รู้จักต้นกำเนิดช็อกโกแลตดูไบ ที่มาจากการแพ้ท้องโหยของหวานของผู้หญิงคนหนึ่ง

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, แอนนาเบล แร็กเฮม
- Role, ผู้สื่อข่าวด้านวัฒนธรรม
- Published
- เวลาอ่าน: 2 นาที
ขณะเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี (UAE) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ภารกิจหนึ่งเดียวในใจของฉันคือการได้ลิ้มลอง "ช็อกโกแลตแท่งดูไบ" ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้
หากคุณเล่นติ๊กตอก (TikTok) คุณจะได้เห็นช็อกโกแลตแท่งที่ผสมผสานรสชาติของช็อกโกแลต ถั่วพิสตาชิโอ ทาฮินี เข้าแผ่นแป้งฟิโล ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากของหวานอาหรับชื่อว่าคูนาฟา (Knafeh)
ต้นตำรับของขนมหวานชนิดนี้มีชื่อว่า Can't Get Knafeh of It (สามารถแปลเป็นไทยว่า กินคูนาฟาเท่าไรก็ไม่พอ) โดยบริษัท ฟิกซ์ ช็อกโกแลติเยร์ (FIX Chocolatier) ซึ่งเริ่มวางขายในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตั้งแต่ปี 2022 และได้รับความนิยมในสื่อสังคมออนไลน์อย่างมากจนวางขายเพียงวันละ 2 ชั่วโมงเท่านั้น ก่อนจะหมดลงภายในไม่กี่นาที
แต่ตอนนี้มีของเลียนแบบเกิดขึ้นมากมายภายใต้ชื่อเล่นที่รู้จักกันว่า "ช็อกโกแลตดูไบ" ซึ่งเข้ามาวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของสหราชอาณาจักรหลายแห่ง เช่น เวทโทรส (Waitrose), ลิเดิล (Lidl) และ มอริสสันส์ (Morrisons) โดยบางร้านจำกัดจำนวนที่ลูกค้าสามารถซื้อได้ในแต่ละครั้ง
เยเซน อลานี ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทฟิกซ์ ร่วมกับ ซาราห์ ฮามูดา ผู้เป็นภรรยา บอกกับบีบีซีว่าความสนใจที่ช็อกโกแลตดูไบได้รับจากทั่วโลกนั้น เป็นเรื่อง "น่าปลื้มใจและน่าถ่อมตน"

ที่มาของภาพ, Sarah Hamouda/Yezen Alani
ช็อกโกแลตแท่งของฟิกซ์เกิดขึ้นในจินตนาการเป็นครั้งแรกในปี 2021 เมื่อฮามูดาซึ่งกำลังแพ้ท้องและรู้สึกโหยหารสชาติของหวานชนิดนี้อย่างมาก
ในปีต่อมาอลานีและฮามูดาเริ่มพัฒนาช็อกโกแลตแท่งด้วยกัน โดยทำธุรกิจควบคู่ไปกับงานประจำของพวกเขาซึ่งทั้งคู่เป็นพนักงานบริษัท
"ซาราห์กับผมเติบโตในสหราชอาณาจักร ก่อนย้ายมายังนครดูไบเมื่อสิบปีที่แล้ว ดังนั้นเราจึงมีรากฐานทั้งจากตะวันตกและอาหรับ"
"เราต้องการสร้างสรรค์รสชาติที่มีสิ่งนั้นเป็นแรงบันดาลใจ" อลานี กล่าว
ส่วนหนึ่งที่ทำให้ช็อกโกแลตชนิดนี้พิเศษไม่เหมือนใคร คือ คุณสามารถสั่งซื้อได้ผ่านแอปพลิเคชันส่งอาหารเท่านั้น แทนที่จะเดินไปซื้อที่ร้านหรือหยิบมันจากชั้นขายของในซูเปอร์มาร์เก็ต โดยมีราคาอยู่ที่แท่งละ 15 ปอนด์ (ราว 650 บาท) ซึ่งลูกค้าสามารถกดซื้อได้ในช่วงเวลาที่กำหนดในแต่ละวันเท่านั้น เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทสามารถผลิตได้ตามคำสั่งซื้อทั้งหมดได้
ผู้เขียนยังเคยเห็นช็อกโกแลตแท่งที่คล้ายกันในร้านค้าหลายแห่งในภูมิภาคนี้ด้วย โดยใช้ชื่อว่า ช็อกโกแลตดูไบ" ซึ่งโฆษณาด้วยภาพถั่วพิสตาชิโอกับแผ่นแป้งฟิโล
อลานีบอกว่า "ของลอกเลียนแบบ" เหล่านั้น "ช่างน่าหงุดหงิดมาก เพราะผู้คนกำลังลิ้มลองของเลียนแบบ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับยี่ห้อของเรา"

ที่มาของภาพ, Getty Images
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ช็อกโกแลตแท่งของฟิกซ์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นคือสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีวิดีโอไวรัลจากผู้ใช้ติ๊กตอกที่ชื่อว่า มาเรีย เวเฮรา จากปี 2023 ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ช็อกโกแลตแท่งชนิดนี้มีชื่อเสียงขึ้นมา
วิดีโอดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเวฮารากำลังกินช็อกโกแลตคูนาฟาเป็นครั้งแรก พร้อมกับช็อกโกแลตแท่งอื่น ๆ ที่ทำโดยผู้ผลิตเดียวกัน ซึ่งมีผู้เข้าชมคลิปเกือบ 7 ล้านครั้ง
รูปลักษณ์ของช็อกโกแลตแท่งดังกล่าวดูเหมือนสร้างขึ้นเพื่อสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นจุดสีส้มและสีเขียวอันน่าดึงดูดในบนแท่งช็อกโกแลตนมรสชาตินุ่มนวล ไปจนถึงถึงเสียงกรุบกรอบเมื่อคุณหักมันออกเป็นชิ้น ๆ
ช็อกโกแลตผสมถั่วพิสตาชิโอไม่ใช่ของใหม่ แต่ส่วนผสมที่โดดเด่นจริง ๆ คือ ความกรุบกรอบของไส้ และด้วยขนมแป้งฟิโลที่นำมาใช้ด้วยกัน มันก็ช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสและความหนาให้กับแท่งช็อกโกแลต
เนื่องจากช็อกโกแลตแท่ง Can't Get Knafeh of It มีจำหน่ายในประเทศเดียวเท่านั้น ยี่ห้ออื่น ๆ จึงเริ่มขายสินค้ารูปแบบเดียวกันในสหราชอาณาจักร รวมถึงผู้ผลิตช็อกโกแลตสัญชาติสวิสอย่าง ลินด์ (Lindt) ซึ่งทำช็อกโกแลตดูไบขายในราคาแท่งละ 10 ปอนด์ (ราว 438 บาท) ตามซูเปอร์มาร์เก็ต โดยทางเวทโทรสบอกว่าพวกเขาต้องจำกัดจำนวนซื้อได้ไม่เกิน 2 แท่งสำหรับลูกค้า 1 คน เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดการกักตุนสินค้า
ด้านร้าน โฮม บาร์เกนส์ (Home Bargains) ก็มีช็อกโกแลตรูปแบบเดียวกันวางขายในร้านตัวเอง เช่นเดียวกับซูเปอร์มาเก็ตอย่างลินเดิลที่ผลิตช็อกโกแลตแท่งในรูปแบบของตัวเองออกมา แล้ววางขายในราคา 4.99 ปอนด์ (ราว 219 บาท) โดยจำกัดจำนวนซื้อในแต่ละครั้งด้วย ซึ่งอินฟลูเอ็นเซอร์รรายหนึ่งได้บันทึกวิดีโอให้เห็นว่ามันถูกเก็บไว้ที่เครื่องคิดเงินด้วยเหตุผลเหล่านี้
เมื่อลองชิมช็อกโกแลตบาร์ของลินด์และช็อกโกแลตบาร์อีก 2-3 แบบที่ขายในร้านค้าตามหัวมุมถนนต่าง ๆ เราก็พบว่ามันค่อนข้างแตกต่างกัน
ช็อกโกแลตของฟิกซ์ถือว่าเป็น "ขนมหวานแบบแท่ง" ซึ่งต้องเก็บไว้ในตู้เย็น และมีอายุการเก็บรักษาสั้น เหมือนกับผลิตภัณฑ์จากนมหลาย ๆ ชนิด ขณะที่ยี่ห้ออื่น ๆ ถูกสร้างสรรค์ให้สามารถเก็บรักษาได้ยาวนานขึ้น
คุณยังสามารถเห็นความแตกต่างของรสชาติและเนื้อสัมผัสได้ด้วย โดยช็อกโกแลตดูไบแบบต้นฉบับมีความกว้างเกือบสองเท่าเมื่อเทียบกับช็อกโกแลตของลินด์ ซึ่งมีรูปร่างเหมือนช็อกโกแลตมาตรฐานทั่วไป

ที่มาของภาพ, Getty Images
เมื่ออลานีและฮามูดาเริ่มต้นธุรกิจครั้งแรก เขาจ้างพนักงาน 1 คน เพื่อผลิตตามคำสั่งซื้อประมาณ 6-7 รายการต่อวัน แต่เนื่องจากได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากกระแสจากติ๊กตอก ธุรกิจของพวกเขาขยับขยายเป็นจ้างพนักงาน 20 คน เพื่อผลิตตามคำสั่งซื้อ 500 รายการต่อวัน
ประเด็นการพูดคุยที่สำคัญอีก 1 เรื่อง คือ ราคาของช็อกโกแลตที่ตั้งไว้ 15 ปอนด์ต่อแท่ง
"ทั้งหมดเป็นงานทำมือ ทุกการออกแบบทำด้วยมือ" อลามี กล่าว
"เราใช้ส่วนผสมระดับพรีเมียม และกระบวนการนี้ไม่เหมือนกับการทำช็อกโกแลตบาร์ของ แคดเบอรี (Cadbury) คุณต้องอบมัน เทช็อกโกแลตใส่แม่พิมพ์เพื่อให้มันเป็นไปตามที่ออกแบบ และแม้แต่ไส้เอง ถั่วพิสตาชิโอก็ถูกคัดด้วยมือและแปรรูปด้วยมือ"
ด้านฮามูดาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอาระเบียน บิสซิเนส เมื่อปีที่แล้วว่า "แม่ของฉันเคยทำคูนาฟา และนั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการนำมาใช้ในแบบตัวฉันเอง"
"คูนาฟาเป็นรสชาติแรกที่ทำให้เราสมบูรณ์แบบ ความกรุบกรอบและถั่วพิสตาชิโอ ต้องลงตัวกันพอดี" เธอกล่าวเสริม
แม้ว่าผลิตภัณฑ์จะประสบความสำเร็จ แต่อลานีกล่าวว่า "มันเป็นการเดินทางที่ยากลำบาก" เนื่องจากทั้งคู่ต้องทำงานร่วมกันแบบเต็มเวลา ในขณะที่ต้องเลี้ยงลูกสองคนไปด้วย
"มีหลายครั้งที่เราอยากจะยอมแพ้ แต่เราบอกกับตัวเองว่า 'เราจะทำต่อไปตราบใดที่เรายังจ่ายค่าเช่าได้' และตอนนี้เราก็ไม่เสียใจอีกต่อไปแล้วเมื่อทุกอย่างออกมาดี"































