You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
จากโรงหนัง 4D ถึงคลังแสง เปิดวิวาทะฝ่ายค้าน-พิเชษฐ์ ปมงบฯ ปรับปรุงสภาโครงการใหม่
ในวันที่ 2 ของการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วงเงินรวม 3.78 ล้านล้านบาท วาระแรก ไฮไลท์สำคัญมาจากฝ่ายค้าน ซึ่งได้ใช้เวทีสภาอภิปรายงบประมาณการปรับปรุงรัฐสภา ทำให้เกิดวิวาทะระหว่าง สส. ฝ่ายค้าน พรรคประชาชน (ปชน.) และนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เกี่ยวกับงบประมาณที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ขอรับงบประมาณในปีงบฯ 2569
วาระการของบประมาณเพื่อปรับปรุงอาคารรัฐสภา "สัปปายะสภาสถาน" ที่เพิ่งใช้งานมาได้ไม่ถึง 5 ปี ถูกเปิดประเด็นมาจากพรรค ปชน. เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่ในการประชุมพิจารณางบฯ ปี 2569 ของสภาผู้แทนราษฎร วาระที่ 1 ในสองวันแรก ผู้บริหารระดับสูงของสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาชี้แจงข้อกล่าวหาเป็นครั้งแรก ๆ หลังจากที่พรรคฝ่ายค้าน ได้ซักถามในระดับกรรมาธิการชุดต่าง ๆ
บีบีซีไทยรวบรวมข้อกล่าวหา-คำชี้แจงของทั้งสองฝ่ายโดยสรุป
สส.รักชนก เปิดประเด็นทำงบฯ โปร่งใส พิเชษฐ์ ซัด "พริษฐ์" ทำลายรั้วบ้านตัวเอง
การอภิปรายของ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน (ปชน.) คืนวานนี้ (28 พ.ค.) มุ่งเป้าการปฏิรูปงบประมาณเพื่อป้องกันการคอร์รัปชั่นและป้องกันการทุจริตในภาครัฐ โดยช่วงหนึ่ง น.ส.รักชนก เสนอว่าสำนักงบประมาณต้องเปิดเผยข้อมูลคำของบประมาณของทุกโครงการที่หน่วยรับงบประมาณส่งมาขอเงินกับสำนักงบประมาณ ให้เห็นรายละเอียดไส้ในของโครงการ การจัดซื้อต่าง ๆ เปิดออกสู่สาธารณะให้ประชาชนได้เห็น
สส.รักชนก ได้ยกตัวอย่างกรณีที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ได้เปิดเผยคำของบประมาณของรัฐสภา ซึ่งทำให้สาธารณะได้รับทราบ "ไส้ใน" ของงบประมาณที่รัฐสภาขอมา โดยเธอชี้ว่านี่เป็นมิติใหม่ที่หน่วยงานต้องเปิดเผยงบฯ ให้ประชาชนเห็น และยังเสนอให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การงบประมาณ และเอกสารที่ไม่ตีกลับของ กมธ. การงบประมาณด้วย
"เปิดมาก็กลายเป็นมิติใหม่ เพราะปกติต้องรอให้เขากินกันให้เสร็จก่อนแล้วค่อยมาจับได้ทีหลัง แต่อันนี้จับผิดได้ตั้งแต่งบประมาณยังไม่ถูกใช้ ดิฉันเลยบอกว่าเป็นมิติใหม่ จนทำให้ประชาชนหูตาสว่างได้รู้ว่า รัฐสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ใช้งบทำของที่ไม่จำเป็น อย่างห้องดูหนัง 4 มิติ ซ่อมของที่มันยังไม่ได้พังอย่างห้องประชุมงบประมาณ สร้างของที่ไม่เคยมีใครได้ใช้ประโยชน์ อย่างศาลาแก้ว และจะทุ่มเทงบประมาณอย่างมหาศาลไปเพื่อกลบเกลื่อนความผิดที่ตัวเองทำผิดกฎหมายอย่างที่จอดรถรัฐสภา"
หลังจาก น.ส.รักชนก ยกตัวอย่างงบปรับปรุงรัฐสภาขึ้นมา ต่อมานายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ได้ใช้สิทธิ์ชี้แจงกรณีฝ่ายค้านพาดพิงเกี่ยวกับการขออนุมัติงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรว่า "การที่นายพริษฐ์ ยกประเด็นว่าจะมีการโกงกินคอร์รัปชัน วันนี้งบประมาณยังไม่ได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรเลย" และการอนุมัติหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณที่สภาจะตั้งขึ้นมา
นายพิเชษฐ์เริ่มแจกแจงว่า ในปีงบประมาณ 2569 ฝ่ายนิติบัญญัติ ได้งบประมาณกว่า 8,000 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนของสภาผู้แทนราษฎรกว่า 6,000 ล้านบาท และวุฒิสภาอีกกว่า 2,000 ล้านบาท
เขาระบุว่า ส่วนของสภาผู้แทนราษฎร เพิ่งตรวจรับเมื่อกลางปี 2567 ใช้ฟรีมา 5 ปี โดยไม่มีการซ่อมแซมปรับปรุงใด ๆ ทั้งสิ้น แม้แต่ก๊อกน้ำในห้องน้ำก็ซ่อมไม่ได้ เพราะยังไม่ได้รับการส่งมอบ แต่เมื่อรับส่งมอบแล้ว ต้องบำรุงรักษา จัดการหลายสิ่งหลายอย่าง น้ำรั่วเราก็ไม่ได้รับงบประมาณให้ซ่อมแซมได้ เพราะอยู่ในสัญญา ดังนั้นเมื่อรับมอบแล้วจำเป็นต้องได้รับงบประมาณเพื่อดำเนินการในส่วนที่ขาดอยู่
นอกจากนี้ นายพิเชษฐ์ ยังชี้แจงงบประมาณการปรับปรุงสภาในรายการต่าง ๆ ไว้ดังนี้
- ที่จอดรถของอาคารรัฐสภา: นายพิเชษฐ์กล่าวว่า การประชุมงบฯ 4 วันนี้ที่จอดรถไม่มี ต้องไปใช้วัดแก้วฟ้า ห้างสรรพสินค้า และบริเวณโดยรอบไม่เพียงพอ
"พื้นที่ใช้สอยของสภาผู้แทนราษฎร 4 แสนตารางเมตร ถ้าจะให้สมดุลกับที่จอดรถ จะต้องมีที่จอดรถถึง 7,000 คัน วันนี้เรามี 3,000 คัน ถือว่าผิดกฎหมาย โดยสัดส่วนแล้วพื้นที่ใช้สอยต่อพื้นที่จอดรถต้องสมดุลกัน ทำไมตอนนั้นไม่ทำ เพราะว่างบของสภาที่ก่อสร้าง 20,000 ล้าน ถูกตัดเหลือ 12,000 ล้าน ทำให้ได้สภา ได้โครงสร้างมาก่อน แล้วหาทางแต่งเติมให้สมบูรณ์ขึ้นมา ดังนั้นเมื่อเรารับมอบแล้วก็หาทางให้สมบูรณ์แบบ ให้สมศักดิ์ศรีของฝ่ายนิติบัญญัติ"
- ศาลาแก้ว: นายพิเชษฐ์กล่าวว่า ศาลาแก้วทั้งสองหลังซึ่งมีน้ำล้อมรอบเกิดตะไคร่ขึ้นเต็มไม่มีใครขึ้นไปและให้ใช้ประโยชน์ไม่ได้ โดยระบุถึงเหตุที่ต้องปรับปรุงเนื่องจากจะมีการตั้งพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 ที่ด้านหน้าสภา
"ส่วนของศาลาแก้วจะต้องทำให้เกิดประโยชน์ ให้สมดุลกับอนุสาวรีย์ (รัชกาลที่ 7) ที่จะมาตั้งในต้นปีหน้า ดังนั้นวันนี้ศาลาแก้วเริ่มผุพังแล้ว เพราะบางส่วนเป็นหลังคาเปลือย ไม่มีสิ่งห่อหุ้ม แล้วก็ร้อน จำเป็นต้องใช้งบประมาณให้จำเป็นต้องใช้ประโยชน์ให้ได้"
- ห้องประชุมงบประมาณ: นายพิเชษฐ์ กล่าวชี้แจงว่า หากเคยเข้าไปนั่งประชุมจะรู้ว่าลำบาก เพราะไม่มีที่วางเอกสาร และจอคอมพิวเตอร์ที่บังหน้าจนมองไม่เห็นใคร ด้วยจินตนาการของนักออกแบบ แต่เมื่อใช้งานแล้วไม่สะดวก ต้องบอกว่าห้องประชุมงบประมาณของสภาฯ อู่ทองในดีกว่านี้ และทันสมัยกว่านี้ จึงจำเป็นต้องปรับปรุงห้องงบประมาณปัจจุบัน ให้เหมาะสมกับการประชุมงบประมาณที่ยาวนาน และนั่งทุกวัน ซึ่งท่านสามารถตรวจสอบได้ว่ามีการคอร์รัปชั่นหรือไม่
- ห้องฉายวิดีทัศน์ 4D: เขาระบุว่าที่สภาอู่ทองในเคยมีห้องฉายหนังให้กับประชาชนที่เข้ามาเยี่ยมชมสภา ได้ดูประวัติศาสตร์ และความเป็นไปของประชาธิปไตย โดยสามารถบรรจุคนได้ 100 คน จึงอยากให้มีที่สภาแห่งนี้ เพื่อให้เขาได้รู้ประวัติศาสตร์ และดื่มด่ำกับประชาธิปไตย ภูมิใจก่อนกลับบ้าน
เขาสรุปลงท้ายว่า หากงบประมาณส่วนนี้ที่สภาผู้แทนราษฎรขอไปผ่านความเห็นชอบยินดีให้ตรวจสอบ และกล่าวพาดพิงถึงนายพริษฐ์อีกครั้งหนึ่ง
"มันล้ำหน้าไม่ได้เหรอครับ สภาผู้แทนราษฎรมันเป็นต้นแบบของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไม่ได้เหรอครับ ฉะนั้นใครจะตรวจสอบ ตรวจสอบได้เลย ถ้างบประมาณผ่านยินดีให้ตรวจสอบเต็มที่ ท่านพริษฐ์ครับ ถ้าท่านเก่งจริง ท่านตรวจสอบงบประมาณกระทรวงต่าง ๆ สิครับ 2 หมื่นหน้า ท่านตรวจสอบไปเลย นี่บ้านของเราเอง มีงบแค่ 8,000 ล้านจะมารื้อรั้วบ้านทำไม แน่จริงไปตรวจสอบงบประมาณกระทรวง ทบวง กรม ที่มีเป็น 100,000 ล้าน" นายพิเชษฐ์ กล่าว
วิวาทะพิเชษฐ์ – พริษฐ์
เมื่อเปิดการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในวันที่สอง วันนี้ (29 พ.ค.) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ขอใช้สิทธิ์พาดพิงจากที่นายพิเชษฐ์กล่าวถึงตนเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า กรณีที่นายพิเชษฐ์พยายามจะสื่อว่าตนมีเจตนาในการไปจุดกระแสหรือว่ารื้อรั้วบ้านจากการตรวจสอบคำของบประมาณของสภาฯ ขอยืนยันว่าเจตนาไม่ใช่เป็นการรื้อรั้วบ้าน และยืนยันว่าเป็นการทำหน้าที่ในฐานะ กมธ. พัฒนาการเมือง ซึ่งมีวาระในการตรวจสอบคำของบประมาณของทุกหน่วยรับงบประมาณ ไม่ได้เพ่งเล็งมาที่งบฯ ของสภาแห่งเดียว
นายพริษฐ์ กล่าวต่อไปว่า นายพิเชษฐ์ย้ำอยู่หลายรอบว่า งบฯ ยังไม่ผ่านสภายังไม่มีการใช้จ่าย เขาเห็นว่าเป็นการพูดความจริงพี่ยังไม่ครบถ้วน จริงอยู่ที่งบฯ ปรับปรุงศาลาแก้ว ปรับปรุงห้องงบประมาณ การก่อสร้างอาคารที่จอดรถ อาจจะยังไม่ได้มีการใช้จ่ายจริง แต่มีงบฯ ส่วนหนึ่งที่ทางสภาได้เตรียมใช้จ่ายไว้แล้ว มีการโอนงบฯ บางส่วนจากงบฯ 67 จากโครงการอื่นเตรียมไว้แล้ว คืองบฯ ในการออกแบบอาคารที่จอดรถมูลค่า 105 ล้านบาท มีการดำเนินการคัดเลือกบริษัทที่จะมาทำ ถึงขั้นประกาศผู้ชนะการคัดเลือกไปเรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนี้ที่ยังไม่ได้เซ็นสัญญาเพราะมีบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องเข้ามาทักทวง เนื่องจากมีการเปิดเวลาในการรับข้อเสนอสั้นเพียงแค่ 10 วัน
ส่วนที่นายพิเชษฐ์ระบุว่า งบประมาณยังไม่ผ่านสภาจะทุจริตได้อย่างไร สส.พริษฐ์ ชี้ว่า การตั้งโครงการที่ไม่จำเป็นก็เป็นความเลวร้ายอีกรูปแบบหนึ่งของการจัดทำงบประมาณ เพราะเป็นการนำเอาภาษีของพี่น้องประชาชนมาใช้กับเรื่องไม่ได้เร่งด่วน และไม่ได้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การตกแต่งฉากหลังบัลลังก์ มูลค่า 133 ล้านบาท ซึ่งมีการทำคำขอเข้ามาในงบฯ ปี 69
ด้านนายพิเชษฐ์ ได้ตอบโต้ทันทีว่า รัฐสภาของบฯ ไป 10,000 กว่าล้านบาท ได้รับอนุมัติมา 8,000 ล้านบาท แต่ก็ถูกตัด มีบางโครงการที่จะพัฒนาก็ไม่ได้เลยสักปี เพราะฉะนั้น นี่คือความยากลำบากที่เราได้มาในฐานะที่เป็นผู้บริหารของรัฐสภาและขอยืนยันว่าจะปกป้องงบประมาณของสภาเต็มที่
"ท่านพริษฐ์ ท่านเป็นประธาน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เรามี กมธ.ติดตามงบประมาณฯ เรามี กมธ.การตำรวจ มี กมธ.การ ป.ป.ช. ไม่มีปัญหาครับ ถ้าจะตรวจสอบงบประมาณ ก็ไม่เป็นไร แต่ท่านได้เชิญเจ้าหน้าที่ของสภาไปชี้แจงงบประมาณของรัฐสภา ท่านเชิญเขาไป เขาเป็นข้าราชการตัวเล็ก ๆ ที่เลวร้ายที่สุด ท่านไลฟ์สด และตอนเจ้าหน้าที่ตอบไม่ได้ แล้วท่านก็เป็นพระเอก เป็นวีรบุรุษในโซเชียล แล้วท่านก็ตัดต่อ ตัดตอน เอาไปลงในติ๊กตอก ยูทิวบ์ เจ้าหน้าที่ตัวเล็ก ๆ เสียหายขนาดไหน กรรมาธิการ 35 คณะ ไม่มีคณะไหนที่ไลฟ์สดทุกนัด" รองประธานสภาฯ คนที่ 1 กล่าว
นายพิเชษฐ์ ยังชี้นิ้วไปที่ฉากหลังบัลลังก์ แล้วกล่าวว่า "แล้วฉากหลังบัลลังก์นี้ ท่านดูสิครับ ปกติมีงบประมาณอยู่แล้ว แต่ถูกตัดไป ท่านดูสิครับ ปูนเปลือยอยู่อย่างนี้นะครับ แล้วมีเส้นขีดอยู่เต็มไปหมด ไม่ทำตอนนี้จะทำตอนไหน ไปทำรุ่นลูกรุ่นหลานอีก 100 ปีหรือ ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรนะครับถ้าไม่ทำ แต่มันเป็นศักดิ์ศรีของรัฐสภา ศักดิ์ศรีของสภาผู้แทนราษฎร ถ้ามันสวยมันดี เป็นหน้าเป็นตาเป็นเกียรติ วันนี้สภาผู้แทนราษฎรเป็นสภาที่เป็นเกียรติเป็นศักดิ์ศรีของประเทศ เป็นอันดับสองของโลก ถ้าทำที่จอดรถครบแล้วจะเป็นอันดับหนึ่งของโลกใหญ่ที่สุด" นายพิเชษฐ์ กล่าว
ฝ่ายค้าน ปูดมีคำขอสร้าง "คลังแสง" ใต้ตึกสภา
นายภัณฑิล น่วมเจิม สส. กรุงเทพมหานคร พรรค ปชน. ได้อภิปรายในประเด็นงบประมาณของสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อการปรับปรุงอาคารรัฐสภาซึ่งมีการใช้เงินภาษีอย่างฟุ่มเฟือยไม่คุ้มค่ากับขนาดพื้นที่ใช้สอยกว่า 4 แสนตารางเมตร แต่ใช้ได้จริงเพียง 2 แสนตารางเมตร โดยเริ่มจากกล่าวว่า รัฐบาลยังมีงบประมาณที่ต้องผ่อนอาคารรัฐสภาไม่หมดเลย ปี 2568 ก็ของบ 294 ล้านบาท และปี 2569 มีโครงการใหม่ขนาดใหญ่ 15 โครงการ รวมมูลค่า 3,494 ล้านบาท ซึ่งโชคดีที่ได้รับการจัดสรร 10 โครงการ แต่ก็คิดเป็นมูลค่าเกือบ 1,000 ล้านบาท จึงเป็นที่สงสัยของประชาชนว่า อาคารรัฐสภายังสร้างไม่เสร็จหรือ หรือเหตุใดจึงต้องมีการก่อสร้างเพิ่มทั้งที่ใช้มาเพียง 5 ปี
สำหรับรายการงบประมาณของโครงการปรับปรุงรัฐสภาที่ สส. ปชน. เปิดเผย มีตัวอย่าง ดังนี้
- โครงการจัดสร้างห้องฉายวิดีทัศน์หรือโรงหนัง งบประมาณ 4D 180 ล้านบาท
- โครงการปรับปรุงไฟ งบประมาณ 117 ล้านบาท
- โครงการปรับปรุงห้องประชุม งบประมาณ 118 ล้านบาท
- โครงการปรับปรุงห้องประชุมสัมมนา 1,500 ที่นั่ง งบประมาณ 99 ล้านบาท
- โครงการปรับปรุงศาลาแก้ว งบประมาณ 113 ล้านบาท
- โครงการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์รัฐสภา งบประมาณ 99 ล้านบาท
- โครงการปรับปรุงฉากหลังบัลลังก์ประธานสภา งบประมาณ 133 ล้านบาท
- ค่าออกแบบอาคารที่จอดรถของรัฐสภา งบประมาณ 105 ล้านบาท
- คำขอโครงการสร้างคลังแสงอาวุธรัฐสภา งบประมาณ 24 ล้านบาท
นายภัณฑิล ไล่เรียงจากโครงการแรก โรงหนัง 4D ซึ่งมีเจ้าหน้าที่สภาชี้แจงว่าเข้าใจผิด ไม่ใช่โรงหนัง แต่เป็นระบบสารสนเทศ สส.ปชน. กล่าวว่า เขาโทรไปถามโรงภาพยนตร์ระบบไอแม็กซ์ในเขตของตนว่าก่อสร้างกันกี่บาท ซึ่งได้รับคำตอบว่าใช้เงินไม่เกิน 50 ล้าน แต่เหตุใดต้องใช้งบสูงถึง 180 ล้านบาท ทั้งที่มีห้องประชุมที่มีจอต่าง ๆ มากมายจึงไม่เห็นความจำเป็นต้องเสียงบประมาณสูงเท่านี้
สส. กทม. รายนี้ยังกล่าวถึงโครงการที่จอดรถว่าถือเป็นอภิมหาโครงการที่ใหญ่ที่สุด 4,600 ล้านบาท แพงกว่าอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถึง 2 เท่า ประชาชนได้ยินก็คงตกใจ แต่ยังดีที่คณะรัฐมนตรีไม่อนุมัติ ซึ่งแม้ยังไม่อนุมัติ แต่ผู้บริหารของสภาผู้แทนราษฎรก็รีบเหลือเกิน ไปทำโครงการออกแบบ ทั้งที่ยังไม่อนุมัติงบประมาณให้ก่อสร้างแต่อย่างใด
"ท่านไปตั้งคณะกรรมการออกแบบเบื้องต้น 105 ล้าน(บาท) สร้างความชอบธรรมโดยการโอนงบเหลือจ่ายอื่นมาจากปีที่แล้ว ซึ่งไม่มีใครเคยโอนงบยอดเยอะขนาดนี้มาก่อน แล้วดึงดันประกาศผลประกวดราคาออกมา เปิดยื่นข้อเสนอแค่ 10 วัน ทั้งที่เอกสารหนาเป็นปึ้ง แสดงให้เห็นถึงความกระเหี้ยนกระหือรือจะเอาให้ได้ ท่านทราบหรือไม่ บริษัทที่ชนะเคยมีผลงานที่ไหนมาบ้าง ผมไปหามาพบว่ารับงานแล้วมีปัญหาอยู่ 2 ครั้ง ส่งมอบงานก็ล่าช้า โดยคนทำโครงการนี้ก็ยังย่ามใจและลุยต่อสุดซอย"
นอกจากนี้ สส. ปชน. ยังอภิปรายถึงงบประมาณที่เขาบอกว่า "เจออะไรประหลาดเยอะ แต่ไม่อยากพูดเยอะ" จากการไปพบว่ามีความพยายามสร้างคลังอาวุธยุทธภัณฑ์และระบบบริหารจัดการด้านอาวุธสำหรับตำรวจสภา 24 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ใต้ห้องประชุมสุริยัน
"มีไปทำไมครับคลังแสงอาวุธ จะไปสู้รัฐประหารหรือครับท่าน สู้เลยตอนนี้ท่านก็ไปแก้รัฐธรรมนูญเอาผิดคนทำรัฐประหาร หรือมาปราบพวกเรากันเองครับ น่ากลัวจริง ๆ" นายภัณฑิล กล่าว
สส. ปชน. รายนี้ทิ้งท้ายว่า หากสภาผู้แทนราษฎรยังมีมโนสำนึก สามัญสำนึก ความละอายที่มีต่อประชาชนที่เขาเลือกท่านเข้ามา รัฐสภาควรสำรวจตัวเอง ติดตามประเมินการใช้งบประมาณในทุกรายการอย่างเข้มงวด ทำให้เป็นตัวอย่าง เข้าใจว่าเราไม่อยากเผาบ้านตัวเอง แต่ต้องกวาดบ้านตัวเองให้สะอาดก่อนไปตรวจสอบหน่วยงานอื่น
พิเชษฐ์ ชี้แจงฝ่ายค้านว่าอย่างไร
จากนั้น นายพิเชษฐ์ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ได้ชี้แจงในประเด็นต่าง ๆ ที่ฝ่ายค้านกล่าวหา สรุปได้ดังนี้
- งบปรับปรุงห้องประชุมสัมมนา 1,500 ที่นั่ง มูลค่า 99 ล้านบาท: "ขณะนี้มีแต่ความสวยงาม เครื่องเสียงหรืออุปกรณ์ใดก็ไม่มี… แต่ละครั้งใช้งบประมาณหลายหมื่นหลายแสน (ในการจ้างเครื่องเสียง) ฉะนั้น หากปล่อยให้ห้องนี้เป็นแบบนี้ต่อไปก็ไม่ตอบโจทย์ที่จะบริการประชาชน"
- งบปรับปรุงศาลาแก้ว 2 หลัง มูลค่า 113 ล้านบาท: "ให้อยู่ในสภาพนี้ไม่ได้ เพราะเราจะมีงานใหญ่ ด้านหน้าต้องปรับปรุงให้เรียบร้อย 113 ล้านบาท แบ่งครึ่งประมาณ 50 กว่าล้าน 2 หลัง"
- งบปรับปรุงพิพิธภัณฑ์รัฐสภา มูลค่า 99 ล้านบาท: "พิพิธภัณฑ์อาคารของเราออกแบบมา มีส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์อยู่ที่เครื่องยอด บริเวณรอบ ๆ เครื่องยอด จะมีห้องและมีโครงสร้างไว้สำหรับทำพิธีสำคัญ แต่ก็ยังไม่มีการจัดเรียงพิพิธภัณฑ์ใด ๆ... ตรงนี้ตั้งงบกันมาหลายปีแล้ว แต่งบก็ตกไปเพราะด้วยความไม่พร้อมในเรื่องการออกแบบ"
- งบปรับปรุงฉากหลังบัลลังก์ประธานสภา มูลค่า 133 ล้านบาท: "กรมศิลปากรมาออกแบบให้ กำลังทำทั้งหมด ความเหมาะสมต่าง ๆ มีกรรมการที่ดูแลอยู่ แต่ตอนนี้ของบฯ ไปก็ยังไม่ได้ เพราะว่าแบบกำลังทำจะเสร็จแล้ว"
- ที่จอดรถรัฐสภา: "ปกติมี 3 ชั้น แต่ถูกยกเลิกไปชั้น 1 เพราะถูกปรับลดงบประมาณเพราะฉะนั้นถ้าทำที่จอดรถจบแล้วก็จะไม่มีการก่อสร้างอะไรเพิ่มเติมแล้วในสภาแห่งนี้"
- โครงการสร้างคลังแสงอาวุธรัฐสภามูลค่า 24 ล้านบาท: "สภาใหม่ของเราวันนี้ตำรวจทุกคนไม่มีอาวุธ ถ้ามีผู้ก่อการร้ายมาคนหนึ่ง เอาอาวุธครบมือมาเราตายทั้งหมด เพราะไม่มีอาวุธ เมื่อเกิดเหตุหากมีหน่วยก่อการร้ายเข้ามา เราไม่มีใครป้องกันตัวได้"