จับตาประท้วงมาตรการรัดเข็มขัดตูนิเซีย

ตำรวจปราบจลาจล ใช้แก๊สน้ำตาสลายกลุ่มผู้ประท้วง

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ตำรวจปราบจลาจล ใช้แก๊สน้ำตาสลายกลุ่มผู้ประท้วง
Published

ผู้ประท้วงในหลายเมืองทั่วตูนิเซีย จัดการชุมนุมเป็นคืนที่ 3 ติดต่อกัน ท่ามกลางความไม่พอใจมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลและราคาสินค้าพื้นฐานที่แพงขึ้น จนกลายเป็นความรุนแรง ซึ่งตำรวจใช้แก๊สน้ำตารับมือกับฝูงชนจำนวนมาก

นายกรัฐมนตรียูสเซฟ ชาเฮด ประณามผู้ประท้วงที่ "ทำลายทรัพย์สิน" โดยระบุว่าเป็นกลุ่มคนที่พยายามทำให้รัฐอ่อนแอ ส่วนรัฐบาลตูนิเซียแถลงว่ามีผู้ถูกจับกุม 240 คน ผู้เสียชีวิตหนึ่งคน และตำรวจ 49 คนได้รับบาดเจ็บ

การประท้วงถูกจัดขึ้น 10 แห่งรวมถึงกรุงตูนิส โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา การประท้วงเป็นไปอย่างสงบ แต่เริ่มกลายเป็นความรุนแรงเมื่อวันจันทร์ ซึ่งรัฐบาลกล่าวหาว่า กลุ่มผู้ประท้วงจุดไฟเผารถตำรวจและทำร้ายเจ้าหน้าที่

ประชาชนเรียกร้องให้ยุติมาตรการรัดเข็มขัด

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ประชาชนเรียกร้องให้ยุติมาตรการรัดเข็มขัด

กระทรวงกลาโหมตูนิเซียระบุว่า ได้ส่งทหารไปรักษาการณ์ยังธนาคาร ที่ทำการไปรษณีย์ และอาคารที่ทำการรัฐบาลอื่น ๆ ในเมืองใหญ่ทั่วประเทศ

ด้านกลุ่มผู้ประท้วง กล่าวหาตำรวจว่าใช้วิธีรุนแรงเข้าปราบปรามการชุมนุม โดยมีรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า "เป็นการประท้วงเรื่องค่าครองชีพ" และ "ราคาค่ายารักษาโรคแพงขึ้น ทุกอย่างแพงขึ้น แต่เงินเดือนไม่ขึ้น ผมไม่คิดว่านี่จะเป็นเวลาที่เหมาะสมกับการขึ้นราคา" ส่วนการชุมนุมครั้งใหญ่ คาดว่าจะจัดขึ้นในวันศุกร์นี้

อะไรคือสาเหตุของการประท้วง

ผู้ประท้วงชาวตูนิเซีย กำลังเรียกร้องให้รัฐบาลยุบแผนงบประมาณปี 2018 ที่กลุ่มฝ่ายค้านระบุว่าไม่เป็นธรรม รวมถึงเรียกร้องให้รัฐจ่ายค่าสวัสดีการที่ดีขึ้นสำหรับครอบครัวที่อยู่ในภาวะยากลำบาก

การประท้วงครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลประกาศแผนงบประมาณ โดยขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และเงินประกันสังคม รวมถึงภาษีสินค้านำเข้าซึ่งจะมีผลทำให้ราคาสินค้าบางชนิดแพงขึ้น

สภาวะเศรษฐกิจของตูนิเซียในปัจจุบันเป็นอย่างไร

ตูนิเซียประสบกับปัญหาการเงินมาตั้งแต่การปฏิวัติเมื่อปี 2011 ที่อดีตประธานาธิบดีไซน์ อัล-อบิดิน เบน อาลี ซึ่งอยู่ในอำนาจมากว่า 20 ปี ถูกโค่นอำนาจ โดยการปฏิวัติเกิดขึ้นจากอัตราการว่างงานสูงและความกังวลเกี่ยวกับปัญหาคอร์รัปชั่น

เจ็ดปีผ่านมา ตูนิเซียเปลี่ยนรัฐบาลไป 9 ครั้ง และยังไม่สามารถขจัดปัญหาเดิมบางส่วนออกไปได้ รวมถึงยังต้องเผชิญกับเหตุก่อการร้ายหลายครั้ง ซึ่งส่งผลต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโอกาสการลงทุนจากต่างชาติ

เดือนธันวาคม 2017 กองทุนการเงินระหว่างประเทศเตือนตูนิเซียว่าจำเป็นต้อง "จัดการอย่างเร่งด่วน" และ "ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด" เพื่อลดตัวเลขขาดดุลงบประมาณ หลังจากที่ไอเอ็มเอฟเคยอนุมัติเงินกู้ 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (93.4 พันล้านบาท) ให้กับตูนิเซียเมื่อปี 2015

อย่างไรก็ตาม นายชาเฮด กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ต่อจากนี้ไป สถานะของชาวตูนิเซียจะดีขึ้น "ประชาชนต้องเข้าใจว่า สถานการณ์นี้ไม่ปกติ และประเทศกำลังประสบความยากลำบาก แต่เราเชื่อว่าปี 2018 จะเป็นปีสุดท้ายที่ชาวตูนิเซียจะต้องลำบาก"