และก็มีวิดีโอเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียเป็นภาพร่างของนายกิ่งมีแผลจากกระสุนปืน
ท่าทีจากฝ่ายต่าง ๆ
รัฐบาลและสื่อของรัฐพยายามจะวาดภาพนายกิ่ง และชาวบ้านให้เป็นผู้ก่อการจลาจลและผู้ก่อการร้าย และเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เป็นผู้ยอมสละชีวิต
มีผู้เข้าไปแสดงความสนับสนุนรัฐบาลในวิดีโอบันทึกภาพการปะทะที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย ส่วนรัฐบาลต้องการลบวิดีโอ บทความ และข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปฏิบัติการของตำรวจในครั้งนี้ ทิ้ง
นิโคลัส เบเควลิน จากแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล บอกว่า ทางการต้องการจะปิดเรื่องที่เกิดขึ้นที่หมู่บ้านด่อง เติ้ม ซึ่งจะนำไปสู่ความไม่พอใจของประชาชน
"ผมรู้สึกว่ามีการล้ำเส้นโดยทั้งสองฝ่าย การส่งกำลังพลติดอาวุธหลายพันคนไปที่หมู่บ้านตอนตี 4 ไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้องแน่ ๆ" ฝาบ ทิ ลอน อดีต ส.ส. กรุงฮานอย บอกกับบีบีซีแผนกภาษาเวียดนาม
นายฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์วอทช์ ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บอกว่า รัฐบาลต้องเล็งเห็นความสำคัญของทำการเจรจากับชาวบ้านในกรณีพิพาทที่ดินอย่างหมู่บ้านด่อง เติ้ม ด้วยอย่างสันติ แทนที่จะใช้ความรุนแรง



























