ยาเสพติด : ศาลสหรัฐฯ สั่ง จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน จ่ายร่วม 2 หมื่นล้านบาท ฐานมีส่วนทำให้เกิดวิกฤตเสพติดยาโอปิออยด์

Johnson & Johnson logo in front of US flag

ที่มาของภาพ, NurPhoto

Published

ศาลสหรัฐฯ มีคำสั่งให้บริษัทเวชภัณฑ์ จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน จ่ายเงินมูลค่า 572 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1.71 หมื่นล้านบาท) โทษฐานที่มีส่วนกระตุ้นให้เกิดวิกฤตเสพติดยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ (opioid) ในรัฐโอคลาโฮมา ของสหรัฐฯ

บริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ระบุทันทีหลังมีคำพิพากษาว่าจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินครั้งนี้

คดีนี้สำคัญอย่างไร

คดีนี้นับเป็นการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ ที่ถูกนำขึ้นพิจารณาในชั้นศาลเป็นครั้งแรก ในบรรดาคดีความลักษณะเดียวกันจำนวนหลายพันคดีในสหรัฐฯ

ผลการตัดสินครั้งนี้จึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากบรรดาโจทก์ผู้ยื่นฟ้องร้องในคดีลักษณะเดียวกัน และจะกลายเป็นบรรทัดฐานในการพิจารณาคดีต่อไป โดยในรัฐโอไฮโอนั้นมีคดีความเกี่ยวกับยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ราว 2 พันคดีที่มีกำหนดจะเริ่มพิจารณาคดีในเดือน ต.ค.นี้ หากคู่ความในคดีไม่สามารถบรรลุข้อตกลงประนีประนอมยอมความกันได้เสียก่อน

ทีมทนายความของรัฐโอคลาโฮมา ระบุว่า นับแต่ปี 2000 เป็นต้นมามีประชาชนในรัฐเสียชีวิตจากการเสพโอปิออยด์เกินขนาดราว 6 พันคน

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทางการรัฐโอคลาโฮมา ได้บรรลุข้อตกลงประนีประนอมยอมความกับบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยาระงับปวดกลุ่มโอปิออยด์ 2 ราย คือ บริษัทเพอร์ดูฟาร์มา ผู้ผลิตยาแก้ปวดยี่ห้อ ออกซิคอนติน (OxyContin) เป็นเงิน 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ บริษัทเทวา ฟาร์มาซูติคอล เป็นเงิน 85 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้เหลือจอห์นสันแอนด์จอห์นสันเป็นจำเลยในคดีนี้เพียงรายเดียว

America is the biggest consumer of opioids, followed by Canada and Germany.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สหรัฐฯ เป็นผู้บริโภคยาระงับปวดกลุ่มโอปิออยด์รายใหญ่ที่สุดในโลก ตามด้วย แคนาดา และเยอรมนี

จอห์นสันแอนด์จอห์นสันถูกกล่าวหาอย่างไร

ในการพิจารณาคดีโดยผู้พิพากษาที่กินเวลา 7 สัปดาห์นั้น ทีมทนายความของรัฐโอคลาโฮมา ชี้ว่า บริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ได้ดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์ทางการตลาดเพื่อปิดบังข้อมูลเรื่องความเสี่ยงที่ยาระงับปวดกลุ่มโอปิออยด์ของบริษัท คือ Duragesic ซึ่งเป็นยาแก้ปวดชนิดแผ่นแปะ และ Nucynta ซึ่งเป็นยาแก้ปวดชนิดเม็ด จะก่อให้เกิดอาการเสพติดอย่างรุนแรง แล้วเน้นประชาสัมพันธ์เฉพาะประโยชน์ของยา

ทีมทนายความของรัฐเรียก จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ว่า "เจ้าพ่อค้ายารายใหญ่" โดยชี้ว่า ความพยายามทางการตลาดของบริษัทสร้าง "ความวุ่นวายในสังคม" เพราะทำให้แพทย์สั่งจ่ายยาประเภทนี้แก่คนไข้มากเกินไป จนนำไปสู่ปัญหาประชาชนเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาด ในรัฐโอคลาโฮมา

ผู้พิพากษาทาด บัลค์แมน กล่าวว่า "การกระทำดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของชาวโอคลาโฮมาจำนวนมาก วิกฤตโอปิออยด์เป็นภัยฉุกเฉินและกำลังคุกคามชาวโอคลาโฮมา"

ผู้พิพากษาระบุว่า เงินที่ศาลสั่งให้จอห์นสันแอนด์จอห์นสันต้องจ่ายในครั้งนี้จะนำไปใช้ดูแลรักษาผู้ติดยากลุ่มโอปิออยด์

ด้านจอห์นสันแอนด์จอห์นสันปฏิเสธการกระทำผิด โดยโต้แย้งว่า บริษัทได้ทำการตลาดโดยอ้างอิงข้อมูลสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์ และผลิตภัณฑ์ของบริษัททั้งสองตัวมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับยาระงับปวดกลุ่มโอปิออยด์ทั้งหมดที่แพทย์สั่งจ่ายยาในรัฐโอคลาโฮมา

วิกฤตโอปิออยด์สังเคราะห์

ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ ระบุว่า ยาระงับปวดกลุ่มโอปิออยด์ เป็นสาเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาดราว 4 แสนรายทั่วประเทศระหว่างปี 1999 - 2017

รายงานยาเสพติดโลกฉบับล่าสุดซึ่งจัดทำโดยสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า วิกฤตโอปิออยด์สังเคราะห์ในทวีปอเมริกาเหนือเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในปี 2017 โดยมีผู้เสียชีวิตจากการใช้โอปิออยด์เกินขนาดในสหรัฐฯ มากกว่า 4.7 หมื่นคน เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อนหน้า ส่วนในแคนาดา มีผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวกับการใช้โอปิออยด์ 4 พันคน เพิ่มขึ้นจากปี 2016 ราว 33%

การบริโภคทรามาดอลกำลังเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่น่ากังวลเพิ่มมากขึ้นในแอฟริกา

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทรามาดอล เขียว-เหลือง ยาแก้ปวดที่คนไทยคุ้นชินเป็นโอปิออยด์สังเคราะห์ ปัจจุบันถูกนำไปลักลอบขายในตลาดมืด

เฟนทานิล (fentanyl) และสารใกล้เคียง ยังคงเป็นปัญหาสำคัญของวิกฤตโอปิออยด์สังเคราะห์ในอเมริกาเหนือ ส่วนแอฟริกาเหนือ แอฟริกากลาง และแอฟริกาตะวันตก กำลังเผชิญกับวิกฤตของโอปิออยด์สังเคราะห์อีกชนิดหนึ่งคือ ทรามาดอล (tramadol) การยึดทรามาดอลทั่วโลกเพิ่มขึ้นจากเดิม น้อยกว่า 10 กิโลกรัมในปี 2010 เป็นเกือบ 9 ตัน ในปี 2013 และแตะระดับสูงสุดที่ 125 ตันในปี 2017