อีลอน มัสก์ เนื้อหอมแค่ไหน ทำไม “เศรษฐา” และผู้นำทั่วโลก ต่างหมายปองจะเข้าหา

.

ที่มาของภาพ, Getty Images/Thai News Pix

Published

เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กล่าวถึง อีลอน มัสก์ ว่า “เป็นบุคคลที่น่าประทับใจมาก” ส่วนนายกรัฐมนตรีอินเดีย นาเรนทรา โมดี มองตนเองเป็น “แฟนคลับ” ของอีลอน มัสก์

บรรดาผู้นำต่างชาติที่กำลังเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติที่นครนิวยอร์กในช่วงสัปดาห์นี้ หรือไม่ก็กำลังเดินทางเยือนสหรัฐฯ ตามคำเชิญของทำเนียบขาว ล้วนมีกำหนดการนั่งหารือกับ อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งบริษัทเทสลา และสเปชเอ็กซ์ ทั้งสิ้น รวมถึงเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีไทย ที่จะหารือกับมัสก์ผ่านระบบวิดีโอด้วย

ตลอดปีที่ผ่านมา อภิมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกได้พบกับผู้นำฝรั่งเศส อิตาลี อินเดีย เกาหลีใต้ และอีกหลายประเทศ แค่ช่วงสองวันมานี้ เขาได้พบกับผู้นำถึงสองประเทศ นั่นคือตุรกีและอิสราเอล

ตอนนี้ดูเหมือนอำนาจทางธุรกิจของมัสก์กำลังขยายไปถึงการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์โลก จนกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลชั้นนำ ที่ผู้นำโลก รวมถึงไทย ต่างหาโอกาสเข้าพบ

แล้วทำไมต้องพบอีลอน มัสก์ บีบีซีไทยชวนคุณผู้อ่าน มาร่วมวิเคราะห์

ตัวต่อตัวกับผู้นำโลก

ผู้นำต่างชาติบางคนต้องการพบกับอีลอน มัสก์ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศ ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะชักชวนให้มาตั้งโรงงานเทสลาในประเทศ ไปจนถึงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน จากบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม “สตาร์ลิงค์” ของบริษัท สเปซเอ็กซ์

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, มาครง พบมัสก์มาแล้ว 3 ครั้ง นับแต่ ธ.ค. ปีที่แล้ว

ในขณะที่ผู้นำโลกคนอื่น ๆ ก็จะมาพบเพื่อหารือถึง “เอ็กซ์” (อดีตทวิตเตอร์) ซึ่งมัสก์เข้าเป็นเจ้าของ รวมไปถึงพูดคุยเรื่องอนาคตของปัญญาประดิษฐ์

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เข้าพบอีลอน มัสก์ มาแล้ว 3 ครั้ง นับแต่ ธ.ค. ปีที่แล้ว เพื่อหวังชักชวนให้เทสลา มาเปิดโรงงานขนาดยักษ์แห่งใหม่ในฝรั่งเศส

นายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ของอิตาลีเอง ก็พยายามขายจุดเด่นของประเทศให้มัสก์เช่นกันเมื่อทั้งสองพบกันในเดือน มิ.ย. เช่นเดียวกับประธานาธิบดี เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี ที่ได้พบกับมัสก์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (17 ก.ย.) ในนครนิวยอร์ก

และแม้ อีลอน มัสก์ จะเดินทางมานิวยอร์กล่วงหน้าก่อนการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ แต่นั่นก็เพียงพอจะทำให้นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู ของอิสราเอล บินมาสหรัฐฯ เพื่อหารือกับเขาเมื่อวันจันทร์ (18 ก.ย.) ก่อนการประชุมสมัชชาสหประชาชาติจะเริ่ม เพื่อหารือเรื่องปัญญาประดิษฐ์

ส่วนนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีไทย ที่กำลังอยู่ระหว่างการเดินทางเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ 18-24 ก.ย. ระบุว่า จะร่วมประชุมกับอีลอน มัสก์ และเทสลา แบบประชุม 3 ฝ่าย ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

สิ่งที่ เศรษฐา ต้องการหารือกับอีลอน มัสก์ และเทสลา คือการ "ขาย" ให้เทสลา เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย "เขาเลือกระหว่างอินเดีย มาเลเซีย และเรา หน้าที่ของเรา หน้าที่ของผมคือไปขาย ... ประเทศเรามีอะไรดี ๆ หลายอย่าง ไม่ต้องพูดถึง น้ำไฟครบ อินเทอร์เน็ต 5G"

.

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีตุรกีบินตรงมาสหรัฐฯ เพื่อพบมัสก์

อิทธิพลการเมืองที่เพิ่มขึ้น

แม้การหารือเหล่านี้จะเน้นหนักไปที่ผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า อิทธิพลของอีลอน มัสก์ ต่อภูมิรัฐศาสตร์โลกกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

คำกล่าวหลายครั้ง หรือการโพสต์ของอีลอน มัสก์ กลายเป็นประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ และหลายครั้งอาจตีความได้ว่า ขัดผลประโยชน์กับรัฐบาลสหรัฐฯ รวมถึงชาติตะวันตกในภาพรวม

.

ที่มาของภาพ, Reuters

ยกตัวอย่างเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นักธุรกิจอเมริกันที่เกิดในแอฟริกาใต้ผู้นี้ สร้างความไม่พอใจให้รัฐบาลไต้หวัน จากการแสดงความเห็นถึงนโยบาย “จีนเดียว” ของจีน ด้วยการกล่าวว่า เกาะไต้หวัน “ก็เหมือนฮาวาย หรืออะไรที่คล้ายกัน เป็นส่วนหนึ่งของจีน แต่ถูกทำให้ไม่เป็นส่วนหนึ่งของจีน”

รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวัน โจเซฟ หวู ตอบโต้กลับผ่านเอ็กซ์ว่า “ฟังนะ ไต้หวันไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของจีน และไต้หวันไม่ได้มีไว้ขาย”

ความขัดแย้งนี้ ตอกย้ำคำกล่าวของผู้สังเกตการณ์หลายคนว่า อีลอน มัสก์ ดูจะโอนอ่อนต่อความต้องการของประเทศอื่น แม้ประเทศเหล่านั้นจะเป็นอริกับสหรัฐฯ

“หวังว่าอีลอน มัสก์ จะขอให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนยอมให้ประชาชนเล่นเอ็กซ์ได้” หวู เขียน “หรือไม่มัสก์ก็คิดว่าการแบนเป็นนโยบายที่ดี อย่างการปิดดาวเทียมสตาร์ลิงค์ เพื่อขัดขวางปฏิบัติการตอบโต้ของกองทัพยูเครนต่อรัสเซีย”

คำกล่าวถึงดาวเทียมสตาร์ลิงค์นั้น มาจากรายงานข่าวว่า อีลอน มัสก์ “ลอบบอกวิศวกรของเขาให้ปิดสัญญาณดาวเทียม” เพื่อขัดขวางปฏิบัติการโจมตีโดยละม่อมของยูเครน ต่อกองทัพเรือรัสเซียในแคว้นไครเมีย จนสร้างความวิตกกังวลต่อบรรดาพันธมิตรของสหรัฐฯ

วอลเตอร์ ไอแซคสัน ผู้เขียนหนังสือชีวประวัติของมัสก์ได้ระบุผ่านเอ็กซ์ (อดีตทวิตเตอร์) ว่าจริง ๆ แล้ว สัญญาณดาวเทียมสตาร์ลิงค์เหนือพื้นที่แคว้นไครเมีย ไม่เคยถูกเปิดใช้งานเลย แต่ในหนังสือชีวประวัติของมัสก์ที่เขาเขียน กลับมีเนื้อหาที่อ้างว่า ก่อนที่มัสก์จะตัดสินใจเกี่ยวกับดาวเทียมสตาร์ลิงค์ เอกอัครราชทูตรัสเซียได้บอกกับมัสก์ว่า “หากยูเครนโจมตีไครเมีย ก็อาจนำไปสู่การตอบโต้ด้วยนิวเคลียร์ได้”

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, โมดี มาหารือกับมัสก์เช่นกัน

ข่าวถึงความสัมพันธ์และฝักใฝ่รัสเซียของมัสก์ ทำให้ตอนที่มัสก์โพสต์ถึงข้อเสนอสันติภาพ เจ้าหน้าที่ยูเครนถึงกับตั้งคำถามว่า บัญชีของมัสก์ถูกรัสเซียแฮกไปหรือไม่

เดือนต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ถามประธานาธิบดีไบเดนว่า อีลอน มัสก์ เป็นภัยต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ หรือไม่ ไบเดนกล่าวว่า “ความร่วมมือกับความสัมพันธ์ของมัสก์กับประเทศอื่น ๆ เป็นสิ่งที่เราควรให้ความสนใจ”

นั่นดูเหมือนจะเป็นยอดภูเขาน้ำแข็ง ของความสัมพันธ์ในเชิงบาดหมางระหว่างมัสก์กับรัฐบาลไบเดน ที่เริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าทำเนียบขาวจะพยายามไม่กล่าวถึงเทสลาในที่สาธารณะ เวลาพูดถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ขณะที่มัสก์เอง ก็เคยกล่าวผ่านออนไลน์กับสมาชิกระดับสูงของพรรคเดโมแครตว่า เขา “ไม่สามารถสนับสนุน” เดโมแครตได้อีกต่อไป และเริ่มแสดงออกเชิงสนับสนุนบุคคลที่หวังชิงประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันแทน

แอชลี แวนซ์ ผู้เขียนชีวประวัติของมัสก์ ที่ติดตามมัสก์มาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา กล่าวว่า มัสก์รู้สึกขุ่นเคืองและเหมือนไม่ถูกเห็นค่ามาโดยตลอด

“นี่คือชายที่อยากทำหลาย ๆ อย่างให้สำเร็จ เขาคิดว่าเขาทำถูกแล้ว และไม่ชอบที่จะมีอะไรมาขวางทางเขา” แวนซ์ บอกกับบีบีซี

“มัสก์เป็นตัวละครที่ควบคุมไม่ได้อยู่แล้ว แล้วรัฐบาลไบเดนก็ราดน้ำมันเข้ากองเพลิง จนตอนนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่เหลือความปรารถนาดีใด ๆ ที่จะพยายามชักจูงมัสก์กลับมาร่วมมือกันอีก”

ภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไป

ความสำเร็จอย่างยิ่งยวดของบริษัทเทสลา และสเปซเอ็กซ์ ช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ของอีลอน มัสก์ จากผู้คิดค้นนวัตกรรมอัจฉริยะ สู่บุคคลที่มีชื่อเสียงระดับเซเลบริตี

“ในช่วงเวลา 25 ปี คุณกล่าวได้ว่า อีลอน มัสก์ ประสบความสำเร็จมากกว่ามนุษย์คนใดก็ตามในโลก” แวนซ์ กล่าว

“เขาโดดเด่นมากในเชิงประวัติศาสตร์ จากการประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ในระดับที่ไม่มีใครเทียบได้”

แต่ความมั่งคั่งที่เพิ่มมากขึ้น และทัศนคติทางการเมืองที่เปลี่ยนไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้ภาพลักษณ์ต่อสาธารณะของเขา สร้างความแตกแยกและแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ส่วนหนึ่งขับเคลื่อนมาจากการแสดงความเห็นบน “เอ็กซ์” ของเขาเอง

“เขาเป็นคนที่มั่นใจในความคิดของตนเองมาโดยตลอด และไม่กลัวที่จะแสดงความเห็นออกมา” แวนซ์ กล่าว

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, มัสก์ เปลี่ยนทัศนคติทางการเมืองไปมาก

“เขาเคยเข้าหาทั้งสองฝ่าย เพื่อผลประโยชน์ของบริษัทของเขา เขาเน้นเรื่องกระบวนการ ไม่ค่อยพูดเรื่องการเมืองมากนัก เวลาคุยจริง ๆ ก็จะเป็นเรื่องปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง”

ทั้งนี้ นับแต่ปี 2017 หรือ 2018 อีลอน มัสก์ เริ่มทำให้ภาพลักษณ์ในพื้นที่สาธารณะของเขา กลายเป็นเรื่องล้อเลียนและเสียดสี

“เขาจะกล่าวทุกอย่างที่คิด แบ่งแยกคนอื่นโดยไม่มีเหตุผล เขาเหมือนบั่นทอนตัวตนของตัวเอง ทั้งที่บริษัทของเขากำลังไปได้สวย”

โนม โคเฮน อดีตคอลัมนิสต์สายเทคโนโลยีของนิวยอร์ก ไทมส์ และผู้เขียนหนังสือ “The Know-It-Alls: The Rise of Silicon Valley as a Political Powerhouse and Social Wrecking Ball” มองต่างออกไปเล็กน้อย

เขาเชื่อว่า ความทะเยอทะยานและวิสัยทัศน์อย่างเป็นเอกเทศของมัสก์ ทำให้เขากลายเป็นนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูง และมีพลังอำนาจกึ่ง ๆ จะเหมือนรัฐบาล

มัสก์ ได้ผสมผสาน “กายภาพ” คือ โรงงานใหญ่ ๆ พนักงานมากมาย ผลิตภัณฑ์ทรงคุณค่า เข้ากับ “ดิจิทัล” ว่าด้วยการควบคุมการกระจายข้อมูล

ไม่มียักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีคนไหน ไม่ว่าจะมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก หรือเจฟฟ์ เบซอส จะเทียบได้ ในมุมมองของโคเฮน

“ถ้าเขาไม่ซื้อทวิตเตอร์ เราจะยังพูดถึงเขาไหม ถ้าเขาเป็นผู้บริหารบริษัทระหว่างประเทศ มันก็ปกติที่ถ้าเขาอยากสร้างโรงงานในจีน เขาก็จะพบกับจีน”

อย่างไรก็ดี โคเฮนมองว่า ข้อเท็จจริงว่ามัสก์และมหาเศรษฐีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง สามารถตัดสินใจด้วยตนเองได้ถึงการกระทำที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์โลก เป็นสิ่งย้ำเตือนถึงปัญหาจากการสะสมความมั่งคั่ง และปัญหาด้านประชาธิปไตยที่ควรถูกจับตา

“แค่เพราะคุณเก่งเรื่องโปรแกรมมิง หรือธุรกิจ มันไม่ได้หมายความว่า คุณจะเก่งในการสร้างกฎว่าโลกควรเดินไปในทิศทางใด”